การบ้านของกลุ่ม scribe book
1) เปรียบเทียบข้อดี/เสีย ของระบบสัญญาสัมปทานเมื่อเปรียบเทียบกับใบอนุญาต
2) ศึกษาความคืบหน้าของ 4G ในต่างประเทศ WiMax ในประเทศไทย
3) ยกตัวอย่าง 10 ธุรกิจในประเทศไทย ที่มีการนำเอารูปแบบของ mobile applications เข้ามาใช้ในองค์กร พร้อมกับการวิเคราะห์และคำอธิบาย
ข้อดีข้อเสียของระบบสัญญาสัมปทาน เมื่อเปรียบเทียบกับใบอนุญาต
1.เกิดการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมที่เสรีและเป็นธรรมทำให้เกิดการประมูลและลงทุน ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย
2.เอื้อให้เกิดการประมูล และการลงทุน 3G โดยไม่ทำให้รัฐเสียประโยชน์
3. ความชัดเจนในระบบจะมียิ่งขึ้น ความซ้ำซ้อนในการลงทุนจะลดลง และจะลดการลงทุนของประเทศชาติลงเพราะกสท.และทีโอทีจะเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ให้เช่าโครงข่ายแก้ผู้ให้บริการ
4. เอกชนจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นจากการที่กระทรวงคลังให้แก่เอกชน คือ การลดค่าสัมปทาน จากเดิมที่ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ 25-30% เหลือ 12.5% ต่อปี พร้อมกับยืดเวลาสัมปทานที่เหลืออายุสัมปทาน 3-8 ปี เป็นใบอนุญาต 15 ปี เป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าแก่การลงทุนของภาคเอกชน
5. แก้ไขปัญหาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลูกค้าประสบปัญหาสายหลุดบ่อย เพราะผู้ประกอบการไม่กล้าลงทุนเพิ่ม เนื่องจากระบบโทรศัพท์มือถือ 2G ที่อยู่กับสัมปทานไม่มีใครสร้างโครงข่ายต่อ เพราะสัญญาที่แต่ละรายถืออยู่กำลังจะหมดอายุ (เอไอเอสเหลือ 5 ปี ทรูมูฟ 3 ปี ดีแทค 8 ปี) ขณะที่เงื่อนไขไลเซ่น 3G ของกทช.อย่างเรื่องการแชร์ใช้โครงข่าย ซึ่งไม่มีความชัดเจน เพราะเอกชนกังวลว่าจะปัญหากับคู่สัญญาสัมปทาน
6.ให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะเอกชนสามารถเข้ามาใช้โครงข่ายที่มีอยู่ได้อย่างทั่วถึง
7.เป็นการตอบสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี
ข้อเสีย
1. รายได้ของรัฐที่ได้รับจากสัมปทานเดิมจะลดลง แต่ กสท และทีโอที จะมีรายได้จากค่าเช่าโครงข่ายเพิ่มขึ้น
2. อาจส่งผลต่อการเปิดประมูลใบอนุญาตบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ของกทช.ที่กำหนดไว้ในเดือนก.ย.นี้
3. อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ และถือเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจัดสรรคลื่นความถี่ในอดีต จึงควรประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการล่วงหน้าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับรู้
4. ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องทำอย่างไรให้ "วิน-วิน" ทุกฝ่าย ระหว่างเอกชนคู่สัญญากับรัฐวิสาหกิจ
5. อาจมีผลกระทบด้านการเมือง กับคดีความต่างๆรวมทั้งการเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอาจยุติลงได้ กรณีสืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทีโอทีและกสท อยู่ 3 เรื่อง คือ การแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต การปรับส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบใช้บัตรเติมเงินล่วงหน้า และการอนุญาตให้นำค่าใช้จ่าย จากการใช้เครือข่ายร่วม มาหักเป็นค่าใช้จ่ายก่อน จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐ
กระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวอาจก่อให้เกิด การเข้าเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานในอดีต เพื่อให้เกิดความถูกต้อง อาจก่อให้เกิดปัญหาข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบการภาคเอกชน คือ เอไอเอส ในฐานะผู้ได้ประโยชน์กับทีโอทีในฐานะผู้เสียประโยชน์
6. เกิดปัญหาด้านการพัฒนาธุรกิจ และด้านความเสี่ยงของผู้ประกอบการ เนื่องจากในการแก้ไขสัญญาสัมปทาน จะมีผลกระทบต่อฐานะการเงินและการตัดสินใจลงทุนในระบบ 3จี ของเอกชน ในกรณีร้ายแรงที่สุด หากผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุน 3จีแล้ว ถูกยกเลิกสัญญาสัมปทานที่แก้ไขโดยไม่ถูกต้อง จะทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บนคลื่นความถี่เดิมได้
ขณะที่ปัญหาการลงทุนในระบบ 3 จีในปัจจุบัน เป็นการดำเนินธุรกิจภายใต้ข้อกำหนดในสัญญาสัมปทาน โครงข่าย 2จี จะไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกับทรัพย์สินในโครงข่าย 3จีได้ จึงทำให้เกิดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน เมื่อผู้ประกอบการมีความเสี่ยง จากความไม่สมบูรณ์ของสัญญาสัมปทานและต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากลงทุนในระบบ 3จี ผลตอบแทนการลงทุนในระบบ 3จี จึงต่ำและอาจติดลบ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนและการพัฒนา ไปสู่ระบบ 3จี
เรื่องนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ตามหลักเกณฑ์ของ กทช. ได้กำหนดให้ผู้ที่ชนะการประมูลใบอนุญาต 3จี สามารถเข้าไปใช้เครือข่ายร่วมกับผู้ประกอบการรายอื่น หรืออินฟราสตรัคเจอร์แชริ่งได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโครงข่ายใหม่
7. การขัดกับข้อกฎหมายเกี่ยวกับข้อเสนอ ที่ให้มีการออกใบอนุญาตแทนการสัมปทานเดิม มีข้อสังเกตว่าอำนาจในการออกใบอนุญาต ประกอบกิจการโทรคมนาคมนั้นอยู่ที่กทช. รัฐบาลไม่มีอำนาจในเรื่องนี้ ที่สำคัญข้อเสนอให้ลดการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ ให้แก่เอกชนจาก 25-30% ในปัจจุบันเหลือ 12.5% พร้อมกับต่ออายุสัญญาสัมปทานนั้น เป็นการตีความในลักษณะที่เป็นคุณกับเอกชน 3 รายเดิม โดยไม่มีระเบียบกฎหมายใดๆ รองรับ อีกทั้งยังขัดกับระเบียบพัสดุของสำนักนายกฯรัฐมนตรีด้วย
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/policy/20100719/343641/กรณ์ชงแผน100วันเลิกสัมปทานสู่ระบบไลเซน.html
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/policy/20100823/349273/กรณ์ชี้สัมปทานมือถือ-อุปสรรคพัฒนาโทรคมฯ.html
ข้อ 2 ศึกษาความคืบหน้าของ 4G ในต่างประเทศ WiMax ในประเทศไทย
ความคืบหน้าของ WiMax ในประเทศไทย
กทช.พร้อมให้ใบอนุญาต ‘ไวแม็กซ์’ ได้ ก.ย.นี้
มติบอร์ด กทช. เปิดให้บริการไวแม็กซ์ แบ่ง 2 ย่านความถี่ คือ 2.3-2.4 และ 2.5-2.69 ในการให้บริการวางกรอบก.ย.53 ได้ผู้ได้รับใบอนุญาตแน่นอน
เมื่อ วันที่ 9 มิ.ย. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ขณะนี้ คณะทำงานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Wireless Access:BWA) หรือ ไวแม็กซ์ ได้สรุปร่างนโยบายการดำเนินงานเรียบร้อยแล้ว พร้อมเสนอให้ กทช.ลงมติเห็นชอบกรอบร่างดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะนำร่างมาจัดรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มภายในวันที่ 11 มิ.ย. 2553 เพื่อหามติร่วมกันในการดำเนินการต่อไป
สำหรับกรอบการดำเนินงานได้กำหนดกรอบคลื่นความถี่ออกเป็น 2 ย่าน คือ ช่วงย่านความถี่ 2.3-2.4 กิกะเฮิร์ตซ ที่จะนำมาเปิดให้บริการไวแม็กซ์ และ 2.5-2.69 กิกะเฮิร์ตซ จะนำมาจัดทำโครงการเพื่อให้บริการในลักษณะบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง หรือ ยูโซ่ (USO) โดยปัจจุบันย่านความถี่ 2.3-2.4 กิกะเฮิร์ตซ ปัจจุบัน คลื่นดังกล่าวมีจำนวน 100 เมกะเฮิร์ตซ มีผู้ถือครองเดิมคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กว่า 64 เมกะเฮิร์ตซ และหน่วยงานราชการและบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ถือครองอยู่ 36 เมกะเฮิร์ตซ ส่วนย่านความถี่ 2.5-2.69 กิกะเฮิร์ตซ ปัจจุบันกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เป็นผู้ให้บริการอยู่ กทช.จึงได้กำหนดให้หน่วยงานใดก็ตามที่ถือครองคลื่นมากกว่า 30 เมกะเฮิร์ตซ นั้นให้คืนคลื่นส่วนที่เหลือเพื่อที่ กทช.จะได้นำไปจัดสรรต่อไป หรืออีกแนวทางให้ผู้ที่มีคลื่นความถี่บริหารจัดการโอนคลื่นดังกล่าว ขณะที่คลื่นความถี่ย่าน 2.5 กิกะเฮิร์ตซ นั้น สามารถให้บริการทางด้านโทรคมนาคมได้ จำนวน 40 เมกะเฮิร์ตซ จึงได้กำหนดให้นำมาจัดทำโครงการเพื่อให้บริการในลักษณะบริการยูโซ่
กรรมการ กทช. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นกรอบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลัก คือ ต้องการให้เกิดการกระตุ้นการแข่งขันและยกระดับการแพร่หลายของบริการบรอด แบนด์อินเทอร์เน็ตของประเทศ และเพื่อส่งเสริมให้เกิดบริการในพื้นที่เป้าหมายในการใช้ไวแม็กซ์ สำหรับพื้นที่ที่มีค่าครองชีพ หรือมีการใช้จ่ายค่าบริการไวแม็กซ์น้อย เนื่องจากขณะนี้ค่าบริการไวแม็กซ์อยู่ที่ 700-800 บาท ต่อเดือน จะเป็นพื้นที่ที่จะนำมาเป็นโครงการนำร่องในการเปิดให้บริการไวแม็กซ์ และกำหนดว่าจะมี 4 จังหวัดแรกเปิดให้บริการ โดยพิจารณาคัดเลือกจากจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี น้อยที่สุด
พ.อ. นที กล่าวอีกว่า กรอบดำเนินการครั้งนี้จะมีประเด็นต่างๆ ที่จะมีการพิจารณา คือ จัดทำร่างสรุปข้อสนเทศ (IM) ร่างประกาศหลักเกณฑ์ จัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในเดือน ก.ค. 2553 ทั้งนี้ จะเชิญชวนและเปิดรับคำขอรับการอนุญาตภายในเดือน ส.ค. 2553 พร้อมดำเนินกระบวนการตามประกาศ โดยคาดการณ์ว่าจะได้ผู้ได้รับใบอนุญาตภายในเดือน ก.ย. 2553
ขั้นตอน ผู้ที่จะเข้ารับใบอนุญาตไวแม็กซ์ทั้ง 2 ย่านความถี่จะมีลักษณะต่างกัน โดยผู้ที่จะได้รับใบอนุญาต 2.3-2.4 กิกะเฮิร์ตซ จะได้ใบอนุญาตแบบที่ 3 คือแบบมีโครงข่ายพร้อมจะสามารถให้บริการโดยใช้คลื่นความถี่ไม่เกิน 30 เมกะเฮิร์ตซ สำหรับผู้ที่ถือครองคลื่นเกินกว่านี้จะต้องโอนคลื่นให้กับผู้ประกอบการราย ใหม่ตามระยะเวลา กทช.กำหนด แต่ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ก็ต้องคืนคลื่นให้กับ กทช.ดำเนินการเพื่อที่จะได้ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการดำเนินการ บริการไวแม็กซ์ สำหรับผู้ที่จะได้รับใบอนุญาต 2.5-2.69 กิกะเฮิร์ตซ จะได้ใบอนุญาตแบบที่ 2 แบบมีโครงข่าย ปัจจุบันเปิดให้บริการแบบทับซ้อน กทช.มองว่าจะจัดประกาศเพื่อรับสมัครผู้ดำเนินโครงการ โดยจะต้องขอรับเงินอุดหนุนจากทาง กทช.น้อย ก็จะมีสิทธิ์เปิดให้บริการโดยมีกำหนดราคาบริการขั้นต่ำภายใน 5 ปี โดยหลังจากนี้ถึงจะขึ้นราคาได้ พร้อมมีใบอนุญาต 10 ปี อย่างไรก็ตาม ถือว่าย่านความถี่นี้จะเป็นการเปิดให้บริการแบบยูโซ่ และจะเปิดให้บริการแบบเชิงพาณิชย์เพียง 15-20 จังหวัด
-number portability (การให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้เลขหมายโทรคมนาคมเดิมได้ แม้ว่าจะเปลี่ยนผู้ให้บริการไปแล้ว หรือว่าจะเป็นกรณีที่ผู้ใช้บริการย้ายที่อยู่ก็ได้) มีมั้ย?
มีการเปิดใช้บริการแล้ว ซึ่งประเทศได้เปิดใช้บริการ คือ สวิสเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมัน สวีเดน
- ใครได้เปรียบ/เสียเปรียบ
ผู้ใช้บริการได้เปรียบ
เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ ส่งเสริมผู้ให้บริการมีการแข่งขันในเรื่องคุณภาพเป็นการใช้ทรัพยากรเลขหมายโทรศัพท์อย่างคุ้มค่า เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือ เมื่อได้รับเลขหมายจากผู้ให้บริการรายใดแล้ว จะต้องใช้บริการของผู้ให้บริการนั้นตลอดไป แม้บริการจะไม่มีคุณภาพตามที่ผู้ใช้ต้องการก็ตาม หากจะเปลี่ยนผู้ให้บริการก็ต้องเปลี่ยนเลขหมายที่ใช้ด้วย ซึ่งเป็นปัญหาต่อผู้ใช้บริการ ที่ต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการแต่ไม่ต้องการเปลี่ยนเลขหมายที่ใช้อยู่เดิม
แต่ผู้ใช้บริการอาจมีข้อเสียเปรียบได้ สำหรับผู้ใช้บริการในระบบเติมเงิน (pre-paid) ที่มีสัดส่วนถึงร้อยละ 90 ของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมด อาจมีความเสี่ยงที่ต้องสูญเสียเงินที่เหลือในระบบ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่า เงินที่เหลือในระบบเติมเงินจากผู้ให้บริการรายเดิมไปจะถูกโอนให้ผู้บริโภคใช้ยังเครือข่ายใหม่หรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวกระทบต่อการตัดสินใจในการใช้สิทธิคงเลขหมาย
ผู้ให้บริการเสียเปรียบ
ย่อมส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจย้ายเครือข่ายได้ง่ายขึ้น โดยค่าบริการน่าจะถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคตัดสินใจในการเลือกเครือข่าย ขณะเดียวกันเนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันราคากันอย่างดุเดือด ส่งผลให้ราคาค่าบริการในแต่ละเครือข่ายค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยข้อมูลล่าสุด พบว่า ค่าบริการเฉลี่ยสำหรับบริการแบบจ่ายรายเดือน (Post-paid) ของผู้ให้บริการ 3 รายหลักอยู่ในช่วง 1.16-1.46 บาท/นาที หรือมีส่วนต่างค่าบริการระหว่างเครือข่ายประมาณ 0.30 บาท ในขณะที่ค่าบริการเฉลี่ยสำหรับบริการแบบบัตรเติมเงิน (Pre-paid) อยู่ในช่วง 1.01-1.26 บาท/นาที ซึ่งมีส่วนต่างประมาณ 0.25 บาท ขณะที่ผู้ให้บริการจึงพยายามนำเสนอโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของผู้บริโภคเพื่อช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของส่วนต่างค่าบริการได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นทำให้คาดว่าผู้บริโภคบางส่วนที่มีความอ่อนไหวต่อราคาก็อาจจะตัดสินใจย้ายเครือข่ายไปใช้บริการเครือข่ายที่ทำให้ค่าบริการเฉลี่ยต่อนาทีลดลง ซึ่งอาจเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีปริมาณการใช้งานสูง เนื่องจากเห็นผลความแตกต่างของราคาได้อย่างชัดเจน
ไม่ใช่ว่าผู้ให้บริการจะเสียเปรียบอย่างเดียว เพราะผู้ให้บริการในการโอนย้ายลูกค้าจากความถี่เดิมภายใต้สัมปทานไปจดทะเบียนยังความถี่ใหม่บนระบบ 3G ที่ผู้ให้บริการมีใบอนุญาตเอง ซึ่งเป็นการลดต้นทุนลงจากเดิมที่ต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ประมาณร้อยละ 20-30 ให้แก่ผู้ได้รับสัมปทาน แต่ใบอนุญาตใหม่อาจเสียค่าธรรมเนียมเพียงร้อยละ 7-10 ของรายได้ อันส่งผลให้ผู้ให้บริการมีความยืดหยุ่นในการดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจ และอาจมีผลต่ออัตราค่าบริการในอนาคตได้
-กระบวนการ
1. ในการขอโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ผู้ใช้บริการยื่นคำขอโอนย้ายการใช้บริการต่อผู้ให้บริการรายใหม่ ณ จุดที่ผู้ให้บริการรายใหม่กำหนด
2. ผู้ให้บริการรายใหม่และผู้ให้บริการรายเดิมต้องร่วมกันตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของผู้ใช้บริการที่ขอโอนย้าย เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของเลขหมาย ตรวจสอบยืนยันสถานภาพและเงื่อนไขอื่นใดที่ผูกพันกับเลขหมายดังกล่าวว่าถูกต้องตามแนวทางปฏิบัติการโอนย้ายได้ หากผู้ให้บริการรายใหม่ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น และตรวจสอบยืนยันสถานภาพและเงื่อนไขอื่นใดกับผู้ให้บริการรายเดิม ผู้ให้บริการรายใหม่ต้องแจ้งเหตุผลและระยะเวลาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จให้ผู้ใช้บริการทราบ
3. การโอนย้ายผู้ให้บริการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นขอ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันควรเฉพาะกรณีเอกสารและหลักฐานข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือไม่ตรงกับข้อมูลผู้ใช้บริการที่แท้จริงในระบบ โดยผู้ให้บริการรายเดิมมีภาระในการพิสูจน์เหตุจำเป็นอันควรดังกล่าว
4. เมื่อผู้ให้บริการรายใหม่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของผู้ใช้บริการต่อผู้ให้บริการรายเดิมเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ให้บริการรายใหม่มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบว่าเลขหมายที่ขอโอนย้ายผู้ให้บริการเข้าสู่ขั้นตอนการโอนย้ายแล้ว เมื่อดำเนินการโอนย้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ให้บริการรายใหม่มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบว่าการขอโอนย้ายผู้ให้บริการสำเร็จแล้ว
5. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ ผู้ให้บริการต้องจัดส่งรายละเอียดเงื่อนไขแนวทางปฏิบัติการโอนย้าย และการเตรียมการต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ระยะเวลาในการดำเนินการนั้น พบว่าประเทศที่ใช้เวลาต่ำสุดในการดำเนินการ คือไอร์แลนด์ ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง และประเทศฝรั่งเศสใช้เวลาสูงสุดในการดำเนินการคือ 30 วัน ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรีย เยอรมนี สวีเดน ฯลฯ เฉลี่ยอยู่ในช่วง 7-8 วัน
-ค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคต้องเสีย
ค่าบริการคงสิทธิเลขหมาย 99 บาท
กทช.ได้สรุปค่าธรรมเนียมสำหรับการเปลี่ยนโอเปอเรเตอร์เพื่อใช้งานเลขหมายเดิมที่ 99 บาท จากเดิมกำหนดราคาเริ่มต้นไว้ที่ 200-300 บาทและกระบวนการเปลี่ยนค่ายจะต้องทำให้เสร็จภายใน 3 วัน
จากผลการสำรวจประเทศอื่นๆที่มีการเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมายแล้ว พบว่า ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยอยู่ที่ 8.38 ยูโร หรือเท่ากับ 412.55 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 8 กันยายน 2552 1 ยูโร = 49.23 บาท) และมีถึง 9 ประเทศที่ไม่คิดค่าธรรมเนียม ได้แก่ เบลเยี่ยม โครเอเซีย ไซปรัส เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ ลิทัวเนีย และสวิสเซอร์แลนด์
ความคืบหน้าของ 4G ในต่างประเทศ
USA
ในสหรัฐขณะนี้ มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยักษ์ใหญ่ 3 รายที่มีศักยภาพที่จะดำเนินการระบบ 4G แต่ถ้านับถึงความพร้อมที่สุดในขณะนี้คงต้องยกให้ Sprint 4G (WiMax) ที่ในขณะนี้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด คือ 36 เมืองใหญ่ในสหรัฐ และคาดว่าจะครอบคลุมเมืองใหญ่ทั้งหมดได้ภายในปีนี้
สำหรับ AT&T คาดว่าจะมีการเริ่มโครงการทดสอบในปีนี้ และเทคโนโลยีที่จะใช้ก็คือ LTE ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในบางส่วนในปี 2011 แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะครอบคลุมในส่วนใดบ้าง
Verizon เป็นอีกรายหนึ่งที่เดินหน้าโครงข่าย 4G ใน Boston และ Seattle มาตั้งแต่ปี 2009 และตามแผนจะเปิดให้บริการ 4G ได้ใน 30 เมืองใหญ่ภายในปีนี้ และคาดว่าจะสามารถรองรับผู้ใช้ได้ประมาณ 100 ล้านคน ในปี 2013 โดยคาดว่าจะกระจายโครงข่าย 4G ไปทั่วประเทศในที่สุด
สำหรับผู้ให้บริการที่เล็กลงมาอีกนิดก็คือ T-Mobile ดูจะไม่รีบร้อนกับการเข้าสู่ตลาด 4G เพราะขณะนี้อยู่ในระหว่างการอัพเกรดโครงข่าย 3G เดิมให้ขึ้นมาเป็น 3.5G หรือ HSPA+ ที่บ้านเราเรียกกันว่า 3.9G โดยทาง T-Mobile คาดว่าจ HSPA+ จะสามารถเปิดให้บริการใน Los Angeles และ เมืองใหญ่ ๆ ของสหรัฐได้ภายในปีนี้ ดังนั้นถ้าจะพูดถึง 4G นั้นก็คงจะอีกนาน
MetroPCS คืออีกค่ายหนึ่งที่กำลังจะเดินหน้าโครงการ 4G ในบางเมือง โดยจะใช้เทคโนโลยี 4G LTE ที่ร่วมพัฒนาอุปกรณ์กับ Samsung โดยใช้ชื่อรุ่นคือ SCH-r900 โดยจะใช้ CPU 624 MHz มี RAM ขนาด 128 MB และจอภาพสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของ Windows Mobile 6.1 แต่ในขณะนี้ก็มีเพียงรุ่นเดียวที่จะสามารถใช้โครงข่าย 4G ได้จริง
โดยเมืองแรกที่จะมีโอกาสใช้โครงข่าย 4G ของ MetroPCS ก็คือ Las Vegas
Sweden, Norway, Denmark
TeliaSonera โอเปอเรเตอร์แดนสวีเดนประกาศติดตั้งระบบเครือข่ายข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เทคโนโลยี 4G ในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดนและกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์แล้ว การติดตั้งนี้ทำให้ TeliaSonera กลายเป็นผู้ให้บริการรายแรกในโลกที่ลงมือให้บริการ 4G ในเชิงพาณิชย์
ตามทฤษฎี เทคโนโลยี 4G จะทำให้โทรศัพท์มือถือสามารถรับส่งข้อมูลในระดับ 100Mbps ได้ แต่ TeliaSonera ประชาสัมพันธ์ว่า บริการ 4G ของบริษัทสามารถรับส่งข้อมูลความเร็ว 20-80Mbps เท่านั้น
เมื่อ คำนวณแล้ว พบว่าความเร็วขั้นต่ำของ 4G นั้นทันใจกว่าความเร็วสูงสุดของ 3G หลายเท่าตัวนัก หากคำนวณจากความเร็วเฉลี่ย 7.2Mbps ของเครือข่าย 3G ในประเทศไทย 4G ก็จะมีความเร็วกว่าราว 3 เท่าตัว (เมื่อคิดจากความเร็วต่ำสุดคือ 20Mbps)
ยังมีข้อสังเกตว่า อุปกรณ์เทคโนโลยี 4G ที่ไม่แพร่หลายในตลาดขณะนี้จะเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ทำให้ตลาด 4G ไม่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าโทรศัพท์มือถือ 4G หลายรุ่นจะเปิดตัวมากขึ้นในปี 2010 ตามทิศทางของโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ของโลกที่ล้วนมีแผนพัฒนาเครือข่าย 4G ทั้งสิ้น
นอก จากสวีเดนและนอร์เวย์ TeliaSonera ระบุว่าได้รับใบอนุญาตให้บริการเครือข่ายข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G ในประเทศฟินแลนด์ด้วย ซึ่งคาดว่า จะได้ฤกษ์เปิดตัวบริการในเร็ววันนี้
Vietnam
ตามที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunications Union - ITU) ระบุไว้ ระบบรุ่นต่อไปของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า 4G นั้นสามารถให้การเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุดถึง 100 MB ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าระบบ 3G ในปัจจุบันหลายสิบเท่า
ล่าสุดมีบริษัทโทรคมนาคมในเวียดนามจำนวน 5 บริษัท ที่ประกอบด้วย Vietnam Data Communications Company (VDC) บริษัท EVN Telecom บริษัท FPT Telecom บริษัท Viettel ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท VTC ทำการทดสอบระบบ 4G ด้วยเทคโนโลยี WiMAX โดยบริษัท VDC ทดสอบสัญญาณบนคลื่นความถี่ 2.5GHz ในกรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ และนครด่าหนัง
ส่วน EVN Telecom ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าเวียดนาม ได้ทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนยีรุ่นใหม่ที่ความถี่ 2.3-2.4 GHz ในกรุงฮานอย และจ.ด่งนาย ส่วนบริษัท Viettel ได้ทดสอบระบบในคลื่นความถี่ 2.3-2.4 GHz ในกรุงฮานอยและ จ.ถาย-งเวียน และสุดท้าย FPT Telecom ทดสอบระบบในคลื่นความถี่ที่ 2.3-2.4 GHz ในกรุงฮานอยและนครหายฟ่อง
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีบริษัทใดเข้ามาทำการขอใบอนุญาตกับทางกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อขอใช้บริการระบบ 4G แต่อย่างใด เวียดนามเน็ตกล่าว
ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับ 2 ของปีระเทศคือ วินาโฟน (VinaPhone) ได้เริ่มทดลองให้บริการโทรศัพท์ 3G มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เวียดเทล เปิดให้บริการในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และ โมบิโฟน (Mobifone) จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้เป็นข่ายที่ 3 นอกจากนั้นยังมีอีก 1 รายจะติดตามมาในครึ่งหลังของปี
ปัจจุบันผู้ให้บริการรายใหญ่ทั้งสองรายกำลังแข่งขันในตลอด 3G ด้วยการหั่นค่าบริการลงต่ำแบบติดดิน.
Japan
ช่วงนี้คงจะได้เห็นคำศัพท์คำนี้กันบ่อยขึ้น LTE (Long Term Technology) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานของยุค 4G โดยตอนนี้เองประเทศญี่ปุ่นก็เตรียมเข้าสู่ยุค 4G แล้วเช่นกันโดยกลุ่มผู้นำทางด้านผู้ให้บริการพร้อมผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชั้นนำ
สำหรับยุคของ 4G กำลังใกล้เข้ามาในหลายประเทศ ในขณะที่อีกหลายประเทศทั่วโลกก็กำลังใช้เทคโนโลยี 3G ที่ยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุน หรือบางประเทศที่ยังอยู่ในยุค 2.5G และกำลังจะก้าวเข้ามาสู่ยุค 3G อย่างบ้านเรา แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาไปในโลก สำหรับผู้ใช้งานก็ต้องก้าวตามให้ทันเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดมีการรวมกลุ่มในประเทศญี่ปุ่นทีเตรียมผลักดันเทคโนโลยี LTE ที่เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่จะใช้งานในยุคของ 4G โดยมีผู้นำทางด้านผู้ให้บริการอย่าง DoCoMo และผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอย่าง NEC, Panasonic Mobile และ Fujitsu เตรียมผลักดันให้เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ โดยที่เทคโนโลยี LTE จะให้สปีดหรือความเร็วในการใช้งานดาวโหลดได้สูงถึง 100 Mbps และ อัพโหลด 50 Mbps และจะมีการโชว์เทคโนโลยีที่ว่านี้ในงาน CEATEC และแล้วก็ถึงเวลาผลัดเปลี่ยนเทคโนโลยีกันอีกครั้ง
LTEเป็นหนึ่งมาตรฐานจากกลุ่มtheThirdGenerationPartnershipProject(3GPP)เพื่อกำหนดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความ เร็วสูงบนระบบโมบายไปสู่ระบบโมบายยุคต่อไปที่อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคที่4(4G)ทางเทคนิคLTEถูกสร้างอยู่บนพื้นฐานของGSM, GPRS,EDGEและWCDMAรวมถึงHSPAอีกด้วยจึงเป็นการวิวัฒนาการที่ต่อเนื่องเพื่อรองรับการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงและLatency ที่ต่ำลง(เพื่อให้บริการที่มีลักษณะdelaysensitiveservices)นอกจากในมุมของผู้ให้บริการที่จะได้ใช้บริการที่หลากหลายมีสีสันมากขึ้น แล้วยังเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ช่องความถี่ที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
จุดประสงค์พื้นฐานหลักของLTEก็คือการเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลทั้งดาวน์โหลดและอัพโหลดนอกจากนั้น ยังลดLatency(สำหรับround-tripต่ำกว่า10ms)ซึ่งทำให้สามารถให้บริการหลากหลายมากขึ้นอาทิเช่น เกมส์แบบreal-time,VoIP,VDO conferenceด้วยภาพคุณภาพสูงรวมถึงบริการreal-timeอื่นๆLTEที่ช่องความถี่ 20 MHz สามารถดาวน์โหลดได้สูงถึง 300 Mbpsและอัพโหลดได้มากถึง75Mbpsและที่สำคัญLTEใช้all-IPcorenetwork โดยภาพต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบโครงสร้างภาพรวมระหว่างUMTSกับLTE
Korea
มีข่าวลือออกมาจากสื่อฝั่งเกาหลีใต้ครับ เมื่อ KT (Korea Telecom) ผู้ให้บริการมือถืออันดับสองของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ขาย iPhone แต่เพียงเจ้าเดียวในเกาหลี ณ ขณะนี้ ให้ข้อมูลกับหนังสือพิมพ์ The Korean Times ว่าบริษัทจะจำหน่าย iPhone 4G ในเดือนเมษายนนี้
ผู้บริหารของ KT บอกว่าบริษัทได้ทำความตกลงกับแอปเปิลว่าจะวางขาย iPhone 4G ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แม้ว่าจะยังมีสต๊อก iPhone 3G ค้างอยู่ก็ตามที ตัวแทนของ KT บอกว่าการออก iPhone 4G ให้เร็วขึ้น เป็นผลมาจากกองทัพมือถือ Android ที่กูเกิลกำลังเร่งอย่างเต็มที่
ตามข่าวจาก The Korean Times บอกว่า iPhone 4G จะมีจอ OLED, ใช้ซีพียูแบบดูอัลคอร์, มีชิปกราฟิกช่วยเล่นวิดีโอความละเอียดสูง และมีกล้องที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมี “ความเป็นไปได้สูง” ที่จะมีแบตเตอรี่แบบถอดได้
ตัวแทนของแอปเปิลบอกว่ากำลังคุยกับโอเปอเรเตอร์เจ้าอื่นในเกาหลีใต้เช่นกัน
India
อินเดียเปิดแผนลุยประมูลคลื่นความถี่ไร้สายเคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4G ระบุมีแผนสานต่องานประมูลทันทีหลังดันการประมูล 3G เรียบร้อย เชื่อโอเปอเรเตอร์โรตีจะพร้อมให้บริการเต็มตัวในปีนี้
หนังสือพิมพ์ฮินดูสถานไทมส์ (Hindustan Times) ของอินเดียรายงานคำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสารนาม A. Raja ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอินเดียเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ในชาติสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย 4G โดย Raja ยังไม่เปิดเผยกรอบเวลาประมูล 4G ที่แน่นอน แต่ระบุว่าไม่ต้องการให้การประมูลล่าช้าอีกต่อไป
สำหรับ 3G สื่ออินเดียระบุว่า รัฐบาลอินเดีย คาดว่ารายรับจากการประมูลคลื่นความถี่ 3G นั้นจะมีมูลค่าสูงถึง 350,000 ล้านรูปี (ราว 272,000 ล้านบาท) โดยการสานต่องานประมูล 3G นั้นเริ่มขึ้นแล้วเมื่อช่วงวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา และคาดว่าจะกินเวลาไปอีกระยะหนึ่ง
สำหรับเทคโนโลยี 4G นั้นจะทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ และโทรศัพท์มือถือสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในความเร็วใกล้เคียงกับ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในอาคารบ้านเรือน ทำให้ผู้ใช้สามารถชมคอนเทนต์มัลติมีเดียนานาชนิด รวมถึงการรับสัญญาณภาพโทรทัศน์ รวมถึงเพลิดเพลินกับเกมออนไลน์ได้ในความเร็วเหนือกว่า 3G ถึง 10 เท่าตัว
Raja ระบุว่าต้องการ ให้อินเดียเป็นประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยี 4G ซึ่งหากอินเดียสามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4G ได้ในปีนี้จริง ก็จะเป็นการตามหลังเยอรมนีซึ่งเป็นชาติแรกในยุโรปที่เริ่มเปิดประมูลคลื่น 4G เมื่อวันจันทร์ที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา
Raja มั่นใจว่าผู้ชนะการประมูลคลื่น 3G ในอินเดียจะสามารถเปิดให้บริการได้เต็มตัวในเดือนกันยายนเป็นต้นไป
ต้องยอมรับว่าความตื่นตัวเรื่อง 4G และ 3G ของอินเดียเกิดจากความเป็นยุคทองของอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ในปัจจุบัน โดยเครือข่ายทั้ง 2 นี้จะปลดข้อจำกัดเรื่องการไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ และการขาดแคลนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแบบมีสายในเขตพื้นที่ห่างไกลได้ ซึ่งทุกฝ่ายในภาคอุตสาหกรรมเชื่อว่าอินเดียคือประเทศที่จะมีอนาคตไกลมากใน ธุรกิจ 3G และ 4G เนื่องจากอินเดียเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ เป็นอันดับต้นๆของโลก
China
จีนไม่สนโรคเลื่อนบริการ 3G ล่าสุดเดินเครื่องทดสอบเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือยุคที่สี่หรือ 4G ที่ทางการจีนพัฒนาเองแล้วที่เซี่ยงไฮ้ ประกาศว่าเป็นการทดสอบแอปพลิเคชั่นไร้สายเทคโนโลยี 4G อย่างจริงจังครั้งแรกของโลก แม้เกาหลีใต้จะเคยสาธิตความสามารถของเทคโนโลยีนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว
หนังสือพิมพ์รายวันของจีน ไชน่าเดลี (China Daily) รายงานคำพูดของโหยว เสี่ยวหู (You Xiaohu) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นหัวหน้าทีมพัฒนาโครงการเทคโนโลยี 4G "FuTURE Project" ของประเทศจีน ซึ่งกล่าวระหว่างการทดสอบบริการเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าการทดสอบระบบในเซี่ยงไฮ้เป็นตัวแสดงว่าจีนกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโครงการพัฒนาเทคโนโลยี 4G
"การทดสอบเทคโนโลยี 4G ที่เราพัฒนาขึ้นเองในครั้งนี้ ทำให้จีนเข้าใกล้การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์มากขึ้น"
รายงานระบุว่า ต้นทุนในการทดสอบบริการโทรศัพท์มือถือเทคโนโลยี 4G ในเซี่ยงไฮ้นั้นมีมูลค่าประมาณ 150 ล้านหยวน (ประมาณ 645 ล้านบาท) รัฐบาลจีนเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
บริการโทรศัพท์มือถือเทคโนโลยี 4G จะมีคุณภาพเหนือกว่าบริการในปัจจุบันมากมาย ทั้งด้านอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล คุณภาพของข้อมูลและรูปภาพที่จะได้รับจากบริการต่างๆ รวมถึงการรองรับคุณสมบัติการทำงานใหม่ๆที่ต้องการประสิทธิภาพในการส่งถ่ายข้อมูลสูงๆ เช่น บริการรายการทีวีบนมือถือหลากช่อง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือยุคที่สามหรือ 3G ยังคงไม่มีการให้บริการในประเทศจีนขณะนี้ ผลจากการพิจารณาการอนุมัติใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการที่ล่าช้าของรัฐบาล ทั้งเทคโนโลยี 3G ที่บริษัทต่างชาติพัฒนาขึ้น หรือ 3G ที่ทางการจีนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาขึ้นเอง
แม้ 3G จะยังไม่เกิด แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าตลาด 4G จะเติบโตแน่นอน ทำให้วิศวกรชาวจีนพยายามมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือความเร็วสูงพิเศษขึ้นโดยไม่ใส่ใจว่าจะต้องถูก "ดองเค็ม" ซ้ำรอยกับเทคโนโลยี 3G ฝีมือการพัฒนาของจีนที่ยังไม่มีการผ่านใบอนุญาตประกอบกิจการแก่โอเปอเรเตอร์ในขณะนี้
ก่อนหน้านี้ ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ยักษ์ใหญ่อิเล็กทรอนิกส์สัญชาติเกาหลีใต้ เคยสาธิตประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 4G เมื่อเดือนสิงหาคม ปลายปีที่ผ่านมา โดยทดสอบการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงขณะเคลื่อนที่โดยสาธิตแก่สื่อมวลชนในรถบัสที่กำลังวิ่ง ครั้งนั้นซัมซุงคาดการณ์ว่าจะสามารถทำตลาดในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2010 หากเทคโนโลยีได้รับการรับรองมาตรฐานในปีหน้า
สำหรับจีน ไชน่าเดลีระบุว่าเป้าหมายต่อไปเกี่ยวกับเทคโนโลยี 4G ของจีนคือการขยายขีดการทดสอบบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น และจะเร่งทำตลาด 4G ให้ได้ก่อนปี 2010
3) ยกตัวอย่าง 10 ธุรกิจในประเทศไทย ที่มีการนำเอารูปแบบของ mobile applications เข้ามาใช้ในองค์กร พร้อมกับการวิเคราะห์และคำอธิบาย
ธุรกิจสมุดหน้าเหลือง “Thailand Yellowpages”
บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด(มหาชน) หรือ Thailand YellowPages เป็นผู้ดำเนินการจัดการทำสมุดหน้าขาวและสมุดหน้าเหลืองไทยแลนด์เยลโล่เพสเจสมาตั้งแต่ปี 2543สมุดหน้าเหลืองเป็นแหล่งรวบรวมเลขหมายโทรศัพท์ของสินค้าและบริการมากที่สุดในประเทศไทย สะดวกใช้ด้วยการแบ่งหมวดหมู่ หมวดธุรกิจ และจัดเรียงตามตัวอักษร (ก-ฮ) ในเล่มยังประกอบด้วยเนื้อหาต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ธุรกิจและในชีวิตประจำวัน
Thailand YellowPages ได้พัฒนาและออก Application “ YellowPages” มาเพื่อปรับตัวเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล และสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงผู้ขายได้ในทุกโอกาส และจากวิสัยทัศน์ขององค์กร คือ ทุกครั้งที่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อ "หน้าเหลือง" จะเป็นสื่อธุรกรรม เพื่อการซื้อการขายอันดับแรกที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการอันหลากหลาย ดังนั้นการออก Application นี้จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างดี
YellowPages Application
เป็น Application ที่ใช้ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของบุคคล หรือ ธุรกิจ รองรับเฉพาะโทรศัพท์ไอโฟน
เมื่อคลิกเข้าไปแล้วสามารถพิมพ์ชื่อบุคคลหรือบริษัทเพื่อค้นหาได้ทันที โปรแกรมจะโชว์เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ของชื่อนั้นๆ รวมไปถึงแผนที่ Google map อีกด้วย และผู้ใช้บริการยังสามารถคลิกโทรได้ทันทีจากรายการที่ปรากฏ
ข้อดี
- สะดวกสบาย ไม่ต้องพกพาสมุดเล่มใหญ่
- รวดเร็ว สามารถค้นหาได้ทันที และโทรออกได้ทันที
- มีข้อมูลรายละเอียดที่อยู่ และแผนที่ Google map
- ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อเสีย
- ต้องเสียค่าบริการ internet ในการโหลดApplicationในครั้งแรก
ธุรกิจหนังสือพิมพ์เครือเนชั่น
ในต่างประเทศ หากจะหาดาวน์โหลด Application ข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ มาไว้ใช้งานบนมือถือคงไม่ใช่เรื่องยากหรือแปลกใหม่ เพราะสำนักข่าวดังๆ หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น BBC, Fox News, Wall Street Journal, Washington Post และอีกหลายเจ้า ต่างก็ทำ Application ออกมาให้ได้ใช้งานกัน
แต่ในเมืองไทย Application สำหรับแวดวงข่าวสาร เพิ่งจะเริ่มเกิดขึ้นหลังจากเมื่อไม่นานมานี้ เครือเนชั่นได้ชิงเปิดตัว Application ข่าวบน iPhone เป็นเจ้าแรกในไทย เอาใจสาวกไอที ที่ชื่นชอบการติดตามข่าวสารแบบอัพเดทตลอดเวลา
“Nation News" Application ข่าวเต็มรูปแบบรายแรกของเมืองไทย
“Nation News” นอก เหนือจากการอัพเดทข้อมูลที่รวดเร็วแล้ว ยังถือว่าเป็นการดาวน์โหลดที่คุ้มค่ามาก เพราะใน application เดียว สามารถอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ได้ถึง 3 ฉบับ คือ The Nation , คมชัดลึก และกรุงเทพธุรกิจ แถมด้วยเว็บบล็อกยอดนิยมของคนไทยอย่าง Oknation
เมื่อคุณเข้ามาสู่ application ของ “Nation News” ก็จะได้พบกับโลโก้ต่างๆของสำนักข่าวในเครือ หากต้องการอ่านฉบับไหนก็สามารถคลิ้กที่โลโก้ของแต่ละฉบับได้ทันที
The Nation : หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับนี้มีให้อ่าน 4 คอลัมน์คือ Top Stories, Breaking News, Business, Politics แถมด้วยรูปข่าวhot จาก The Nation โดยเลือกที่เมนู PHOTOS ที่เห็นเป็นไอคอนรูปกล้องสีเขียว สำหรับข่าวที่เห็นในแต่ละคอลัมน์ จะมีคอลัมน์ละ 10 ข่าว โดยเป็นข่าวล่าสุดของแต่ละคอลัมน์ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ก็สามารถอ่านข่าวนั้นๆ ได้ทันที
กรุงเทพธุรกิจ : เพียงสัมผัสที่โลโก้กรุงเทพธุรกิจที่เห็นด้านล่าง ไม่ต้องเสียเวลากลับไปเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่หน้าแรก สำหรับผู้ที่ไม่อยากพลาดข่าวสารทางด้านแวดวงเศรษฐกิจและการเมือง การเงิน-การลงทุน ยานยนต์ และไอที ลักษณะการทำงานจะเหมือนกับ The Nation คืออยากอ่านข่าวไหน เพียงใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่ข่าวนั้นๆ ได้เลย
คมชัดลึก : เนื้อหาที่นำมาบรรจุไว้ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ การเมือง และ กีฬา หรือผ่อนคลายกับข่าวสบายๆ ทั้งข่าวบันเทิง และผู้หญิง-แฟชั่น
Oknation : เว็ปบล็อคที่เป็นหนึ่งใน Application ของเนชั่นตัวนี้ด้วย โดยแต่ละบล็อคที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ล่าสุด จะถูกส่งไปยัง app iPhone ของ Nation ทันที สามารถติดตามอ่านบล็อคกันได้ทุกที่ทุกเวลา
ฟังก์ชั่นการใช้งานของ " Nation News" ที่มอบให้แก่ผู้ใช้งานคือสามารถขยายตัวอักษรได้ เพื่อความสบายตาของผู้อ่าน นอกจากนี้หากต้องการจะส่งต่อข่าวที่อ่าน หรือบล็อคที่ติดตาม ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะ "Nation News" มีฟังค์ชั่นที่สามารถส่ง e-mail เรื่องราวนั้นๆ ไปถึงเพื่อน ไม่เพียงเท่านั้น "Nation News" ยังให้ส่งข่าวที่สนใจเข้าสู่ Twitter ได้ด้วย
Application อีกตัวของหนังสือพิมพ์ The Nation คือ “The Nation Exclusive”
เป็น App ที่แยกออกมาเฉพาะของหนังสือพิมพ์ The Nation ซึ่งรายงานข่าวประจำวัน การวิเคราะห์ข่าวและไลฟ์สไตล์ต่างๆ แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในการสมัครสมาชิก 1 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน
ข้อดี
- สามารถอ่านข่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา
- มีฟังก์ชันขยายตัวอักษรเพื่อความสะดวกในการอ่าน
- ส่งต่อข่าวผ่านทาง e-mail และ social media ต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
- สามารถอ่านข่าวแบบofflineได้ ในกรณีที่ซิงค์ข้อมูลมาแล้ว
- ไม่เสียค่าใช้บริการ
- มีApplication รองรับทั้ง iphone และ Blackberry
ข้อเสีย
- ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ท
- หากต้องการอ่านข่าวที่นอกเหนือจากข่าวประจำวัน เช่นการวิเคราะห์ข่าว ข้อมูลการลงทุน หรือ คอลัมน์
ไลฟ์สไตล์ต่างๆ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิกเพิ่ม
ธุรกิจเพลง
ในปัจจุบันธุรกิจต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับเพลง ไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลง, คลื่นวิทยุ, หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการฟังเพลง ต่างก็มีการใช้ applications บนมือถือเป็นช่องทางในการนำเสนอสินค้า ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าร้านขายเพลงที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่ร้านขายปลีกอย่าง walmart อีกต่อไป แต่กลับเป็นร้านขายเพลงออนไลน์อย่าง itune ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการลงทุนได้เป็นอย่างดี นอกจากร้านขายเพลงที่ใหญ่ที่สุดแล้วนั้น คลื่น fm ต่างๆ ในประเทศไทยหลายค่ายก็มี application บนมือถือ อย่างเช่น seed 97.5 นั้นก็มีการนำเอา application บนมือถือมาใช้งานเช่นเดียวกัน โดยผู้ใช้สามารถที่จะฟังคลื่น seed ผ่านทางมือถือรวมทั้งยังสามารถขอเพลงผ่านทางมือถือได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่งได้มากเลยทีเดียว
ข้อดี
- สามารถลดปัญหาของการโกงทรัพย์สินทางปัญญาได้ในระดับหนึ่ง เพราะว่าในธุรกิจเพลงเมื่อค่ายเพลงนั้นทำเพลงออกมา ก็จะโดนละเมิดลิขสิทธิ์อยู่เสมอ การที่เปิดให้ลูกค้าสามารถฟังเพลงผ่านระบบ stream และเลือกซื้อเพลงซึ่งมีราคาถูกได้ผ่านทาง itune นั้นก็ถือเป็นการดึงลูกค้าที่ไปใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กลับมาได้ ซึ่งได้ผลประโยชน์ทั้ง ผู้ขาย และ ผู้จัดทำ
- เป็นการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่ง ดังเช่นคลื่นวิทยุ seed 97.5 นั้นมีการนำเทคโนโลยี application ผ่านทางมือถือเข้ามาใช้ ทำให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ลูกค้าพึงพอใจ และเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ไปพร้อมๆ กับการโฆษณาอีกด้วย
- เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลุกค้า ซึ่งลุกค้าจะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าอดีต แน่นอนว่าจะทำให้ยอดขายนั้นเพิ่มขึ้นไปด้วย
ข้อเสีย
- ธุรกิจที่ลงทุนใหม่นั้น อาจจะไปกินส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจที่ลงทุนไปก่อนหน้า อย่างเช่น itune นั้นถึงจะเป็นร้านค้าเพลงที่ช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ก็เป็นร้านขายเพลง ที่ทำให้การซื้อเพลงแบบแผ่น CD นั้นลดลง
- มีต้นทุนในการสร้าง application
ธุรกิจผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทมือถือ
True Move อวดโฉมแอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด Thailand Guide เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ หนุนการท่องเที่ยวไทย เจาะตลาดนักเดินทางทั่วโลก Thailand Guide เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยค้นหาสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย โดยร่วมมือกับ อีเอสอาร์ไอ ผู้นำบริการระบบภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร และผู้แทนจำหน่าย GPS รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ อย่างแม่นยำ ช่วยอำนวย ความสะดวกให้กับชาวต่างชาติที่เดินทางมาในไทยสามารถค้นหาเส้นทางได้ง่ายดาย พร้อมแสดงข้อมูลต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ ฟีเจอร์เด่นใน Thailand Guide มีดังนี้
• สามารถค้นหาสถานที่สำคัญ ณ ตำแหน่งที่ผู้ใช้อยู่ตามหมวดหมู่ที่กำหนดไว้ ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมและที่พัก สถานีขนส่ง โรงพยาบาล ร้านอาหาร สถานที่ราชการ ปั๊มน้ำมัน ธนาคาร ตู้ ATM ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ โรงเรียน และสำนักงาน
• สามารถ Add Favorites สถานที่สำคัญได้
• ตั้งค่ารัศมีการค้นหา ตั้งแต่ 1-5 กม. และจำกัดผลการสืบค้นสถานที่ได้
• แสดงแผนที่เส้นทางการเดินทาง พร้อมข้อมูลการเดินทาง
• สามารถโทรออกไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ ในกรณีที่สถานที่นั้นมีการแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ไว้ด้วย
โดยเปิดตัวในราคา US$9.99 โหลดได้แล้ววันนี้ที่ App Store
วิเคราะห์
Strengths :
Thailand Guide ถือว่า Mobile Application ที่มีประโยชน์สำหรับบรรดานักท่องเที่ยว เมื่อได้เดินทางมายังประเทศที่ตนเองไม่คุ้นเคย ลองจินตนาการดูว่า หากท่านเดินทางไปยังต่างประเทศด้วยตัวของท่านเอง โดยมิได้ใช้บริการของทัวร์ ท่านอาจจะต้องใช้เวลานานในการค้นหาที่พัก สถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ควรจะไป หรือ ในกรณีร้ายแรงที่สุด เมื่อท่านประสบอุบัติเหตุ ท่านก็จะไม่รู้ว่า โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดนั้นอยู่ที่ใด เพราะฉะนั้น การมี application Thailand Guide ที่อยู่ในรูปแบบของภาษาอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นภาษาสากล นั้น ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่ามีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ได้อย่างตรงจุด โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ประโยชน์จาก application นี้ได้ในหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการค้นหาข้อมูลสำคัญๆ อย่าง สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมและที่พัก สถานีขนส่ง โรงพยาบาล ร้านอาหาร เป็นต้น ท่านสามารถค้นหาข้อมูลดังกล่าว ได้ราวกับมีมัคคุเทศก์นำเที่ยวส่วนตัว ประโยชน์ของ application นี้เอง ที่ได้กลายมาเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้ใช้งานเลือกที่จะใช้
Weaknesses :
จุดอ่อนที่สำคัญของ Thailand Guide คือความน่าเชื่อถือของข้อมูลบางประเภท ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลในส่วนของแผนที่ หรือเส้นทางการเดินทางต่างๆ ต้องยอมรับว่าผังเมืองของประเทศไทยนั้นมีลักษณะที่ค่อนข้างซับซ้อนและไม่เป็นระเบียบ อาจส่งผลให้การเก็บข้อมูลดังกล่าวให้มีความถูกต้องแม่นยำที่สุดนั้น ทำได้ยาก นอกจากนี้ การหมั่นอัพเดทข้อมูลต่างๆ อย่างสม่ำเสมอนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับ application นี้ เนื่องจาก หากข้อมูลที่นักท่องเที่ยวทำการค้นหาไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ application นี้ได้ เช่น ข้อมูลในเรื่องของร้านอาหาร หากมีร้านอาหารร้านใดปิดกิจการไปแล้ว แต่ข้อมูลไม่มีการอัพเดทใน application เมื่อนักท่องเที่ยวไปถึงอาจเกิดความไม่พอใจ อีกทั้งยังอาจเกิดทัศนคติที่ไม่ดีในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยด้วย
Oppotunities :
เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวนั้น ใน 1- 2 ปี ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างมาก อันเนื่องมาจากสภาวะทางการเมืองของประเทศไทยที่มีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ชาวต่างชาติไม่กล้าเดินทางมายังประเทศไทย เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงมีการออกนโยบายในการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น โครงการ “เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก” โดยสนับสนุนให้กิจการต่างๆ ในอุตสาหกรรมออกโปรโมชันเพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ดังนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทย โอกาสจึงตกมาอยู่ที่ผู้ให้บริการ mobile application ดังกล่าว เนื่องด้วยคุณปะโยชน์ที่นักท่องเที่ยวได้รับตามที่กล่าวไปข้างต้น
Threats :
อุปสรรคของ application นี้คือ ทางเลือกอื่นๆ ในการค้นหาข้อมูลของนักท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น ร้านที่ให้บริการอินเตอร์เนท ที่มีอยู่ทั่วไป และการที่นักท่องเที่ยวไม่ได้ใช้มือถือ iPhone จึงอาจไม่สนใจในการใช้บริการดังกล่าว นอกจากนี้ การที่จะใช้บริการ application ดังกล่าวนั้น ผู้ใช้งานต้องใช้โทรศัพท์มือถือของระบบ TRUE เท่านั้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงการให้บริการเป็นอย่างมาก
Mobile applications ในอุตสาหกรรม โรงภาพยนตร์
อุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ ก็เป็นอีกหนึ่ง อุตสาหกรรมที่ได้นำ Mobile applicationsมาใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับลูกค้าได้อีกด้วย โดยองค์กรที่จะยกตัวอย่างในอุตสาหกรรมนี้ก็คือ โรงภาพยนตร์ในเครือ Major Cineplex
Major Cineplex ได้ร่วมมือกับบริษัท AIS ในการให้บริการ Mobile applications ที่สามารถ เช็ครอบหนัง จองตั๋วหนังและจ่ายค่าตั๋ว ที่ไหนก็ได้ ทุกที่ ทุกเวลา โดยผ่านระบบ m-pay บนมือถือของลูกค้า โดยผู้ที่จะใช้บริการ ต้องมีการ โอนเงินเข้ากระเป๋าเงินสด (M-cash) หรือ ผูกบัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคาร ไว้กับบริการ m-pay ก่อนจึงจะสามารถใช้ applications นี้ได้ และนอกจากลูกค้าจะได้รับความสะดวกและรวดเร็วแล้ว ยัง มี promotion ต่างๆ เช่นการ ลดราคาตั๋ว เมื่อใช้ Mobile applications ในการซื้อตั๋วอีกด้วย
การที่ Major Cineplex ได้เปิด บริการการจองตั๋วและซื้อตั๋ว ผ่านทาง Mobile applications นั้น แสดงให้เห็นถึง การเติบโตและความสำคัญของ ระบบ e-cash ซึ่ง กำลังเข้ามามีบทบาทใน องค์กรต่างๆ ในการทำธุรกิจ ในปัจจุบัน การให้บริการในรูปแบบ Mobile applications จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าที่ ใช้ระบบ M-payment อยู่แล้ว ให้ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น และจะเป็นการกระตุ้นให้ กลุ่มคนที่ยังไม่เคยใช้ระบบ M-payment ให้หันมาสนใจเทคโนโลยีตัวนี้มากขึ้น
โดยข้อดีต่างๆของ การที่ Major Cineplex นำ Mobile applications มาใช้นั้นมีดังนี้
1.อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า มากยิ่งขึ้นเพราะ ไม่จำเป็นต้องต่อคิวซื้อตั๋วแบบในอดีต
2. ลดจำนวนของลูกค้าที่มาต่อคิวซื้อตั๋ว ทำให้ ลูกค้าคนอื่นๆที่ไม่ได้ใช้ Mobile applications ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วยเนื่องจากจำนวนคนต่อคิวจะลดลง
3. สร้างภาพลักษณ์ให้กับ Major Cineplex เนื่องจากการนำ เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาใช้นั้น จะทำให้ Major Cineplex มีภาพลักษณ์ที่ ทันสมัยและดูดีมีระดับมากยิ่งขึ้น
4. กระตุ้นยอดขาย ในเมือการเช็ครอบหนัง และซื้อตั๋วทำได้ง่ายขึ้น ก็จะทำให้ อัตราการดูหนังสูงขึ้นด้วย
ในด้านข้อเสียของการนำ Mobile applications มาใช้นั้น ก็คือ
1. จำนวนผู้ใช้ Mobile applications อาจจะยังมีไม่มากนัก เนื่องจาก ยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่สำหรับประเทศไทย
2.ความไม่แน่นอนของระบบ อาจจะทำให้ลูกค้าไม่กล้าที่จะลองใช้
3.เนื่องจาก Mobile applications เป็นระบบที่ใหม่มากจึงทำให้ต้องมีการจัด promotion เพิ่มกระตุ้นการใช้ จึงทำให้ Major Cineplex ได้รายได้ต่อคนลดลง
ธุรกิจ: Bookstore
การนำเอา Mobile applications มาใช้ในธุรกิจร้านหนังสือนั้น ถือว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้ผู้คนนิยมใช้เครื่องมือสื่อสารที่สามารถต่ออินเทอรืเนตได้ดังเช่น ไอโฟนหรือแบล็คเบอรี่ การสร้าง applications ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้น สะดวกในการค้นหาหนังสือ หรือสั่งจองล่วงหน้าได้ รวมถึงโฆษณาประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่นต่างๆได้โดยง่าย
ตัวอย่างเช่น ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดตัว Chulabook App บนไอโฟน โดยรองรับผู้ใช้งานจากทั่วโลกสามารถสั่งจองสินค้า ค้นหาหนังสือ ตลอดจนติดตามข่าวสารกิจกรรมของศูนย์หนังสือจุฬาฯ โดยตัว แอพพลิเคชั่นประกอบด้วย หน้าหนังสือขายดี 10 อันดับ หนังสือออกใหม่และหนังสือแนะนำ รวมถึงหน้าข่าวกิจกรรม หน้าโปรโมชั่น หน้าค้นหาและหน้าสั่งซื้อหนังสือ โดยให้สั่งจองไว้ก่อนด้วยการเลือกหนังสือที่สนใจใส่ในตะกร้าสินค้าแล้วคำนวณราคารวม แล้วเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง
ข้อดี
• เป็นทางเลือกที่ดี ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงธุรกิจได้โดยง่าย ทุกที่ ทุกเวลา
• ลูกค้าสามารถสืบค้นรายการหนังสือ รวมทั้งเช็ครายชื่อหนังสือที่ต้องการว่า ขณะนั้นมีสต็อกอยู่หรือไม่โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ร้านเอง
• ลูกค้าสามารถอัพเดรทรายการหนังสือใหม่ๆ และหนังสือ Best seller ได้ง่ายและสะดวก ทำให้เพิ่มกลุ่มลูกค้าและดึงดูดให้ลูกค้าสนใจตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น
• ธุรกิจสามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆของทางร้าน ผ่านทาง app ได้โดยง่ายทำให้สื่อถึงลูกค้าแต่ละคนได้โดยตรง
• มีประโยชน์ในด้านรักษากลุ่มลูกค้า และเก็บข้อมูลดาต้าเบสว่า ลุกค้าแต่ละคนนิยมคลิกเข้าดูหนังสือหมวดในประเภทใด
ข้อเสีย
• ลูกค้าบางคนชอบการเลือกหาหนังสือเองในร้านมากกว่า เนื่องจากได้พลิกดูบทนำด้านใน
• การจ่ายเงินที่ยุ่งยาก ต้องรอให้พนักงานติดต่อกลับเพื่อคอนเฟริ์มสถานที่ส่งและชำระค่าสินค้าต้องใช้เวลานานมากกว่าซื้อจากในร้าน
• ลูกค้าบางคนชอบการเลือกสภาพหนังสือเอง เกรงว่าการส่งจะทำให้ได้หนังสือสภาพไม่ถูกใจ ทำให้ app ไม่ได้รับความนิยม
ธุรกิจ: พยากรณ์
แม้ว่าปัจจุบันโลกจะก้าวเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาก จนมองว่าความเชื่อต่างๆเป็นเรื่องล้าสมัยและงมงาย แต่หากมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจหรือพบปัญหาที่แก้ลำบาก คนส่วนใหญ่ก็ยังหันหน้าพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากคนไทยมีนิสัยชอบการดูดวง เสี่ยงโชค เวลาจะดำเนินกิจการใดๆก็มักจะดูฤกษ์ยามเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อเสริมความมั่นใจและเป็นที่พึ่งทางใจ ธุรกิจการพยากรณ์จึงสามารถเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ เช่นหมอลักษณ์ฟันธง หมอกฤษณ์คอนเฟริ์ม เทพธิดาพยากรณ์ ฯลฯ
ในปัจจุบันมี application เกี่ยวกับการพยากรณ์มากมาย เช่นหมึกพอล เซียมซีเพนกวิน ไพ่ยิบซี ไพ่ป็อก เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งหมอดุสามารถใช้ช่องทางนี้ในการนำเสนอ โปรโมทตัวเองและเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้โดยง่าย
ข้อดี
• ทำให้ธุรกิจการพยากรณ์หรือตัวผู้พยากรณ์เองเป็นที่รู้จัก ได้รับความนิยมและสามารถที่จะแพร่กระจายไปในกลุ่มเพื่อนฝูงโดยการโพสต์ผลพยากรณ์แต่ละครั้งลงใน social network ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• สร้างความสนุกสนาน เสริมความมั่นใจ และเป็นที่พึ่งทางใจในเรื่องความเชื่อ เคราะห์ยามและการระมัดระวังตัวได้ โดยที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึง app ได้ตลอด ทุกที่ ทุกเวลา
• สามารถใช้ app ในการเข้าถึงตัวผู้ใช้โดยตรง โดยสามารถอัพเดรทกิจกรรม หรือขยายธุรกิจต่อได้ เช่นขายไพ่ยิปซี หรือตุ๊กตาเพนกวิน
ข้อเสีย
• ผู้ใช้หันมา application ในมือถือมากขึ้น จนเลิกสนใจการดูดวงในช่องทางอื่น เช่นทางโทรศัพท์ทำให้เสียรายได้ในช่องทางอื่น
• ผู้ใช้เมื่อหันมาใช้สักพักอาจเกิดการเบื่อหน่าย จึงควรจะต้องมีการอัพเดรทผลการทำนายใหม่ๆให้มีความหลากหลายขึ้น
• อาจทำให้ความเชื่อถือลดลงได้ เนื่องจากผู้ใช้ทราบว่าเป็นการเสี่ยงทายแบบสุ่ม
ธุรกิจสายการบิน
สายการบินแอร์เอเชีย นำเอารูปแบบของ mobile applications เข้ามาใช้ในองค์กรเป็นเจ้าแรกของสายการบินในเอเชีย โดยเว็บไซต์mobile.airasia.com ซึ่งพร้อมให้บริการตรวจสอบเที่ยวบิน สำรองที่นั่ง ชำระค่าโดยสารจากบัตรเครดิต ผ่านทางมือถือและอุปกรณ์ไร้สาย
ระบบเว็บแอร์เอเชียบนมือถือจะแสดงบริการต่างๆ ที่มีไว้ให้คุณสามารถใช้งานได้ ดังนี้
- ระบบจอง
- ตั๋วเครื่องบิน
- ระบบตรวจสอบการจองตั๋ว
- ระบบเช็กอินผ่านมือถือ
- ระบบตรวจสอบสถานะการบิน
ข้อดี
ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเปิดจองทางคอมพิวเตอร์ เนื่องจากโปรโมชั่นพิเศษของแอร์เอเชียส่วนมากจะเปิดจองได้ทางช่องทางเดียวเท่านั้น คือทางอินเตอร์เนต ซึ่งการมีmobile applicationโดยทางเว็บ เพิ่มอีกช่องทางให้กับลูกค้าได้ใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น
ข้อเสีย
ค่าบริการของ GPRS มีราคาแพง
Mobile Banking
Mobile banking เป็นการดำเนินงานทางการเงินที่พัฒนามาจากแนวความคิดหลักของ Internet banking ซึ่งต้องการที่จะทำให้ลูกค้าสามารถที่จะดำเนินการตามต้องการได้ในทุกเวลา และทุกสถานที่ มันเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า รวมทั้งทำให้ธนาคารสามารถเข้าถึงและใกล้ชิดกับลูกค้าได้มากขึ้น ธุรกรรมที่สามารกระทำผ่าน Mobile banking แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ธุรกรรมทางการเงินทั่วไป (การสอบถามยอดเงิน การโอนเงิน การหักบัญชี การสอบถามอัตราดอกเบี้ย) และ eTrading
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดของ "Triple A" (Access, Anytime and Anywhere) สำหรับทั้งลูกค้าและธนาคารนั้นชัดเจนจนทำให้ธนาคารหลายแห่งไม่อาจปฏิเสธที่จะนำหลักการนี้ไปใช้ การใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือจะกลายเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าประจำ ทั้งยังเป็นแหล่งที่มาของรายได้แห่งใหม่และยังช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับธนาคาร ในโลกที่ผลกำไรถูกแบ่งไปทั่วโลก และมีการแข่งขันในด้านเทคโนโลยีกันสูง การที่คุณเข้ามาสู่ตลาดนี้ก่อนและการให้บริการที่มีคุณภาพสูงจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ที่ได้เปรียบผู้อื่นในตลาดทันที ลูกค้าจะเปลี่ยนไปใช้บริการของธนาคารอื่นหรือเปิดบัญชีกับธนาคารใหม่โดยเร็ว ถ้าธนาคารที่พวกเขาใช้บริการอยู่ไม่สามารถให้บริการได้เพียงพอกับที่พวกเขาต้องการได้
ความท้าทาย และปัญหาที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาระบบ Mobile eBanking คือ การค้นหาบริการที่แท้จริงที่ลูกค้าต้องการใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ระบบการชำระเงินและตลาดการธนาคาร การใช้งานผ่านทางหน้าจอของโทรศัพท์มือถือที่ยังไม่สะดวกสบาย และสุดท้ายคือเรื่องความปลอดภัยทั้งจากมุมมองของทางธนาคารและของลูกค้า ตัวอย่างเช่น
ธนาคารบัวหลวง
บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง คือ บริการจากธนาคารกรุงเทพที่อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต
ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นธนาคารส่วนตัวที่สามารถทำธุรกรรมต่างๆได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน
ผู้ใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง สามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือและแสกนผ่าน QR Code (2D Barcode) ได้ ดังนี้
• ตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี
• โอนเงิน
• เติมเงินโทรศัพท์มือถือ
• ชำระค่าสินค้าและบริการ
• เรียกดูธุรกรรม 5 รายการล่าสุดในรอบ 180 วันที่ผ่านมา
ข้อดี
1). ใช้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าหรือรายปี
2). ลูกค้าสามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
3). ประหยัดงบเดินทาง ไม่ต้องไปธนาคารด้วยตนเอง
ข้อเสีย
1). ไม่สามารถใช้บริการในการถอนเงินได้
2). ไม่สามารถใช้บริการบัวหลวง ไอแบงก์ในต่างประเทศได้
ธุรกิจเกมส์บนมือถือ
ในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารมีความเจริญก้าวหน้าไปมากกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ห้าก็คงจะหนีไม่พ้นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีความสามารถและประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งก็เพราะแบรนด์มือถือต่างๆพยามที่จะหาทางทำให้ระบบปฏิบัติการตัวเองนั้นมีความสามารถมากขึ้นเพื่อ สามารถรองรับการทำงานของแอพพลิอเคชั่นต่างๆได้ ซึ่งแอพพลิเคชั่นเกมส์นั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากและยังสร้างความท้าทายให้กับผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นเกมส์ด้วย และด้วยเทคโนโลยี J2ME สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเกมส์ต่าง ๆ บนอุปกรณ์ไร้สาย สำหรับปัจจัยนึงที่เรียกได้ว่าสำคัญสำหรับธุรกิจเกมส์บนมือถือก็คงจะหนีไม่พ้นกับจำนวนประชากรที่ทุกวันนี้มีมือกันแทบทุกคน จึงทำให้บริษัทเกมส์ต่างๆเล็งเห็นกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ ซึ่งตัวฮาร์ดแวร์อย่างมือถือปัจจุบันก็มีความพร้อมแล้ว ดังนั้นคงจะไม่ใช่เรื่องยากกับการแข่งขันในด้านเกมส์แอปพลิเคชั่น
แต่เดิมทีเกมบนมือถือนั้นเป็นสิ่งที่เน้นการฆ่าเวลาให้กับผู้ใช้เสียมากกว่าเน้นความบันเทิง เนื่องจากเกมส์บนมือถือในสมัยก่อนนั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เป็นเพียงแค่รูปแบบง่ายๆ เช่น เกม Snake บน โทรศัพท์ Nokia หรือที่เราเรียกชื่อไทยกันติดปากว่า “เกมงู” ที่เรียกได้ว่าได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น และต่อมา Nokia ได้ออกโทรศัพท์เพื่อเล่นเกมอย่างจริงจังโดยใช้ชื่อว่า “N-Gage” มีเกมน่าเล่นมากมายที่ลงให้กับ N-Gage แต่แล้วในเวลาต่อมากระแสเกม N-Gage ก็เริ่มจางหายลงไป อาจจะเป็นเพราะตลับเกมของ N-Gage นั้น ทำมาเป็น MMC และเกมมีราคาค่อนข้างแพงมาก ทำให้บริษัทเกมต่างๆนั้นได้รายได้ไม่ตรงกับเป้าหมายที่วางไว้
ในยุคต่อมา ที่เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของเกมมือถือ นั่นก็คือ iPhone นั่นเอง Phone นี้เป็นสิ่งที่ทำให้วงการมือถือทั่วโลก เปลี่ยนกระแสไปมากเลยทีเดียว พวกเค้าแก้ไขขุดอ่อนของ การขายเกมมือถือในแบบ N-Gage ให้หมดไปโดยการทำ App Store ขึ้นมา โดยผู้ที่ใช้ iPhone นั้นสามารถที่จะซื้อเกมผ่าน App Store ได้เลย ซึ่งข้อดีของมันก็คือความสะดวกสบายในการซื้อหรือเลือกเกมส์ ทุกอย่างนั้นทำได้โดยง่ายเพียงแค่มีบัตรเครดิตเท่านั้น โดยแรกๆจะมีแต่เกมแนวฆ่าเวลา แต่พักหลังๆมาค่ายเกมดังๆอย่าง Capcom, Square Enix, Sega ก็เข้ามาทำเกมให้กับ iPhone เหมือนกัน หลังจากค่ายเกมใหญ่ๆ มาทำเกมให้ iPhone ทำให้เกมบน iPhone นั้นดูมีระดับมากขึ้นจนมีการเอาไปเปรียบเทียบกับเครื่องเกมมือถืออย่าง PSP และ Nintendo DS ซึ่งข้อดีของทั้งสองเครื่องนี้มีอะไรที่ต่างกันก็คือ PSP มี Graphic สวยงาม, Nintendo DS มี Gameplay ที่หลากหลายโดยใช้ Touch Screen, Microphone และกล้อง แต่ iPhone รวมจุดเด่นของ ทั้ง 2 อย่างนี้เข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้มันน่าสนใจมากขึ้น และปัจจุบันก็มีในรูปแบบของ Android ซึ่งAndroid นั้นดูจาก Hardware แล้วมีอยู่หลากหลาย ทำให้อนาคตของเกม Android นั้นน่าจะเป็นเกมมือถือที่รุ่งที่สุด สังเกตได้จากประสิทธิภาพของเครื่อง Android
เนื่องด้วยประสิทธิภาพของมือถือที่มากขึ้นในแต่ล่ะแบรนด์ จึงมีการแข่งขันกันที่รุนแรงขึ้น จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ เกมส์บนมือถือนั้นมีให้เลือกเยอะจนเลือกไม่ถูก สำหรับผู้ทำธุรกิจแล้วจึงคิดหาทางการทำตลาดร่วมกัน (Co-marketing) ซึ่งในยุคที่ ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งนั้นกำลังเริ่ม บริษัทที่เป็นเจ้าตลาดเกมออนไลน์อย่างเอเชียซอฟต์ จึงสามารถใช้เป็นจุดขายดึงพันธมิตรธุรกิจตั้งแต่ปี 2551 ตั้งแต่ลูกอมโอเล่ กับเกมเมเปิ้ลสตอรี่ สุกี้เอ็มเค กับเกมออนไลน์ออดิชั่น หรือกัธนาคารกรุงไทย ที่เป็นสปอนเซอร์ให้ทั้งการแข่งเล่นเกม และการนำคาแร็กเตอร์ของเกมไปเป็นลวดลายบัตรเดบิตของธนาคาร และแม้แต่ วันทูคอล ก็ยังโดดมาร่วมใช้เอเชียซอฟท์เป็นสื่อล่าสุด ด้วยการออก “ซิมสำหรับคอเกม” (Gamer Sim) อีกครั้ง หลังจากเคยร่วมในเกม Freestyle Street Basketball จนมีลูกค้า 2-3 หมื่นราย โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น เกมส์บนมือถือนี้มีกลุ่มเป้าหมายผู้เล่นอายุ 15-45 ปี และนับเป็นฐานส่วนใหญ่ของลูกค้าวันทูคอล การเป็นพันธมิตรกับเจ้าตลาดเกม อย่างเอเชียซอฟต์จะทำให้โอกาสของวันทูคอลสูงขึ้นในเซ็กเมนต์นี้ เพราะฐานคนเล่นเกมในเมืองไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Ref : http://www.marketingoops.com/uncategorized/mobile-game/
“หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น อย่า Philippines, Australia ประเทศไทยยังคงล้าหลังประเทศอื่นๆ ในแง่ของ Mobile Technology แต่ในแง่ของเกมบนมือถือ คนไทยกลับนิยมเล่น Java Games มากที่สุดในเอเชีย”
เพราะว่ากลุ่มลูกค้าที่ใช้งานมือถือนั้นมีจำนวนที่มากและหาได้ง่าย จึงเป็นข้อดีของบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชั่น หรือเกมส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PopCap, Playfish, Nokia หรือแม้แต่ผู้ผลิตเกมส์ของไทยอย่าง เซอเคิลซอฟต์ คอเซลเทคโนโลยี และอีกมากมายทั้งต่างประเทศและในประเทศนั้นให้ความสนใจ เพราะตัวเกมเองนั้นก็สามารถสอดแทรกโฆษณาบางอย่างเข้าไปด้วยได้ เช่น product placement หรือเป็นช่องการโฆษณาเกี่ยวกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันก็ได้ภายระหว่าเข้าเกมส์ อีกทั้ง การทำเกมส์บนมือถือนั้นมีการเข้าถึงที่ปัจจุบันเรียกว่าได้ง่ายไม่ต่างกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อดีที่มากว่านั้นก็คือผู้ใช้งานสามารถพกพาออกไปได้ทุกที่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีผู้พัฒนาคิดค้นเกมส์บนมือถืออยู่แทบนับไม่ถ้วน ในบริษัทไทยเองก็มีเช่น Little Captain กัปตันน้อยการบินไทย ซึ่งเป็นเกมส์บน iPhone ที่ไม่ได้แค่เพื่อให้สนุกเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะมีเที่ยวบินพิเศษ ตกแต่งเครื่องบินย้อนยุค กิจกรรม event มากมาย การบินไทยยังก้าวเข้ามาสู่สื่อ New Media และโทรศัพท์มือถือด้วยการสร้าง application หรือโปรแกรมบนมือถือเพื่อโปรโมทและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการการบินไทยไปในตัว อีกทั้งตลาดเกมส์บนมือถือที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นโอกาสที่ดีของผู้พัฒนาเกมส์ต่างๆได้มีโอกาสสร้างสรรค์ หรือเสนอให้กับบรรดาบริษัทผู้ผลิต ซึ่งในอนาคตบรรดาเกมส์บนมือถือน่าจะมีความสามารถไปได้ไกลเช่นเดียวกับเกมส์คอนโซลต่างๆ อย่างไรก็ดีที่เกมส์บนมือถือนั้นมีจำนวนมาก และผู้ใช้งานนั้นก็มีทั้งจำนวนมากและหลายหลายเช่นกัน ประเภทของเกมส์และเนื้อหาของเกมส์นั้นก็มีอยู่บ้างทั้งที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม ดังนั้นส่วนตรงนี้ ที่บริษัทหรือผู้ให้บริการเกมส์ต่างๆควรจะต้องคำนึงถึงประเภทของเกมส์ด้วย





