
BACKGROUND
เนื่องจาก ณ ขณะนั้นในปี 2006 บริษัท WebEx และบริษัท Saleforces.com กำลังเจริญเติบโตก้าวหน้าขึ้นมากแต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาในระบบการชำระเงิน ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นทีสำคัญ ดังนั้น Tzuo และ Rao จึงได้ทำการร่วมกันโดยการสร้างบริษัทของพวกเค้าขึ้นที่ชื่อว่า “Zuora” ในการแก้ไขปัญหาการชำระเงิน (Billing solution) ซึ่ง SaaS ได้เริ่มต้นขึ้นเป็นอย่างมาก และจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาระบบการชำระเงินของพวกเค้าให้ดีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั้นถือว่าเป็นอุปสรรคที่สำคัญของธุรกิจพวกเค้า โดยที่ Tzuo และ Rao เชื่อว่า SaaS จะมั่นคงและมองเห็นได้อย่างชัดเจน ที่มีความจำเป็นต่อประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินดังกล่าว
เริ่มแรกบริษัทได้ทำงานกับ five alpha ในการพัฒนาโมดูลการชำระเงิน โดยการออกสินค้าครั้งแรกเมื่องพฤษภาคม 2008 ของพวกเค้านั้น พวกเค้าได้เรียกสินค้านั้นว่า “Z-Billing” ซึ่งได้รับการตอบรับและคำแนะนำจากลูกค้ากลุ่มแรกว่าการจัดการการชำระเงินพร้อมกับการเรียกเก็บเงินจะสร้างความน่าสนใจให้กับสินค้าทั้งหมด ดังนั้น Zuora จึงได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการร่วมกันเป็น Partnership กับ PayPal และได้เชิญให้ประธานของ PayPal นาย Scott Thompson มาเข้าร่วมเป็นบอร์ดของ Zuora ด้วย
ด้วยความตั้งใจให้กระบวนของระบบการช่วยเหลือการชำระเงิน (Billing Solution) ของเค้าดีที่สุด Zuora จึงได้ออก Z-Payment ใน 5 เดือนหลังจากนั้นเมื่อตุลาคม 2008 ซึ่งในสิ้นปี 2008 บริษัทได้ขาย Z-Billing ให้กับลูกค้า 70 ราย ซึ่งเป็นความน่าประทับใจ เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่สามารถขายให้กับลูกค้าได้เพียง 40 รายเท่านั้น
ในเดือนมกราคม Zuora ได้ออกสินค้าตัวสุดท้ายที่ชื่อว่า Z-Commerce ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินแบบ Online Platform ซึ่งเป็นการมุ่งไปที่ผู้พัฒนา Cloud (Cloud Developer) ซึ่งเป็นคนที่ใช้บริการของ Zuora ในรูปแบบ plug-and-play และ Zuora ยังมีการพัฒนา APIs ซึ่งเป็นการอนุญาตให้สินค้าสามารถใช้งานแบบเชื่อมกับซอฟท์แวร์ปกติได้ ซึ่งความสำเร็จของ Z-Commerce จะส่งผลให้ Zuora แข็งแกร่งและสามารถยืนหยัดในตลาด Cloud Computing ต่อไปได้
The SAAS Industry
Software as a Service (SaaS) คือใช้ซอฟท์แวร์ในรูปแบบของการบริการนั้นมาแทนที่ใช้ซอฟท์แวร์แบบดั้งเดิม ซึ่งก็คือการซื้อซอฟท์แวร์และใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต การเพิ่มขึ้นประกอบกับกับพัฒนาการของอินเทอร์เน็ตทำให้ SaaS เติบโตขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการที่ SaaS นั้นเชื่อถือได้ มีต้นทุนต่ำ ผู้ใช้มีความสะดวกสบายเนื่องจากสามารถเก็บข้อมูลออนไลน์ได้ ด้วยเหตุดังที่กล่าวไปทำให้มีผู้ใช้ SaaS จำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่มีเงินทุน หรือความสามารถในการซื้อซอฟท์แวร์เป็นของตนเอง
SAAS Revenue Model
รูปแบบรายได้ของ SaaS มาจากการสมัครสมาชิกของลูกค้า (subscription service) ซึ่งใช้โมเดลในการคิดค่าบริการคือ จ่ายเท่าที่ใช้ ในทางบัญชีการใช้บริการ SaaS นั้นเป็นที่น่าสนใจมากกว่าการซื้อซอฟท์แวร์หรือลงทุนทำระบบเองในแบบเดิมๆ เนื่องจากรายจ่ายมีเพียงค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน (Operating Expense) เท่านั้นแทนที่แบบเดิมซึ่งจะต้องมีเงินลงทุน (Capital investment) สูง แต่ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการ SaaS นั้นจะมี Margin ในการดำเนินงานที่ต่ำเมื่อเทียบกับการขายซอฟท์แวร์แบบเดิมๆ เนื่องจากผู้ให้บริการ SaaS จะต้องลงทุนในส่วนของศูนย์ข้อมูล การอัพเดทรูปแบบใหม่ๆ พร้อมทั้งการแก้ปัญหาเรื่อง Bug ผู้ให้บริการ SaaS จะมีรายได้อยู่ตลอดที่ลูกค้าใช้งาน แต่การขายซอฟท์แวร์แบบดั้งเดิมจะได้รายได้แค่ครั้งเดียวคือตอนที่ลูกค้าซื้อเท่านั้น
Technology Model
โครงสร้างพื้นฐานของ SaaS นั้นเป็นรูปแบบของ multi-tenancy กล่าวคือ ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการหลายๆคนสามารถใช้บริการบนเครื่องหรือเซอร์เวอร์เดียวกันได้ การควบคุมแบบศูนย์กลางที่คล้ายคลึงกับระบบสาธารณูปโภคเช่น บริษัทไฟฟ้า นั้นทำให้ผู้ให้บริการใช้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (economies of scale) ได้จากการใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ
จากการศึกษาต้นทุนทั้งหมดพบว่าบริการ SaaS นั้นเมื่อเทียบตามอายุการใช้งานแล้วสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้มากกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อซอฟท์แวร์ล่วงหน้าหรือการซื้อซอฟท์แวร์แบบเดิมๆ
The Need for SaaS Billing
บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้วยโมเดลของ SaaS มีปัญหาเกี่ยวกับการ Billing และการ Payments เนื่องจากการตั้งราคาของการให้บริการนั้นซับซ้อนกว่าการตั้งราคาสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเรื่องของเวลามาเกี่ยวข้อง ก่อนหน้าที่จะมี Zuora ไม่มีซอฟท์แวร์ที่ดีตัวใดจะมาแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ได้ บริษัทส่วนใหญ่ได้คิดค้นระบบขึ้นมาเอง ในความเป็นจริงแล้วผู้ก่อตั้ง Zuora ทั้งสองคน ซึ่งก็คือ K.V. Rao และ Tien Tzuo ได้เคยมีความพยายามที่จะสร้างระบบ Billing ของตนเองขึ้นมาตอนที่ทั้งสองทำงานอยู่บริษัทก่อนหน้าก็คือ WebEx และ Salesforce.com และมีประสบการณ์ในเรื่องของความต้องการโปรแกรมดังกล่าว ทำให้พวกเขาเกิดแนวคิดที่จะนำเสนอระบบ subscription-based billing ที่มีกระบวนการ billing โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ไม่ต้องใช้งานตัวโปรแกรมมาก เป็นระบบที่ปรับแต่งได้ และมีราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ
Z-billing ของ Zuora นั้นเป็นสินค้าที่มีรูปแบบที่หลากหลายในการตั้งราคา รวมถึง รูปแบบของ one-time, การทวนข้อมูล, ผู้ใช้, การวัด และการตั้งราคาตามปริมาณ สินค้าตัวนี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลแหล่งเดียวที่รวบรวมข้อมูลลูกค้า, คำสั่งซื้อ, การจอง, รายได้ และสิ่งสำคัญต่างๆในการทำธุรกิจ subscription อีกทั้งยังสามารถรองรับลูกค้าได้รับล้าน
The Billing and Payments Industry
อุตสาหกรรม Billing และ payments เป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ มีผู้ให้บริการในเรื่องของช่องทางการ payments หลายราย เช่น Paymentech ซึ่งทำให้พ่อค้าสามารถรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ และ PayPal สามารถทำธุรกรรมผ่านสื่อ media อย่างอินเทอร์เน็ตได้ บริษัท National Processing และ Bluepay ที่มีรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายเช่นทางเครดิตการ์ด สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และรูปแบบการเก็บเงินที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ จากที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่าตลาดการ billing ออนไลน์นั้นเริ่มมีมากขึ้น จากการสำรวจบริษัท SaaS ของ IDC พบว่า จำนวนอุตสาหกรรมของการ billing และ payments ออนไลน์มีมูลค่าตลาดรวมกว่าหลายพันล้านดอลลาร์
Cloud computing Is a Potentially Huge Market
การนำCloud computing มาใช้ช่วยให้ประหยัดได้เนื่องมาจากในปัจจุบันในเรื่องของศูนย์กลางข้อมูลได้มีปริมาณที่ใหญ่ขึ้น และถูกเก็บอยู่ในที่ๆ มีต้นทุนถูกมาก ที่ซึ่งมีค่าดำเนินงานเพียงคือค่าไฟฟ้า และค่าบริการอินเตอร์เนท ซึ่งมีปริฒาณต่ำด้วย
ผลการวิจัยจาก IDC คาดการณ์ว่า Cloud computing จะมีมูลค่าสูงถึง 42 พันล้านเหรียญในปี 2012 และจะทำให้เกิด segment ใหม่ขึ้นมาคือ กลุ่มพัฒนา IT กลุ่มใหม่ มีรูปแบบ delivery สามารถให้บริการและแก้ปัญหาได้แบบ real-time โดยอาศัยการทำงานบนอินเตอร์เนท ซึ่งให้บริการที่ยืดหยุ่น และสามารถปรับขนาดได้ ซึ่งเป็นการให้บริการลูกค้าจากภายนอกที่ใช้งานบนอินเตอร์เนท
Leading Cloud computing platform
ในตลาด Cloud computing มีผู้เล่นอยู่หลายราย อาทิ Microsoft ที่ออก Window Azure Google ออก App Engine Amazon ออก Web Service และ Salesforce.com ทำ force.com platform การเข้าสู่ตลาดCloud computingได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า โดยเจาะไปที่ long tail segment เช่นกลุ่มองค์กรต่างๆ และกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งผู้พัฒนาที่ต้องการจะสร้าง software ของตนสามารถที่จะทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นรวดเร็วบนplatformเหล่านี้ และสามารถที่จะส่งตรงไปยังลูกค้าได้เลย Platform ของ early leader พร้อมกับ วิธีการแก้ปัญหาการจัดเก็บค่าบริการ
SWOT Analysis
Strength
1. ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ
2. ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครบวงจร
3. รูปแบบการใช้งานที่ง่าย มีความยืดหยุ่นสูง
4. มีผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน เช่น Z-Billing และ Z-payment ได้ถูกนำมาใช้ร่วมกันและประยุกต์มาเป็น Z-commerce
5. มีรายได้เป็นงวดๆไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนรูปแบบเดิมๆที่มีรายได้เพียงครั้งเดียว
Weakness
1. High Cost: เนื่องจากเป็นช่วงระยะของการดำเนินงาน และยังอยู่ในช่วงของการเริ่มต้น ในเรื่องเทคโนโลยีทางด้านนี้
2. Low Margin: กำไรที่ได้จากการดำเนินงานค่อนข้างต่ำเนื่องจากธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น ยังมีต้นทุนที่สูงอยู่
3. No more investment: เมื่อกำไรจากการดำเนินงานต่ำ ก็ส่งผลทำให้ไม่มีเงินทุนมากพอที่จะขยายธุรกิจได้ในช่วง period นี้
Opportunities
1. Cloud Computing:
มีโอกาสในการเติบโตอีกมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจในด้าน เทคโนโลยี ที่มีการเติบโตสูงมาก การใช้งานบนอินเตอร์เนทเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจและองค์กรต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะการธุรกิจออนไลน์
2. Billing & Payment:
จะเล็งเห็นได้ว่า เทคโนโลยีทางด้านนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ทำให้มีความต้องการ ระบบการจัดการในเรื่อง ระบบการคิดราคา หรือการดูแลในเรื่อง การแจ้งหนี้ หรือการเรียกเก็บเงิน หรือบริการต่างๆมากขึ้นตามไปด้วย
Market Opportunities

กราฟข้างต้นแสดงรายได้ของ SaaS แต่ละประเภท โดยเปรียบเทียบระหว่างปี2008 กับปี 2009 จะเห็นว่าในปี 2009 มีการเติบโตของธุรกิจที่สูงขึ้นใน software ทุกประเภท เห็นได้ว่า SaaS กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

จากกราฟด้านบนอธิบายถึง application ที่มีการนำไปใช้มากที่สุด คือในส่วนของ CRM HR และ Procurement แต่ในส่วนของบริการ Zuora สามรถตอบสนองผู้ใช้ SaaS ได้ครอบคลุมแทบทุกส่วน โดยเฉพาะในส่วนของ CRM, Finance และ Document management

Z-Billing
การใช้ Z-Billing ช่วยทำให้ธุรกิจในรูปแบบ subscription สามารถออกสินค้าใหม่สู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วขึ้น เพิ่มขนาดการปฏิบัติงานจากลูกค้าใหม่ๆ และการแสดงหน่วยวัดทางธุรกิจต่างๆอย่างชัดเจนเพื่อที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ดีขึ้น
Z-Billing
1. ทำให้การตั้งราคาของธุรกิจแบบ subscription เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่น
2. มีการแสดงผลตัวแปรและตัววัดต่างๆที่สำคัญต่อการวิเคราะห์ได้อย่าง real time Z-billing
3. เป็นเป็นระบบเดียวที่รวบรวมข้อมูลต่างๆไว้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นการบันทึกข้อมูลของลูกค้า การออกใบเสร็จ การ คาดการณ์รายได้ของธุรกิจในอนาคต
4. Z-billing ช่วยให้การคิดเรื่องภาษีและข้อบังคับเรื่องต่างๆเป็นได้อย่างง่ายดาย ภายใต้การสนับสนุนของโปรแกรมภาษีชั้นนำเช่น Sabrix, Vertex และ Avalara
5. มีการทำงานร่วมกับ CRM ของ Saleforce และสามารถทำงานร่วมกับระบบภายในธุรกิจ และ แพกเกจทางการเงินต่างๆ
คุณสมบัติหลักของ Z-Billing สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 คุณสมบัติหลักดังนี้คือ
1. Product Catalog – ใช้จัด Catalog สินค้าของธุรกิจ ทำให้สามารถสร้างสินค้าใหม่ๆ วางแผนในด้านราคา และแก้ไขการวางแผนต่างๆ ได้
2. Customer Subscription – ทำให้ข้อมูลการ Subscription จากลูกค้ามาเป็นแหล่งเดียว รวมถึงประวัติของการเปลี่ยนแปลงและการแก้ไขต่างๆ
3. Billing Operations – เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการออกใบเสร็จ การออกใบเสร็จอย่างอัตโนมัติ การออกใบแจ้งหนี้ การชำระ และการเก็บเงิน
4. Taxation – ช่วยในเรื่องของการตั้งค่าเกี่ยวกับเรื่องภาษี สนับสนุนรูปแบบต่างๆของภาษี และมีการทำงานร่วมกับโปรแกรมภาษีชั้นนำ

Z-Payment
Z-Payment คือ ระบบการชำระเงินออนไลน์สากลที่รวมประเภทของการชำระเงินเข้ากับ Algorithm ต่าง ๆ ซึ่งจะให้บริการลูกค้าด้วยระบบความยืดหยุ่นที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ซึ่ง Z-Payment ถือว่าเป็นวิวัฒนาการของระบบการชำระเงินออนไลน์ โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Z-Payment คือกลุ่มธุรกิจแบบระบบสมัครสมาชิก (Subscription) ที่ต้องการใช้ระบบการชำระเงินออนไลน์ ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดเล็ก
โดยจุดเด่นของ Z-Payment มีประการประกอบด้วย
1.Recurring payments:
คือการเข้าไปจัดการระบบชำระเงินที่เคยยุ่งยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่าย โดยสามารถจัดการกับความถี่ในการชำระเงินได้ เป็นรายปี รายเดือน หรือแม้กระทั่งรายวัน
2.Electronic and physical payments :
Z-Payment ได้เชื่อมโยงบริษัทของลูกค้า เข้ากับวิธีการชำระเงินอิเล็กทรอนิคแบบออนไลน์ ที่ประกอบด้วย PayPal, ACH, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต และระบบการโอน หรือแม้กระทั่งระบบการชำระด้วยเช็ค หรือเงินสด
3.Payment exception handling :
Z-Payment จะเตือนเมื่อบัตรเครดิตของผู้ชำระเงินนั้นหมดอายุ และช่วยให้คุณสามารถจัดการกับข้อยกเว้นการชำระเงินอิเล็กทรอนิคเมื่อเกิดขึ้นกับทุกประเภทของความผิดพลาดเป็นประจำ เช่น จากบัตรเครดิตที่ไม่ถูกต้อง หรือการปฏิเสธบัตรเครดิต หรือบัตรเครดิตที่เกินขีดจำกัด เป็นต้น
4.Reduce billing and payment disputes :
Z-Payment ได้จัดการเกี่ยวกับประวัติและตรวจสอบทุกรายการของการชำระเงิน และทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นสิ่งที่พวกเค้าต้องการ จากปัญหาและคำถามต่าง ๆ ที่พวกเค้ามี
5.Shorten collection cycles : ในธุรกิจการค้าระบบการเก็บเงิน หรือเรียกเก็บเงินเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นการเรียกเก็บเงิน หรือทำให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งจะทำให้ธุรกิจมีความได้เปรียบ
Z-Force
Z-Force คือ ชุดของapplicationที่อยู่ในsalesforce.comไว้ใช้วางแผนและจัดการข้อมูลลูกค้าและข้อมูลการขายรวมถึงการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าต่างๆซึ่งผู้ใช้สามารถsyncข้อมูลจากzuoraไปยังหน้าsalesforce.comได้ในZ-Forceจะมีคุณสมบัติต่างๆดังนี้
- กำหนดการตั้งราคา ทั้งแบบpackageและตามการใช้
- ใช้อ้างอิงลูกค้าที่ลงทะเบียน
- ดูข้อมูลลูกค้าที่ลงทะเบียนในsalesforce CRM
- ดูข้อมูลประวัติการสั่งซื้อและจ่ายเงินในsalesforce CRM
- Sales and support teamsสามารถดูข้อมูลการสั่งซื้อและจ่ายเงินแบบreal timeได้
- แสดงผลเป็นกราฟเพื่อฝ่ายการเงินและผู้จัดการขายให้เข้าใจง่าย

Z-Commerce Platform
Z-Commerce Platform เป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเงินให้กับผู้พัฒนาบน Cloud Platform โดย Z-commerce platform สามารถทำให้ผู้ใช้ได้ใช้รูปแบบ commerce-as-a-service ที่ทำให้ผู้พัฒนาได้จัดการเรื่อง การออกใบเสร็จ การชำระเงิน และการจัดการเรื่อง subscription ได้อย่างง่ายได้ ประโยชน์ที่ผู้พัฒนาจะได้ในการนำ Z-Commerce Platform ไปใช้มีดังนี้คือ
- ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการในส่วนของ Z-Billing, Z-Payments และ Z-Force ได้อย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้ตามแต่ผู้ใช้ต้องการ
- มี Sample Code และ Toolkits ให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว
- มีเครือข่ายของผู้พัฒนา Zuora ที่จะช่วยสนับสนุน และมี Forum ต่างๆ
- เป็น Open standards platform ซึ่งผู้พัฒนาไม่ว่าจะพัฒนาบน Platform ใดที่เป็นมาตรฐาน เช่น Java, Ruby หรือ Facebook เป็นต้น สามารถนำ Z-Commerce platform มาใช้ได้เลย
- สามารถนำไปใช้ได้กับผู้พัฒนา Application บน Facebook
Business Model
Value Proposition
1.The Right People:
มีทีมบริหารที่มีความชำนาญสูงทั้งที่มาจาก salesforce.com และ WebEX
2.The Right Vision:
มีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ดีและถูกต้องโดยผู้บริหารเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของตลาด SaaS และ cloud computing โดยดูจากการที่สามารถเป็นผู้นำตลาดได้โดยใช้เวลาเพียง1ปี
3.Complete Product Suite:
มีproductที่หลากหลายทั้งธุรกิจแบบ B-B และ B-C ทำให้ตอบสนองผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย
4.Easiest to Use:
มีการออกแบบproductให้ใช้งานง่ายสามารถเปลี่ยน product catalog เปลี่ยนคำสั่งซื้อของลูกค้าได้ง่ายรวมถึงการพัฒนาการ billing, payments และ subscription management services โดยการแก้เพียง 2-3 บรรทัด
5.Solution Scales for Any Size product:
มีความยืดหยุ่นสามารถใช้ได้กับธุรกิจทุกขนาดแม้ว่าจะมีรูปแบบธุรกิจที่ต่างกันหรือสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน
Revenue Model
1) การเก็บค่าธรรมเนียมในการติดตั้งบริการต่างๆ ของ Zuora โดยค่าบริการขึ้นอยู่กับประเภทของลักษณะของการใช้งาน
2) การเก็บค่าธรรมเนียมจากการหักเปอร์เซ็นต์จากรายการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายของธุรกิจที่ใช้บริการกับ Zuora โดยจะคิดที่อัตรา 2% ต่อ Billing และจะลดหลั่นลงมาตามจำนวนปริมาณที่มากขึ้นในภายหลัง
Organizational Development & Management Team


27 Developers, 18 Administrators, 6 Sales
Decision time
Scenario 1: Continue to focus on billing for the SaaS industry
ข้อดี
- มีความเสี่ยงที่ต่ำมากเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในตลาดนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว
- ไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากจึงมีงบกระแสเงินสดที่ดีสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร
ข้อเสีย
- มีการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าทางเลือกอื่นมาก
Scenario 2: Expand to capture the broader cloud computing trend
ข้อดี
-สามารถปรับตัวกับการเข้ามาของcloud computingได้ทันอาจได้รับผลประโยชน์มากมายจากการเข้ามาเป็นรายแรกๆในขณะที่ความต้องการของลูกค้ายังมีมาก
ข้อเสีย
-มีความเสี่ยงมากกว่าทางแรกและการต้องจ้างพนักงานที่มากขึ้นจึงต้องเสียทั้งเวลาในการฝึกอบรม และต้นทุนที่มากขึ้น
Scenario 3: Grow big fast and try to capture the broader subscription opportunity
ข้อดี
- ทำให้ Zuora สามารถขยายธุรกิจไปสู่ ธุรกิจแบบอ๊อฟไลน์ได้ ซึ่งจะถือเป็นโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ ๆ ของ Zuora ได้
ข้อเสีย
-ทำให้เสียความเป็นเอกลักษณ์ และเป็นธุรกิจที่ Zuora ไม่มีความเชี่ยวชาญ
Update Information

เมื่อนำ Z-commerce for media มาใช้ก็คือการนำ Z-Billing กับ Z-Payment มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยแก้ปัญหาเพิ่มเติมในเรื่องรูปแบบการคิดราคาสื่อออนไลน์ที่เหมาะสม และในเรื่องการเข้าถึง content ต่างๆ และจะมีระบบการจัดการต่างๆที่จะช่วยการจัดการ การดำเนินการต่างๆได้
Role of IT
1. ประหยัด การลงทุนเรื่องทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เพราะเปลี่ยนมาเป็นการเช่าระบบแทน
2. สามารถสร้างระบบใหม่ขึ้นมาใช้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะว่าผู้ให้บริการจะจัดเตรียมทรัพยากรขนาดใหญ่ไว้รองรับผู้ใช้บริการอยู่ แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องมีระยะเวลาการ
ออกแบบระบบ สั่งซื้อฮาร์ดแวร์ และติดตั้งฮาร์ดแวร์
3. Cloud computing ก็ทำให้การเพิ่มขนาดทรัพยากรนั้นง่ายและรวดเร็ว
ภายในข้ามคืนเท่านั้น
4. ขจัดปัญหาเรื่องการดูแลระบบทรัพยากรสารสนเทศออกไปให้ผู้ให้บริการ Cloud computing ดูแลแทน
The Lesson Learn of This Case
จากกรณีศึกษาของ Zuora ทำให้เราเรียนรู้ในเรื่องของการตระหนักถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนใน การเปลี่ยนแปลง (Sense of Urgency) ซึ่งในกรณีศึกษาได้พูดถึงไว้ ว่าผู้บริหารของ Zuora มี Sense of Urgency ซึ่งหมายถึงความพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ และความตระหนักที่ความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการ เปลี่ยนแปลงที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงรวมไปถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากความตระหนักถึง ความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนแปลงที่ถูกต้อง รวมทั้งอธิบายถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อความตระหนัก และวิธีแก้ไข





