กรณีศึกษา Twitter
Members
น.ส.เจนจิรา จันทรประภาพร 5220211020
นายพัชร บูรณะคุณาภรณ์ 5220211032
นายอิศรา อังศุศิริพงศ์ 5220211040
นายวิชยุตม์ เหล่าอัจฉริยะพร 5220211042
น.ส.นิภาพร ธรรมพัฒน์พงศ์ 5220211046
น.ส.วรัญญา ธเนศไพศาล 5220211073
นายอภิชาติ กิจพรอนันต์ 5220211089
น.ส.ธิดาวรรณ เสถียรวิริยคุณ 5220211079
อ. : จากการศึกษาข้อมูลส่วนใหญ่นักศึกษาจะใช้ Facebook ส่วนนักธุรกิจหรือคนทำงานส่วนใหญ่จะใช้ Twitter มากกว่า จากผลสำรวจในการใช้ Social Media ทำการตลาดจะเป็น Twitter มากกว่า Facebook
จากผลสำรวจที่อ.เคยสอนไปแล้วเปรียบเทียบว่า การเข้ามา like บน Facebook กับการ Follow บน Twitter ทางไหนจะมีการขายสินค้าได้มากกว่า คำตอบคือ Twitter
กลุ่ม present
Twitter ถูกพัฒนาขึ้นโดย Jack Dorsey และ Biz Stone จากแนวความคิดที่ว่า ทำอย่างไรผู้คนจึงจะสามารถส่งข้อความ ความรู้สึก หรือความคิดเห็นส่วนตัวด้วยโปรแกรมง่ายๆและไม่ต้องลงแรงสร้าง blog ขึ้นมาเอง เริ่มแรกนั้น Twitter เป็นโปรแกรมที่ถูกใช้งานภายในบริษัท Odeo เพื่อการส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือของพนักงาน ปี 2007 Twitter ได้แยกตัวออกมาจาก Odeo โดยมี Jack Dorsey เป็น CEO และในปัจจุบัน Twitter ได้เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Social Network ที่ประสบความสำเร็จรายหนึ่งและมีผู้ใช้งานหลายสิบล้านคน
การเติบโตของ Twitter
ปี 2008 ผู้ใช้งาน 20 ล้านคน ผู้ใช้งานเพิ่มเฉลี่ย 5,000 – 10,000 คนต่อวัน
2009 ผู้ใช้งาน 60 ล้านคน ผู้ใช้งานเพิ่มเฉลี่ย 100,000 คนต่อวัน
ส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการอายุ 18 – 24 ปี
สัดส่วนผู้ใช้ทั่วโลก
• USA – 50%
• Japan – 23%
• Spain – 7%
• UK – 6%
รูปแบบการทำงานของ Twitter
การพิมพ์ข้อมูลข่าวสารลงไปเรียกว่าการ tweet
ผู้ติดตามข่าวสารเรียกว่า follower
การไปติดตามข่าวสารคนอื่นเรียกว่า following
ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกันได้โดยการ reply
ผู้ใช้บริการสามารถส่งต่อข้อความของผู้ใช้บริการรายอื่นที่ไปทำการติดตาม และทำให้ผู้ใช้บริการที่ติดตามตนนั้นเห็นข้อความนั้นได้ เรียกว่าการ retweet
Twitter สามารถจัดกลุ่มผู้ใช้บริการได้ และมีการเปิดให้ผู้พัฒนาภายนอกเข้ามาร่วมพัฒนาให้เว็บมีการใช้งานได้มากขึ้น โดยผ่านทาง Programming Interface ในปี 2009 นักพัฒนาโปรแกรมภายนอกได้ออกโปรแกรมดังกล่าวมามากกว่า 2,000 โปรแกรม
Business model
Value Proposition
มีกลุ่มธุรกิจและบริษัทต่างๆเข้ามามากมายเพื่อใช้ Twitter เป็น
1. เครื่องมือทางการตลาด เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ตรงจุดและทั่วถึงมากขึ้น อีกทั้งจะทราบว่าลูกค้าพูดถึงสิค้าและบริการของเราอย่างไรบ้าง ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมผู้บริโภค
2. Customer Support เช่น Dell ใช้ Twitter ในการให้ส่วนลดกับลูกค้าที่มา follow Dell
3. ติดตามข่าวสารกันเองภายในกลุ่ม ผู้คนสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของบุคคลที่ตนเองสนใจ โดยข้อมูลที่ได้จะมาในรูปแบบ Real Time ที่จะผู้ติดตามจะสามารถทราบได้ทันทีว่าบุคคลที่เรากำลังสนใจอยู่กำลังทำอะไร
Revenue Model
Market Opportunity
แนวโน้มของตลาด Social Network มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วทุกพื้นที่ของโลก ตั้งแต่ปี 2007 ถึง ปี 2010 เป็นต้นมา จำนวนผู้ใช้ Social Network ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น และในปี 2013 จำนวนผู้ใช้ Social Network จะมีการเติบโตขึ้นถึง 44.2% จากปี 2008 ถึง 2010 Twitter ก็ยังมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 1,227% ซึ่งมากกว่า Facebook ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ในตลาด
Market share
Facebook ครองส่วนแบ่ง 44% Twitter 29% Yahoo 18% MySpace 9% จะเห็นว่า Facebook ได้รับความนิยมมากที่สุด รองลงมาคือ Twitter Gmail และ Yahoo ได้รับความนิยมพอๆกัน
SWOT Analysis
Strengths
- ในความเรียบง่ายและทำอะไรได้ไม่มากนักของ Twitter กลับกลายเป็นเสน่ห์และแฝงไปด้วยศักยภาพ
- ผู้ใช้ยังสามารถเลือกที่จะ Follow เฉพาะจากแหล่งที่ตัวเองสนใจได้ ทำให้มีหน้าจอส่วนตัวที่แสดงเฉพาะ Feed ข่าวหรือข้อความจากเพื่อนหรือสำนักข่าว หรือแบรนด์สินค้าที่ตัวเองสนใจเท่านั้น และผู้ใช้เองก็สามารถที่จะสื่อสารออกไปสู่ผู้อื่นได้ด้วยทั้งจากทางเว็บไซต์ และโทรศัพท์มือถือ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- อยู่บนพื้นฐานของ “Real Time”
- มีการพัฒนาให้ใช้ Twitter ผ่านโปรแกรม หรือ Twitter Client มากมายหลายร้อยโปรแกรม
- สามารถเป็น Search Engine ได้ดี
- ใช้เป็นแหล่งแชร์ข้อมูลง่าย
- สามารถใช้เป็นช่องทางในธุรกิจได้
Weaknesses
- การไม่เข้าใจในการใช้งานยังมีอยู่มาก
- การใช้ Twitter ค้นหาข้อมูลนั้นอาจะทำไม่ได้ดีนัก แต่หากเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม เรื่องท้องถิ่นนั้น ที่เป็น Real Time จะมีประโยชน์อย่างมาก
- ในเรื่องของการ Find People ยัง support เพียงแค่บางเว็บเท่านั้น เช่น สามารถค้นหาจากผู้ใช้ E-mail จากเว็บ Gmail Yahoo และ AOL ซึ่ง Hotmail ยังไม่สามารถใช้ได้
- การกระจายตัวไม่เท่ากันของการ tweets กล่าวคือ 90% ของข้อความที่ Tweet นั้นมาจากผู้ใช้แค่ 10% เท่านั้นเอง
- ความเสถียรภาพของระบบ Twitter ยังมีจุดอ่อนอย
Opportunities
- Twitter จะกลายเป็นสิ่งสาธารณะในรูปแบบดิจิตอลสู่โลกอนาคต
- กลายเป็น search engine ที่โดดเด่นในอนาคต
- เป็น “be the pulse of the internet” กล่าวโดย Biz Stone
- เป็นเครื่องมือทางการตลาดด้าน social media ที่ใหญ่ที่สุด
- สามารถเข้าถึงแนวโน้มของ real-time ติดตามข่าวสาร กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจจะขาดไปในอินเตอร์เน็ต
- สามารถถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยพัฒนาให้ Twitter เข้าไปเชื่อมต่อกับทุกเว็บได้
Threats
- Facebook ออกลูกเล่นใหม่
- FriendFeed และ identi.ca อาจเติบโตและขโมยส่วนแบ่งการตลาดไปได้
- เมื่อ Twitter เริ่มเก็บค่าโฆษณาอาจะเป็นผลเสียกับบริษัทเอง
- การที่มีผู้ใช้งานมากขึ้นอาจทำให้เกิดปัญหาการรักษาระบบความปลอดภัยที่ยังไม่ดีพอ
Role of IT
Micro blogging
Twitter เป็นการส่ง message ระหว่างสมาชิกที่มี connection กันด้วยระบบ RSS feed ส่งข้อความผ่านสื่อสองทาง เช่น SMS , instant message, email, Twitter’s web site หรือโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสำหรับการนี้โดยเฉพาะ ด้วยเหตุที่เขียนข้อความได้จำกัด คือยาวได้สูงสุด แค่ 140 ตัวอักษรเท่านั้น Twitter ก็เลยถูกเรียกว่า “micro blogging” และข้อความที่ส่งถึงกันมีศัพท์เรียกว่า “Tweets” ซึ่งเปรียบเหมือนเสียงนกร้องอยู่ตลอดเวลา ข้อความที่จะส่งนั้นต้อง เป็น plain text เท่านั้นจะแทรกคำสั่งโปรแกรมอะไรไม่ได้ ยกเว้นแต่ hyperlink มายัง Webpage ของเรา ที่สามารถใส่ไปได้ โดยระบบจะจัดการต่อให้เอง โดยสิ่งที่ทาง Twitter อยากให้คนเขียนมาในความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ก็คือสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ในขณะนั้น หรือ “what’s happening ?” นั่นเอง
ทุกวันนี้มีคนใช้ Twitter ทั่วโลกนับล้านราย จากคน องค์กร และธุรกิจต่างๆ เริ่มหันมาใช้ Twitter กันอย่างแพร่หลาย และรวดเร็วมาก จนกระทั่งการสื่อสารด้วยคำถามเดิมไม่ทันต่อความต้องการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันที ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆ ดังนี้
- ด้านการติดตามข่าวสาร
เว็บไซต์โดยส่วนใหญ่ยังถือเป็นแหล่งข้อมูลและแหล่งข่าวที่สมบูรณ์กว่า แต่ถ้าคุณต้องการตามข่าวเฉพาะเรื่องในแบบหายใจรดต้นคอ และสนใจแม้แต่รายละเอียดยิบย่อย Twitter จะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะคุณสามารถอ่านรายงานสดจากผู้ใช้งานของ Twitter คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือสถานที่เกิดเหตุ
- ด้านการขอความช่วยเหลือ
เช่นเดียวกับบล็อกและฟอรัม Twitter คือสถานที่ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการถามคำถามที่คุณขี้เกียจค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง รวมไปถึงการขอความช่วยเหลือ
- ด้านวงการธุรกิจ
บางบริษัทได้เริ่มใช้ Twitter เป็นช่องทางในการโปรโมทสินค้าและบริการ หรือบริการความสัมพันธ์กับลูกค้า ช่วงปลายปี 2008 Dell ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ ได้เสนอส่วนลดสำหรับผู้ที่มา follow ใน Twitter ของบริษัทจำนวน 18,000 คน โปรโมชั่นนี้ได้สร้างยอดขายให้กับบริษัทถึง 1 ล้านเหรียญ
- ด้านบุคคลที่มีชื่อเสียง
เหล่าคนดังได้ใช้ Twitter เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารโดยตรงกับบรรดาแฟนคลับของพวกเขา
Stakeholders
1.1 ผู้ถือหุ้น หรือผู้ลงทุนของบริษัท
1.2 พนักงานและผู้บริหาร ของบริษัท
1.3 ลูกค้า มีตั้งแต่บุคคลธรรมดา ไปจนถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงมาก
Issues
ปัญหาที่ 1 ความสามารถในการหากำไรของ Twitter
อ. : ปัจจุบันยังไม่มีรายได้เข้ามาจากทางอื่น Twitter ส่วนใหญ่มีรายได้มาจาก Venture Capital (VC) เหมือนๆกับ Facebook ปัจจุบัน Twitter ถึงจุดที่จะต้องตัดสินใจแล้วว่าควรจะต้อง Make money และทิศทางของรายได้ควรจะมาจากที่ใด
กลุ่มพรีเซ้นต์ : การให้บริการที่ฟรีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป โดยบริการที่สำคัญก็คือ ความสามารถในการส่งและรับด้วยข้อความเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนมากมายต่อบริษัท บริษัทควรมีวิธีหารายได้จากลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ทางเลือกหนึ่ง การให้เช่าพื้นที่โฆษณาในส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์
ปัญหาที่ 2 ความไม่เสถียรของเว็บไซต์
การเติบโตและเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วของ Twitter ทำให้เกิดปัญหากับการใช้งาน เช่น การที่ผู้ใช้ไม่สามารถส่งข้อความได้ เป็นข้อจำกัดของ Twitter เมื่อผู้ใช้งานหลายพันคนพยามจะอัพเดทข้อมูลพร้อมๆกัน ถึงแม้ว่า ปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขไปแล้วบ้างในช่วง กรกฎาคม 2008 ไปแล้วและ Twitter เตรียมพร้อมสำหรับการมีผู้ใช้งานที่มากขึ้นอีก จนเมื่อปลายปี 2008 ก็มีผู้ใช้งานเยอะขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งประมาณ 5,000 – 10,000 คนต่อวัน จนถึงต้นปี 2009 ที่ผู้ใช้งานใหม่มีเกือบถึงแสนคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม ยังมีการพบว่า Twitter นั้นยังคงมีปัญหาในการให้บริการเมื่อมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
ปัญหาที่ 3 การส่งข้อความที่ไม่เหมาะสม
รูปแบบของข้อความใน Twitter มีลักษณะสั้น ผู้ใช้บริการจึงมักจะไม่สนใจข้อความที่เขาทวิตออกไป ซึ่งอาจเกิดผลแง่ลบกับผู้ใช้เองได้ นอกจากนี้ การที่บริษัทได้ปล่อยให้มีการ follow ได้โดยไม่มีการป้องกันผู้ใช้งานนั้น ส่งผลกระทบในแง่ลบของผู้ใช้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2009 Twitter ได้ออกรายชื่อผู้ใช้บริการที่ Twitter แนะนำ (Suggested users) ที่จะนำเสนอต่อผู้ใช้บริการ Twitter รายใหม่เมื่อพวกเขาสมัครใช้บริการของ Twitter โดยในรายชื่อนี้จะมีรายชื่อของเหล่าบรรดาคนดัง บริษัท ผู้ใช้บริการอินเตอร์เนท (internet personalities) และองค์กรอื่นๆ ผู้ใช้บริการสามารถไปกด follow ผู้ใช้บริการ Twitter ที่ได้รับการแนะนำได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้บริการที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวพบว่าจำนวนของผู้ที่มา follow เพิ่มขึ้นเป็นพันๆคนในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ top users ของ Twitter ซึ่งบางรายได้วิพากษ์วิจารณ์การให้บริการด้านรายชื่อนี้ ส่งผลกระทบแง่ลบต่อผู้ใช้ได้ เนื่องจากผู้ที่เข้าไปอยู่ในรายชื่อนี้ จะมีคนมา follow เป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่ต้องส่งข้อความหรือทำกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่ผู้ใช้งานรายอื่นๆ ต้องทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการดึงดูดคนให้มา follow
Lessons learned from the case
1. ได้เรียนรู้ว่า Twitter มีต้นกำเนิดได้อย่างไร
2. ได้เข้าใจระบบการทำงาน และประโยชน์ที่ได้รับจาก Twitter
3. ได้ทราบถึงแนวโน้มการแข่งขันของ Social Network และ เทคโนโลยีที่ช่วยให้ Twitter มีบทบาทในสังคมออนไลน์มากขึ้น
Update News
ปัจจุบันTwitter มีสมาชิกทั่วโลกถึงกว่า 105 ล้านคน ในสหรัฐฯ ปี 2010 นี้มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 48% ต่อปีจากสัดส่วนการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่ 84% ส่วนเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดนั้นยังเป็นของ Facebook ที่ตอนนี้มีจำนวนสมาชิกอยู่ถึง 500 ล้านคน
Case Study : Facebook Platform
กลุ่ม 10
5220211004 นางสาวณัฏฐา มณีศิลาสันต์
5220211007 นางสาวนิธิมา สิริพูนหัตถกิจ
5220211014 นางสาวเกศสุดา เวชชะ
5220211015 นางสาวธีรานุช โยธาภิรมย์
5220211026 นางสาวสุธิณี นาคสุข
5220211031 นายพงศธร วิชัยโชติกุล
5220211080 นางสาวธนิดา ลิ้มศิริวัลลภ
5220211081 นายพงศกร สุตันตยาวลี
Introduction
Mark Zuckerberg เป็นผู้ก่อตั้งFacebookในปี 1959 อีกทั้งเป็น CEO ของบริษัทอีกด้วย ภายใน 4 ปี
Facbook มีสมาชิก 175 ล้านคน โดยมากกว่า 70% เป็นผู้ใช้จากทั่วทุกมุมโลก และมีเพียง 30% ที่เป็นผู้ใช้จาก
สหรัฐอเมริกา ทำให้ Facebook เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดโดยเฉพาะในหมู่ของผู้ใช้ที่ต้องการสร้าง ความสัมพันธ์ การที่ Facebook ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะ Facebook แตกต่างจาก Social network อื่นคือ มีการใช้ระบบสมาชิกเพื่อควบคุมบุคคลภายนอกเข้ามาดูข้อมูลส่วนตัวได้ และการที่สมาชิกสามารถควบคุมการทำ content ต่างๆได้ด้วยตนเอง ผู้ใช้สามารถอัพเดทสถานะส่วนตัว และรูปภาพต่างๆได้เป็นจานวนมาก อีกทั้งสามารถ ลิ้งก์ไปยังเว็บต่างๆได้ Facebook จึงกลายเป็นเว็บไซต์แบ่งปันรูปภาพที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสถิติว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียวมีผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นจำนวน 30 ล้านนาที อัพโหลดรูปภาพ 850 ล้านรูปและ share content 240 ล้านหัวข้อ ทำให้ในเดือนตุลาคม ปี 2007 บริษัท Microsoft ได้ลงทุนเป็นจำนวนเงิน 240 ล้านดอลลาร์ สหรัฐกับ Facebook
แม้ Facebook จะได้รับความนิยมอย่างมาก แต่กลับไม่ได้สร้างรายได้ให้แก่บริษัทมากนัก ทำให้
Facebook ได้สร้าง Banner Advertising ขึ้นแต่ก็ยังสร้างรายได้ที่น้อยอยู่ ทำให้ Facebook ได้การปรับเปลี่ยนการสร้างรายได้เป็น 3 ประเภทดังนี้
1. มีการบริการด้าน Ecommerce ให้ผู้ใช้สามารถส่ง Feedback ผ่าน Facebook Beacon Program
2. บริษัทยังมี Facebook Platform ให้ผู้พัฒนาsoftware (third-party developer) สามารถเข้ามาสร้าง
Applications ใน Facebook ได้
3. Search deal กับ Microsoft
แหล่งรายได้ใหม่
จากการสำรวจพบว่าใน1 ล้านโฆษณาที่ปรากฏจะมีผู้ใช้ Facebookจะ click โฆษณาเพียง 400 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับ Google จะน้อยกว่าถึง 50 เท่า ต้องการให้มีการโฆษณามากขึ้นอย่างยั่งยืน โดย การเข้าไปช่วยเหลือบริษัทต่างๆ เพื่อพัฒนา On-line Application
การเชื่อมโยงบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆเข้ากับผู้ใช้ 1.CNN ใช้เพื่อแพร่ข่าวสดไปพร้อมกับการสนทนาโต้ตอบ “เพื่อน” ในขณะที่โครงการอาสาสมัคร
2.Starbucks ใช้เพื่อกระจายข่าวสารของทางโครงการ
Social Network History
Social network เกิดขึ้นในปลายยุค 1990 เป็นการบริการเว็บไซต์ ที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้าง profile ส่วนตัว ที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้อื่น
Facebook’s History
2004 : facebook เวอร์ชั่นแรก
•จำกัดแค่สมาชิกที่ใช้อีเมล “.edu”
•จำกัด profile ไว้แค่สมาชิกที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันเท่านั้น
•ขยายเครือข่ายไปเกือบ 30 วิทยาลัย (Rapid Success)
2005 : facebook เพิ่มการแชร์รูป
•ขยายไปยังระดับมัธยมศึกษา
•มีผู้ใช้ 5.5 ล้านคน
2006 : Yahoo พยายามที่จะขอซื้อ facebook
•facebook สามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่านั้นด้วยตัวของ facebook เอง
Facebook Platform
Platform คล้ายๆกับระบบปฏิบัติการ window เราสามารถอัพโปรแกรมลงไปใน platform นั้นได้ เหมือนกับ Facebook เป็น OS ของ Web
Facebook Platform มี 3 องค์ประกอบ คือ
1. Facebook application programming interface (API) เป็นโปรแกรมที่ทำให้ระบบ Facebook กับข้อมูล
สามารถทางานร่วมกัน
2. Facebook query language (FQL) Facebook ได้พัฒนา query language ที่อนุญาตให้ Applications
สามารถทางานร่วมกับฐานข้อมูลของ Facebook โดยตรง
3. Facebook markup language (FBML) Facebook ได้พัฒนา HTML ให้เข้ากับ applications ของ
Facebook ซึ่งง่ายในการดูแลและเข้าถึงเว็บไซต์
News Feed
แสดงกิจกรรมล่าสุดของเพื่อนคนหนึ่ง เช่น การลงรูปภาพ หรือการเพิ่มเป็นเพื่อน บางกลุ่มที่คิดว่า News Feed และ Mini-Feed เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
(A day without facebook)
Facebook Ads
ขณะที่ google ออก OpenSocial Platform ในเดือนเดียวกันนั้น facebook ได้ประกาศให้มีการโฆษณาขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกว่า “facebook ads”
Facebook Ads ประกอบด้วย 1. Facebook pages - เกี่ยวกับธุรกิจ แบรนด์สินค้า ศิลปิน และ ประชาชนทั่วไป ที่จะเป็นผู้สร้าง
2. Social Ads - สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาของพวกเขาผ่านการใช้ keywords
Facebook Connect
เป็น platform รุ่นที่สองที่อนุญาตให้สมาชิกสามารถเข้าถึง link ของเว็บไซต์อื่นๆ และทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนมี Facebook อยู่ในทุกเว็บไซต์ที่เราต้องการ
Compettitive Reaction
การพัฒนาของ Facebook Connect platform สองคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง MySpace และ Google ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง ในเดือนพฤษภาคม ปี 2008 MySpace ก็ได้ประกาศถึง platform ที่ชื่อว่า Data Availability ซึ่งได้ตั้งชื่อใหม่เป็น MySpace ID เช่นเดียวกับ Facebook Connect MySpace ID ให้ผู้ใช้สามารถแชร์ข้อมูลได้ง่ายขึ้นและสามารถเชื่อมประวัติกับเว็บไซต์อื่นๆ รวมถึง partner เช่น Yahoo , Twitter , Photobucket อย่างไรก็ตามการประกาศออกมานี้ก็ไม่ได้เริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว ในเดือนมีนาคม ปี 2009 MySpace ยังคงไม่สามารถใช้ MySpace ID ได้อย่างสมบูรณ์
ในเดือนพฤษภาคม ปี 2008 Google ได้ประกาศ platform ของตัวเองที่ชื่อว่า Friend Connect ซึ่งเป็น
ส่วนหนึ่งของโครงการ OpenSocial Friend Connectได้ให้เว็บไซต์สามารถเพิ่ม code จาก Google เพื่อที่จะเพิ่มลูกเล่นพิเศษแก่ผู้ใช้ของพวกเขา เช่นเดียวกับ Facebook Connect Friend Connect ของ Google ให้ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีผู้ใช้บนเว็บไซต์อื่นๆโดยใช้ Google login เมื่อมีการเชื่อมต่อแล้วเว็บไซต์ก็จะแสดงให้เห็นถึงรายชื่อผู้ใช้คนอื่นๆที่เข้าร่วมกับ Friend Connect ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อไปดูประวัติของผู้ใช้คนอื่นๆ ซึ่งจะเห็นว่าเขาพูดอะไรรูปภาพของเขา หรือสิ่งที่พวกเขาโพสใน Google แต่อย่างไรก็ตาม Friend Connect ได้ปกปิดความจริงที่ว่า Googleไม่ได้มีเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ในอเมริกา ดังนั้น Friend Connect ไม่สามารถมีฐานข้อมูลที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของ application ในเว็บไซต์อื่นๆ ถึงแม้ว่า Friend Connect จะเสนอทางเลือกในการทากิจกรรมอื่นๆเว็บไซต์หนึ่งสู่เว็บไซต์อื่นๆ แต่ Friend Connect ไม่มีศูนย์กลางของ Social network ที่จะแบ่งปันข้อมูลไปยังเพื่อนของผู้ใช้ Friend Connect คนอื่นทั้งๆที่มีข้อจำกัดเหล่านี้แต่ Facebook ก็ได้พิจารณาว่า Friend Connect เป็นคู่แข่งที่สำคัญ FriendConnect ได้ลองใช้ beta ในเดือนธันวาคม ปี 2008 ภายในหนึ่งชั่วโมง Facebook ก็ได้ประกาศใช้ FacebookConnect โดย Zuckerberg ได้กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ partner ของพวกเราได้เริ่มเปิดใช้นั้น มันไม่ได้ครอบคลุม
เว็บไซต์ทั้งหมดที่คุณใช้ในชีวิตประจาวัน ดังนั้นถ้าคุณต้องการที่จะเห็นการเติบโตได้ใช้เว็บไซต์ ผู้พัฒนาและการบริการที่คุณชอบ บอกพวกเขาว่าคุณต้องการอะไร” ด้วยการช่วยเหลือของคุณ พวกเราจะสามารถแบ่งปันข้อมูลได้มากขึ้นกับเว็บไซต์เหล่านั้น
Facebook Business Model
1. การให้บริการโฆษณา
facebook ให้บริการโฆษณา มีให้เลือกสองรูปแบบคือ ชำระค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิก และ ชำระค่าโฆษณา
เมื่อมีคนเห็น โดยทั้งสองรูปแบบสามารถเลือกได้ว่าจะชำระแบบใด ข้อดีของโฆษณาใน facebook คือ
สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนว่าต้องการให้โฆษณาของตนนั้นแสดงกับกลุ่มใด หรือ มีความชื่นชอบ
สิ่งใด เพราะผู้ใช้งาน facebook โดยมากจะกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป ทำให้โปรแกรมของ facebok สามารถ
เลือกกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น
2. Virtual goods
Facebook ได้ทำการขายสินค้าเสมือนจริง โดยผู้ใช้งาน facebook สามารถเลือกซื้อรูปของขวัญแล้วส่ง
ให้กับเพื่อนๆ ในวันเกิด โดยของขวัญจะไม่สามารถนาไปแลกเป็นเงินหรือสิ่งใดได้ แต่เป็นการแสดงคุณค่า
ทางจิตใจเท่านั้น
3. Virtual money
Facebook Credits หรือสกุลเงินเสมือนของเว็บเฟสบุ๊ค ถูกพัฒนาขึ้นหลังจากเฟสบุ๊คจับมือ Zong ระบบ
จ่ายเงินผ่านมือถือ เพื่อให้ผู้ใช้เว็บซื้อสินค้าออนไลน์ต่างๆ ผ่านระบบของตนนอกเหนือจากการจ่ายผ่านบัตร
เครดิตทั่วไป โดยจะตัดเงินผ่านบิลโทรศัพท์มือถือทันที ใช้ระบบ one-time-password ผ่านระบบ SMS
ซึ่งสกุลเงินนี้สามารถนำไปซื้อไอเท็มในเกมส์ต่างๆที่เปิดให้บริการบน faceebok ได้อีกด้วย โดยผู้ให้บริการ
เกมส์จะถูกหักค่าบริการของ Facebook credits เป็นจำนวน 30% ของยอดรายได้
Facebook Strategy
1. อาศัยหลักของ “Word of Mouth” ตั้งแต่เริ่มต้นในมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด นักศึกษาก็ให้ความนิยมเป็นอย่าง
ดี บอกต่อกันเรื่อย ทำให้เครือข่ายกว้างขึ้น ต่อมามีการเปิด
2. มีการพัฒนาและupdate Application ทำให้เกิด platform ใหม่ ให้น่าสนใจ และมีความสดใหม่ ซึ่งเป็นการ
เปิดให้กับ user ได้มีโอกาสเข้ามาใช้ ลักษณะคล้าย Google's Android case
3. มีการพัฒนาร่วมกันกับค่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆ เพื่อความเหมาะสมเวลาใช้งาน internet
บนมือถือ ได้แก่ Samsung, blackberry และ iPhone
4. ใช้ลักษณะ ของ win – win ทั้งคู่ คือทั้งผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการเอง
SWOT Analysis
Strength
- มีจานวน Applications มาก เนื่องจาก Facebook มี Facebook Platform ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคคลที่
สามสามารถเข้ามาสร้าง Application ในและนอก Facebook ได้ ทำให้ผู้ใช้ใช้เวลากับ Facebook ได้
มากกว่า Social Media อื่นๆ
- Facebook สามารถใช้ข้อมูลจากผู้ใช้ที่มีปริมาณมากเพื่อสร้าง Search Engine ที่ดีกว่า
- Facebook อนุญาตให้สมาชิก Facebook เชื่อมต่อกับเว็บไซต์อื่นไปพร้อมกับการใช้งาน Facebook
ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ฟังชั่นต่างๆในเว็บไซต์เหล่านี้ไปพร้อมกัน และพูดคุยกับเพื่อนแบบ realtime
ได้
- Facebook สามารถจับตลาดที่เป็นธุรกิจได้มากกว่า Social network อื่นๆ เนื่องจากมี Facebook
Pages และ Facebook Ads รองรับ โดยการสร้าง Facebook Pages ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
- ผู้ใช้สามารถอัพโหลดรูปภาพในโปรไฟล์ตนเองได้จำนวนมาก
Weakness
- เป็นการละเมิดสิทธิบุคคลในการนำข้อมูลส่วนตัวให้ผู้อื่นได้รับรู้
- Applications ที่ผู้ใช้นิยมมีเพียงไม่มาก แต่กลับต้องเสียค่าใช้จ่ายในด้านการทำวิจัยและพัฒนา
ผลิตภัณฑ์สูง
Opportunities
- จานวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ทาให้ Facebook ยังสามารถขยายฐานผู้ใช้ได้มากขึ้น
โดยเฉพาะในประเทศที่กาลังพัฒนา
- Facebook สามารถเข้าไปเป็นหนึ่งในแอพพลิเคชันในมือถือและสมาร์ทโฟนได้
- Facebook สามารถเป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจนและ
คานึงถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ
Threats
- เนื่องจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นในอนาคตอาจมีจำนวน
Social media มากขึ้นทาให้ Facebook อาจเสียส่วนแบ่งทางการตลาดได้
- ถึงจะมีระบบรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลก็ยังคงปรากฏอยู่
What are the problems?
1. ปัญหาเรื่องสิทธิ์ส่วนบุคคล
2. การเสพติด
3. การ spam event
4. การ spam tag photo
5. การสร้างกลุ่ม fan page หรือ group ที่ผิดกฎหมายหรือหมิ่นเหม่ต่อสังคม
Update Information
1. รายงานข่าวล่าสุด Facebook ขึ้นแท่นตำแหน่งเว็บไซต์วิดีโอที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก Google และ Yahoo
2. Facebook Places
Facebook มักจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้พวกเราได้ติดต่อ แชร์ และคุยกันอย่างกว้างขวาง Facebook
Places จึงเป็นอีกหนึ่งทางที่ Facebook สร้างขึ้นเพื่อช่วยในเรื่องการทำธุรกิจให้ง่ายขึ้น ช่วยให้ลูกค้าที่เข้ามา check in หน้า Place ของคุณ ได้แชร์ให้เพื่อนๆของพวกเค้ารู้จักธุรกิจของคุณได้อย่างกว้างขวางขึ้น
ค้นหา Place ของคุณ
1. Place ของคุณ อาจจะถูกสร้างขึ้นมาแล้วจาก Facebook เอง หรือลูกค้าที่ชื่นชอบร้านคุณ เพื่อเช็คดูว่าร้าน
ของคุณถูกสร้างขึ้นหรือยังให้ไปเช็คที่ www.Facebook.com ผ่านทาง Search bar เมื่อเจอ Place ของคุณแล้วขั้นต่อไป คุณต้องยืนยันการเป็นเจ้าของในขั้นต่อไป เรียกว่า การ Claim Place ของคุณ
2. หรืออีกทางหนึ่ง คือ คุณต้องอยู่ในที่ตั้งร้านของคุณแล้วสร้าง Facebook Place ผ่าน Facebook App. ใน
iPhone หรือ HTML5-enabled mobile device ผ่านtouch.facebook.com ค้นหาสถานที่ใกล้ๆ เพื่อหา Place ของคุณ ถ้าหาไม่เจอก็เพิ่มใหม่โดยกดที่ “+” หรือ “add”
สร้าง Place ของคุณ
1. สร้าง Place ของคุณง่ายๆ เพิ่ม Place ใหม่ โดยกดที่ Add a Place ใส่ชื่อร้านของคุณแล้วก็อธิบาย
รายละเอียดเกี่ยวกับร้าน
2. กด add และ Check in
การ Claiming Place
Claiming your Place คือการอ้างสิทธ์การเป็นเจ้าของซึ่งจะสามารถเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับที่อยู่ ข้อมูลที่สามารถติดต่อได้ เวลาร้านเปิดทำการ รูปภาพProfile และการตั้งค่าอื่นๆ ซึ่งก็ค่อนข้างจะคล้ายๆ กับการจัดการFacebook แต่แตกต่างกันตรงที่มีการเพิ่มแผนที่การเดินทางไปยังร้านคุณ รวมทั้งมีปุ่ม Check in ไว้สำหรับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมเยียนอีกด้วย
ขั้นตอนในการ Claim ร้านคุณมีแค่ 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. Log in เข้า www.facebook.com ค้นหาและเลือกชื่อ Place ของคุณที่ถูกสร้างขี้นแล้ว ด้านล่างของหน้า
เพจ ให้คลิกที่ข้อความ Report Place- Is this your business?
2. คลิกที่ช่องสี่เหลี่ยมเพื่อแจ้งว่าคุณเป็นตัวแทนของร้านนี้จริงและคลิกที่ continue เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป
3. ต่อไปทาง Facebook จะยืนยัน Place ของคุณ โดยการโทรกลับยังเบอร์โทรที่เคยแจ้งไว้เมื่อตอนสร้าง
Place จากรูป จะเห็นว่าในข้อที่ 1 จะโชว์เบอร์ที่ติดต่อขึ้นมาให้แน่ใจว่าคุณอยู่ในที่ที่คุณสามารถรับสายนั้น
ได้ เมื่อคุณพร้อม ก็กดปุ่ม Call me now ในการโทรนี้ทาง Facebook ก็จะแจ้งหมายเลข 4 หลัก เพื่อให้คุณ
กรอกเพื่อใช้ยืนยันนั่นเอง
4. ใส่เลข 4 หลักที่ได้มาเพื่อยืนยันธุรกิจของคุณ ถ้าคุณไม่ได้รับสาร ให้คลิกที่ Call me again เมื่อทาการ
ยืนยัน Place ของคุณแล้ว คุณจะได้รับข้อความว่า It has been claimed ถ้าคุณมี Place ที่จะยืนยันหลายที่หรือในกรณีที่ร้านมีหลายสาขาคุณต้องทำตามขั้นตอนการยืนยันในแต่ละ Place ทีละอัน ซึ่งในอนาคตทาง Facebook อาจจะทาการแก้ไขให้สามารถทำการเชื่อมต่อ Place หลายๆ อันของคุณให้เป็นหน้าเพจ Facebook เดียวกัน
3. แจ้งตายใน Facebook
Facebook ได้ทำการเปิดบริการเพื่อแจ้งการเสียชีวิตของเจ้าของ account เพื่อนของผู้เสียชีวิตสามารถเข้ามาแจ้งข่าวการเสียชีวิต โดยแจ้งความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต และหลักฐานอ้างอิงการตาย
4. Facebook เปิดตัวช่องสำหรับ Live Stream ของตัวเอง วันนี้ในชื่อว่า Facebook Live โดยจะมีการเชิญดารา คนมีชื่อเสียงมาที่ออฟฟิศของบริษัทและทำการถ่ายทารายการ เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ และกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นของ Facebook เอง มีจุดมุ่งหมายให้ผู้ใช้จำนวนมหาศาลทั่วโลก 500 ล้านคนได้รับรู้ถึงสิ่งที่บริษัทกำลังทำได้ตลอดเวลาช่อง Facebook Live จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถตั้งคำถาม อัพเดตสถานะส่วนตัวด้วยการแนบ Live Stream ไปด้วย เพิ่มใน Page ส่วนตัว และสามารถเก็บไว้เพื่อเรียกดูย้อนหลังได้
นักศึกษาที่มีส่วนร่วมในห้องเรียน
5220211081 1 ครั้ง
5210211060 2 ครั้ง
5210211049 2 ครั้ง
5210211064 2 ครั้ง
5210211003 3 ครั้ง
5210211006 1 ครั้ง
5210211014 1 ครั้ง
5220211039 1 ครั้ง
5220211094 1 ครั้ง





