Aug 31,2010
Social Media and Web 2.0
Social Media Concept = สื่อสังคมหรืออาจจะเรียกว่า Social Technology เป็นสื่อเทคโนโลยีที่ข้อมูลทุกอย่างเกิดจากผู้ใช้ และบริหารโดยผู้ใช้ โดย Social Media จะตรงข้ามกับ Traditional Media (สื่อที่ถูกบริหารจากองค์กร เช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์วิทยุ โดยที่ผู้รับรับข้อมูลทางเดียว)
การใช้ Social Media ในการทำการตลาด ปัจจุบันมีบทบาทอย่างมาก มีการประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาผ่าน Social Media เยอะมาก
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้ FB อันดับที่ 21 ของโลก ประมาณ 5 ล้านคน ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะใช้มากกว่า
ในเมืองไทยมีการนำ Social Media มาใช้ เช่น ภาพยนตร์หรือค่ายหนัง และ Social Network ก็มีบทบาทอย่างมากในการดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ ซึ่งอาจจะผ่านการบอกเล่าปากต่อปาก (Word of Mouth) ใน network ของผู้ใช้แต่ละกลุ่มจนเกิดความน่าเชื่อถือน่าสนใจ
Web 1.0 คือ เว็บที่ข้อมูลบนเว็บเกิดจากเจ้าของเว็บหรือเว็บมาสเตอร์ และถูกควบคุมโดยเว็บมาสเตอร์
Web 2.0 คือ เว็บที่มีลักษณะของ Platform ข้อมูลต่างๆถูกสร้าง ถูกใช้และบริหารจัดการโดยชุมชนของผู้ใช้ โดยผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง
Prosumer = Producer + Consumer คือผู้ที่เป็นทั้งผู้สร้างข้อมูลและใช้ข้อมูล
Wordpress เป็น Blog ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
Crowdsourcing เป็นผลผลิตของเว็บ 2.0 และหลายบริษัทได้เปลี่ยนจาก outsourcing เป็น crowdsourcing
Social Media มีการตอบรับได้ดีกว่าสื่ออื่นๆและมีจำนวนมาก
ทฤษฎี Six Degree of Separation
ทฤษฎีที่ว่าคนเรามีความสัมพันธ์ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งจะรู้จักกันไม่เกิน 6 ช่วงความสัมพันธ์ (เช่นการที่เราเข้าไปเจอเพื่อนใน FB)
“ทุกคนในโลกนี้ไม่ว่าใครก็ตามมีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ส่วนไหนของโลก
ถ้าคุณต้องการสื่อสารกับใครซักคน ใครก็ได้บนโลกใบนี้ คุณสามารถไปถึงได้ภายในการเชื่อมโยงเพียงไม่เกิน 6 ช่วงเท่านั้นหรืออีกนัยหนึ่ง คนที่คุณเคยรู้จัก อาจกลับมาพบกันได้อีกครั้งภายในการเชื่อมโยงไม่เกิน 6 ช่วงเช่นกัน”
Strong Ties VS Weak Ties
Strong Tie เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เช่น เพื่อนสนิท ครอบครัว แต่มีปริมาณที่จำกัด รวมถึงปริมาณที่มีก็จะน้อย เป็นความสัมพันธ์ที่ง่ายต่อการรักษาเพราะมีการติดต่อสัมพันธ์กันตลอด
Weak Tie เป็นความสัมพันธ์แบบผิวเผิน สัมพันธ์กันน้อย ขาดการติดต่อได้ง่าย ความสัมพันธ์ประเภทนี้จะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ยากที่จะรักษาไว้ การเกิดขึ้นของ web 2.0 จะทำให้สามารถมีความสัมพันธ์ติดต่อได้ โดยเฉพาะความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ เช่น เมื่อก่อนเราไม่สามารถติดต่อและรักษาความสัมพันธ์กับคนเป็นร้อยคนได้ แต่ปัจจุบัน Social Media ช่วยให้เรารักษาความสัมพันธ์แบบ Weak Tie ไว้ได้
ความสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็น Weak Tie
Media Richness Theory
แต่ละเทคโนโลยีจะมีความสามารถและประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารที่แตกต่างกัน ยิ่งมีความสามารถในการสื่อสารสูง เช่น VDO Conference ก็จะเรียกได้ว่ามีความสามารถและประสิทธิภาพสูง
The long Tail
เป็นทฤษฎีที่เข้ามาช่วยในการอธิบาย Social Media ทฤษฎีนี้เข้าไปลบล้างกฎ 80:20 ของ Plato เมื่อก่อนข้อมูลส่วนใหญ่เกิดจากคนส่วนน้อย ปัจจุบันข้อมูลบน Social media มีความหลากหลายมากกว่าในอดีต มุ่งไปสู่ Long Tail มากขึ้น เช่น ทุกคนสามารถเขียนหนังสือหรือขายหนังสือใน twitter หรือ lulu.com
Purchasing Funnel
การที่คนจะตัดสินใจซื้อจะต้องผ่านหลายกระบวนการ
1. Awareness การสร้างความรับรู้ในตัวสินค้าผ่านแบรนด์ การรับรู้ประโยชน์ของสินค้า
2. Consideration พิจารณาข้อดีข้อเสียสินค้า
3. Purchase การซื้อสินค้านั้น
Categories of Social Media
Social Networking Web
มี function ให้กับผู้ใช้การจัดกิจกรรมร่วมกันกับ user อื่นๆ เช่น Bebo Facebook Linkedin(เชิงธุรกิจ) มี revenue model อยู่ 2 ประเภท คือ การโษณา หรือการขาย online items เช่น Cyworld ของเกาหลีสร้าง items เพื่อเปลี่ยน profile ของตัวเอง ปัจจุบันที่นิยมมากคือ FB
Publish
การนำเสนอข้อมูลปัจจุบันผู้ใช้สามารถแก้ไขหรือสร้างเนื้อหาบน web ได้ เช่น การสร้าง blog ใน wordpress แล้วลิงค์เข้ากับ FB & Twitter สามารถนำ Google Analytic เข้ามาประเมิน weblog ได้
Wiki = เร็ว มาจากภาษาฮาวาย เป็นเว็บที่ผู้ใช้เข้ามาสร้าง แก้ไข และปรับเปลี่ยนข้อมูลได้
Photo Sharing
เป็นข้อมูลรูปภาพ ปัจจุบัน Facebook เป้น photo sharing ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
Audio
Podcasting POD ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก “Personal On-Demand” หรือ "อุปสงค์ส่วนบุคคล" นั้นเอง เมื่อรวมกับ Broadcasting ก็กลายเป็น PODcasting นั้นเอง ซึ่ง Broadcasting เป็นการนำสื่อต่างๆ มาอยู่ในรูปของภาพ และเสียง ต่างๆ มากมาย ไม่ขึ้นกับ formatของไฟล์ หรือ type ของไฟล์แต่อย่างใด นำมาเผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general) ฟังโดยที่ไม่จำเป็นเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และเป็นเทคโนโลยีในการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆ
Microblogging
Twitter เป็น Social Media ที่เป็น Microblogging เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ส่งข้อความสั้นๆหรือสถานะปัจจุบัน
ข้อแตกต่างระหว่าง FB กับ Twitter คือเราเล่น FB กับเพื่อนหรือคนรู้จักเท่านั้น เพราะเราไม่ต้องการให้ใครรู้ข้อมูลส่วนตัว แต่ Twitter สามารถใช้แชร์ข้อมูลกับ Publish ได้ คนทำงานและนักธุรกิจจะใช้ Twitter กันมาก แต่ FB จะใช้กันในหมู่วัยรุ่นและนักศึกษากันมาก
Livecasting
สร้างเนื้อหาในรูปแบบ VDO เช่น google VDO, Youtube เราสามารถ Broadcast แบบ real time ได้
Virtual World
Second Life ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากกับหลายบริษัท เช่น NIKE SCB และ Harvard เป็นต้น เมืองไทยมี Thai Second Life.net แต่ไม่ค่อยได้รับการตอบรับเพราะ Broadbrand ไม่เอื้ออำนวย แต่ถ้า Broadbrand เข้าถึงก็น่าจะได้รับความนิยมมาก
Gaming
เป็น web 2.0 ในปัจจุบัน เพราะผู้เล่นเป็นคนบริหารข้อมูลเอง
Productivity Application
ปัจจุบัน App ขึ้นไปอยู่บน Internet เช่น Google App ต่างๆ หรือ survey ต่างๆ
Aggregators
ใช้เทคโนโลยี RSS ที่สามารถดึง web อื่นมายัง web ตัวเอง เช่น iGoogle
RSS
เป็นวิวัฒนาการของเว็บที่ทำให้เราสามรถ update content ของเว็บอื่นๆได้ โดยผ่านทาง Aggregators
Search
Search engine เข้ามามีบทบาทค่อนข้างเยอะในการหาข้อมูลต่างๆในปัจจุบัน
Mobile
Location Based เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เป็นการ Convergence ระหว่าง Social Media, Location Based และ Mobile Device เช่น 4Square
Interpersonal
เช่น msn, skype
Peer to Peer
เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์เองโดยไม่ผ่านตัวกลาง เช่น การแชร์ข้อมูลต่างๆ Bit torrent มีประโยชนืในการเข้าถึงข้อมุลในปริมารที่มาก แต่มีข้อจำกีดเรื่องความปลอดภัยและการละเมิดลิขสิทธิืทางปัญญา
Crowdsourcing เป็นรูปแบบที่ตรงกันข้ามกับ Outsource คือเป็นการที่องค์กรเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขงานได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ตัวอย่างเช่น innocentive ที่ให้เราสามรถเข้าไปลงทะเบียนแก้ไขปัญหานั้นได้ ซึ่งก็จะได้รับค่าตอบแทนกลับมา เช่น istockphoto.com สามารถตั้งราคาขายภาพได้ และคนที่สนใจสามารถซื้อรูปภาพนั้นได้
Tagging
คือการสร้างประเภทของข้อมูล เช่น การ Tag รูปภาพใน facebook
Social Bookmarking
สามารถเข้าไปดู bookmark ของบุคคลอื่นๆได้ เช่น delicious.com เป็น free account
Printing on Demand
เช่น Lulu, Blurb ขนาดของ volume จะไม่เป็นข้อจำกัดในการจัดทำ
Scribe Book 8 Social Media
page revision: 0, last edited: 14 Sep 2010 17:46





