ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้ IT ในรุปแบบของการเช่า
บริษัทเกรซ ออฟ อาร์ท เป็นบริษัทผู้ผลิตอัญมณีไทยขนาดกลางที่โดนแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงจนรายได้ถดถอยอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจปรับกลยุทธ์ธุรกิจจากการรับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า มาเป็นการออกแบบเครื่องประดับด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นของตนเองแล้วนำไปเสนอขายให้ลูกค้า
เมื่อปรับทิศธุรกิจจากการผลิตในลักษณะ Mass Production มาสู่การผลิตที่เน้นดีไซน์ (Design-based production) ทำให้กระบวนการทำงานในขั้นตอนของการผลิตมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ทั้งเรื่องของขั้นตอนการทำงาน รวมถึงปริมาณของวัตถุดิบที่ต้องบริหารจัดการ ทำให้ผู้บริหารต้องมาหาตัวช่วยนั่นก็คือ ระบบไอที ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยให้ระบบการผลิตที่เป็นหัวใจของธุรกิจบริษัท เกรซ ออฟ อาร์ทจำกัด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบไอที่ที่ผู้บริหารนำมาใช้ก็คือ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรหรืออีอาร์พี (ERP Enterprise Resource Planning) ระบบดังกล่าวได้เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ คือ ตั้งแต่การบริหารจัดการระบบสต็อกวัตถุดิบ ไปจนถึงระหว่างกระบวนการผลิตที่ขั้นตอนการผลิต
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารได้มองหาระบบไอทีที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความสามารถในการผลิตของบริษัท แต่พบว่าระบบไอทีที่ต้องการนั้นมีราคาค่อนข้างแพง และมีความสามารถในการรองรับความยืดหยุ่นต่ำ จึงยังไม่ตัดสินใจลงทุนระบบไอที จนกระทั่งได้เข้าร่วมโครงการ ECIT (Enhancing SMEs Competitiveness through IT) จึงสามารถใช้บริการซอฟท์แวร์ของไทยที่คัดเลือกโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทำให้สามารถลดต้นทุนด้านลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์ ลดการจัดซื้อเครื่องแม่ข่าย ลดการจ้างพนักงานดูแลด้านระบบไอที ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทสามารถใช้ซอฟท์แวร์ได้ฟรีในระยะเวลา 1 ปี โดยในปีต่อไปจะต้องเสียค่าเช่ารายเดือนพร้อมบำรุงรักษาเอง เพราะระบบ ERP ภายใต้โครงการ ECIT นั้นใช้แนวความคิดการใช้ซอฟท์แวร์ผ่านระบบ ASP (Application Service Provider) หรือการใช้โปรแกรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนต ถึงแม้ว่าในปีนี้บริษัทจะต้องจ่ายค่าเช่าใช้ซอฟท์แวร์และค่าดูแลระบบเอง ผู้บริหารก็รู้สึกว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างมาก เพราะการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนำมาซึ่งประสิทธิภาพของการผลิตที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เพราะโปรแกรม ERP สำรหับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับสามารถตอบสนองความต้องการในการบริหารจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นได้กว่า 20 เปอร์เซนต์ ทั้งการบริหารทรัพยากรของบริษัท ลำดับการรับออเดอร์ลูกค้า การวางแผน และควบคุมกระบวนการผลิต การประเมินราคา การคำนวณวัตถุดิบก่อนผลิต ไปจนถึงการส่งมอบและติดตามผล ที่สำคัญจะทำให้ผู้ผลิตสมารถควบคุมวัตถุดิบสูญเสียที่ใช้ในการผลิตได้อย่างแม่นยำ ควบคุมประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากร และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้ IT ในรุปแบบการสร้างระบบเอง
ตัวอย่างบริษัทที่ 1 : CPF
ซีพีเอฟ ได้พัฒนาระบบไอทีร่วมกับทาง ออราเคิล พัฒนาซอฟต์แวร์ Agile PLM เพิ่มประสิทธิภาพการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นกว่า 50% และได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า
บริษัทซีพีเอฟได้ลงทุนประมาณ 30 ล้านบาทในระยะเวลา 2 ปี เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยี ด้วยการร่วมมือกับบริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด พัฒนาโปรแกรม Agile Product Lifecycle Mamagement For Process หรือ Agile PLM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะการตรวจสอบมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด กฎระเบียบ ข้อบังคับทาหมายของประเทศคู่ค้าที่บริษัทส่งออกสินค้าไปขาย
ทางซีพีเอฟจะเริ่มนำระบบซอฟต์แวร์ไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปสัตว์น้ำก่อน ซึ่งปัจจุบันได้คิดค้นพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์แปรรูปสัตว์น้ำประมาณ 1,000-2,000 สูตรต่อปี และใช้เวลา 3-6 เดือน ในการผลิตออกสู่ตลาด ระบบนี้จะช่วยลดระยะเวลาเหลือเพียง 1-3 เดือนเท่านั้น และยังช่วยลดต้นทุนด้านวิจัยและพัฒนา ทำให้ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่ผลิตภัณฑ์จะมีราคาถูกลง รวมถึงลูกค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าภายใน 2 ปี ระบบซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้จะครอบคลุมการผลิตทุกขั้นตอนของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
การที่ทางซีพีเอฟ เลือกใช้ระบบ ซอฟต์แวร์ PLM จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการปฏิบัติงานครอบคลุมวงจรการผลิตทั้งหมด อาทิ ช่วยให้สามารถคิดค้นสูตรอาหารใหม่ ๆ และนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้นกว่า 50% เป็นการประหยัดเวลาและยังช่วยลดต้นทุนได้ด้วย โดยซอฟต์แวร์ PLM มีหลาย ๆ บริษัทอาหารชั้นนำของโลกได้นำไปใช้ ส่วน ซีพีเอฟถือเป็นบริษัทผลิตอาหารรายแรกใน อาเซียนที่ใช้ระบบซอฟต์แวร์นี้.
ตัวอย่างบริษัทที่ 2 : โรงพยาบาลเวชธานี
โรงพยาบาลเวชธานีได้ปรับกลยุทธ์เทคโนโลยีไอซีที เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินภารกิจขององค์กร และให้บุคลากรใช้ไอซีทีอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ โรงพยาบาลใช้งบลงทุนด้านไอทีประมาณปีละ 50 ล้านบาทต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว และปีนี้ ก็จะใช้งบใกล้เคียงปีก่อน ซึ่งเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลอื่นๆ ถือเป็นงบประมาณการลงทุนที่สูง เพื่อการจัดซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่าย
ด้านการลงทุนดังกล่าว เป็นไปตามความมุ่งมั่นของโรงพยาบาล ที่ต้องการพัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ เพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ รองรับเป้าหมายการเพิ่มลูกค้าที่เป็นคนไข้ต่างชาติ จากปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ของลูกค้าทั้งหมด และหวังจะเพิ่มเป็น 50% ต่อไป
โรงพยาบาลได้ติดตั้งโซลูชั่นระบบการเงินพีเพิลซอฟต์ เอ็นเตอร์ไพร้ซ ไฟแนนเชียล แมเนจเมนต์ เวอร์ชั่น 9.0 ของออราเคิล ซึ่งเป็นระบบงานหลังบ้าน ที่จะปรับปรุงระบบการเงิน และเพิ่มความคล่องตัวแก่ระบบงานขององค์กร รองรับเป้าหมายเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีก 2 ปีข้างหน้า และการเป็นโรงพยาบาลระดับโลก
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีแผนพัฒนาระบบซีอาร์เอ็ม และระบบเอชไอเอส (Hospital Information Systems) หรือระบบงานหน้าบ้านให้เป็นเว็บเบส สอดคล้องนโยบายคุณภาพการรักษาพยาบาลระดับสากล บริการผู้ป่วยได้รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น
ระบบนี้จะช่วยให้การจัดซื้ออุปกรณ์ และซัพพลายยาทำได้เร็วขึ้น ทั้งดูงบประมาณการเงินได้ภายใน 5-6 วัน จากระบบเดิมต้องใช้เวลาประมาณ 15 วัน รวมทั้งการจัดการสินค้าคงคลังจะดีขึ้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ การทำงานของโมดูลต่างๆ ที่ติดตั้งจะเชื่อมการทำงานในระบบ ลดกระดาษเกือบทั้งหมด และมีฟีเจอร์การแลกเปลี่ยนข้อมูลภายใน และภายนอก ส่งข้อมูลเชื่อมคลังสินค้า ช่วยลดต้นทุนจากการที่โรงพยาบาลไม่ต้องสำรองยาคงคลังไว้มากเกิน สามารถส่งข้อมูลคำสั่งซื้อเป็นอิเล็กทรอนิกส์ การคิดเงินรองรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนได้





