Group 9_Google AdWords กับโอกาสของธุรกิจไทย

บทที่ 1
บทนำ

ที่มาและความสำคัญของการศึกษา

จากกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน การสื่อสารต่าง ๆ ของมนุษย์มีความสะดวกรวดเร็วเพิ่มมากขึ้นจากในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่ออินเทอร์เน็ตที่มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก ทำให้ผู้คนมี การติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่จำกัดช่วงเวลาและสถานที่ และทั้งนี้ก็รวมไปถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ E-Commerce ซึ่งในปัจจุบัน ผู้บริโภคและองค์กรต่าง ๆ หันมาใช้วิธีค้นหาสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น โดยเครื่องมือค้นหาบนเว็บไซต์หรือเสิร์ชเอนจิ้น (Search Engine) นับเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า โดยมีการเปรียบเทียบคุณลักษณะ และการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ
จากผลการศึกษาของ Internet World Stats พบว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 1,600 ล้านคนทั่วโลก โดยผู้ใช้งานรายใหม่ ๆ เข้ามาสู่ระบบออนไลน์ เพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านคนในแต่ละปี มีการสืบค้นข้อมูลผ่านระบบเสิร์ชเอ็นจิ้นกว่า 60,000 ล้านครั้งต่อเดือน และผู้ใช้งานกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกค้นหาข้อมูล บนเว็บไซต์ Google.com ในแต่ละวัน สำหรับในประเทศไทยนั้น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตราว ๆ 14 ล้านคน และกว่า 9 ใน 10 นั้นทำการค้นหาข้อมูลข่าวสารบนเสิร์ชเอ็นจิ้นเป็นประจำทุกวัน และหากดูข้อมูลเชิงลึกแล้ว จะพบว่าร้อยละ 99 ของผู้ใช้ระบบเสิร์ชเอ็นจิ้นในประเทศไทย ใช้บริการผ่านหน้าเว็บไซต์ของ Google.co.th
สำหรับภาคธุรกิจในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการปรับตัวให้เข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการทำเอาสินค้าหรือบริการของตนเอง มาเสนอต่อผู้ใช้งานเสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิ้ลเพื่อหาสินค้าและบริการนั้น ๆ หรือที่เรียกกันว่าการทำการตลาดผ่าน Pay Per Click Advertising หรือ PPC ด้วยระบบของ Google AdWords ซึ่งก็คือการทำการโฆษณาผ่านทาง Google นั่นเอง แม้ว่าในต่างประเทศจะมีการทำการตลาดดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่สำหรับในประเทศไทยนั้นยังถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ และยังไม่ได้มีการศึกษากันอย่างจริงจัง

วัตถุประสงค์ในการศึกษา

เพื่อให้ทราบว่า Google AdWords สามารถใช้เป็นเครื่องมือ ในการเพิ่มยอดขาย ให้กับธุรกิจแบบ E-Commerce ในประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่

ประโยชน์จากการศึกษาในการนำไปปฏิบัติ

ทำให้สามารถสร้างกรอบแนวความคิด ให้ผู้ที่สนใจจะนำ Google AdWords ไปใช้ในการประกอบธุรกิจ ได้ศึกษาถึงประโยชน์และความคุ้มค่าตามความเป็นจริง และสามารถใช้ป็นข้อมูลอ้างอิงในการประกอบ การตัดสินใจทำการโฆษณา ผ่านทาง Affiliate Marketing อีกทั้งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ให้กับภาคส่วน E-Commerce ในประเทศไทย

ข้อจำกัดของเรา ในการเข้าถึงข้อมูล

Affiliate Marketing และ Google AdWords ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ทำให้มีผู้รู้ข้อมูลอยู่ ในวงจำกัด ข้อมูลปฐมภูมิที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วยังมีจำนวนน้อย

ขอบเขตของการดำเนินงาน

1. ศึกษาถึงแนวทางในการนำเอา Google AdWords มาใช้ในการทำการโฆษณาให้กับภาคธุรกิจ E-Commerce ของไทย
2. ศึกษาถึงวิธีการประเมินผล วัดความคุ้มค่าที่ได้รับจากการใช้ Google AdWords ประกอบ การโฆษณาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ
3. ศึกษาในกรณีของผู้ที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จจากการนำเอาGoogle AdWords มาใช้ และอะไรที่เป็นปัจจัยหลักในกรณีดังกล่าว

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. วางแนวทางในการศึกษาการใช้ Google AdWords ในการทำการตลาดให้กับภาคธุรกิจ E-Commerce ของไทย
2. กำหนดแหล่งข้อมูลที่ต้องการศึกษา เลือกผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการสัมภาษณ์เชิงลึก และเลือก กลุ่มผู้ทำแบบสอบถาม
3. ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของ PPC Advertising ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะ Google AdWords
4. ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญในการนำเอา Google AdWords มาใช้ในการโฆษณาให้กับธุรกิจ E-Commerce
5. ทำการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างนักธุรกิจ E-Commerce ที่มีการนำเอา Google AdWords มาใช้ทำการตลาด
6. วิเคราะห์ผลจากการศึกษาค้นคว้า การสัมภาษณ์และการทำแบบสอบถาม นำมาประมวลผล หาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Google AdWords ทำการตลาด นำเสนอผลการวิเคราะห์
7. ประเมินผลการศึกษา

เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานและเก็บข้อมูล

1. บทความเกี่ยวกับ PPC Advertising, Google AdWords และบทสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญ ในการทำ PPC Advertising ทุกชนิด
2. สัมภาษณ์เชี่ยวชาญผู้บริหารของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ Google AdWords ให้กับธุรกิจ E-Commerce
3. แบบสอบถามถึงประสิทธิภาพในการนำ Google AdWords มาใช้ในการทำการตลาดให้กับธุรกิจ

แนวทางในการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ

1. Google AdWords คืออะไร มีองค์ประกอบ และหลักการทำงานอย่างไรบ้าง
2. ประโยชน์และข้อจำกัด ของ PPC Advertising (Google AdWords) ในการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำ E-commerce
3. แนวโน้มในการทำโฆษณา ด้วย Google Adwords ในประเทศไทย มีความน่าสนใจแค่ไหน
4. มุมมองของบริษัท Redrank ต่อโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจด้วย Google Adwords
5. มุมมองของภาคธุรกิจ E-Commerce ที่มีต่อ Google AdWords
6. ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการทำโฆษณาผ่าน Google AdWords
7. Google AdWords สามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจได้ดีแค่ไหน และใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพ
8. กรณีศึกษาของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ในการนำ Google AdWords มาใช้

บทที่ 2
ข้อมูลประกอบการศึกษา

Pay Per Click Advertising (PPC) คืออะไร

Pay Per Click Advertising คือ รูปแบบการโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตรูปแบบหนึ่ง เป็นการโฆษณา ผ่านเซิร์สเอ็นจิ้น (Search Engine) หรือเครือข่ายโฆษณาอื่น ๆ (Advertising Networks) หรือเว็บไซท์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Search Engine และ Advertising Networks รวมไปถึงเว็บไซต์ที่เป็นเว็บที่มีเนื้อหาเฉพาะ ด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับการลงโฆษณาสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น บล็อคทางด้าน การท่องเที่ยว จะเหมาะกับการโฆษณาบริการจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมเป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์เนื้อหาจะเรียกว่า Content Sites เวลาที่มีการโฆษณา PPC ผู้ทำการโฆษณาจะสามารถเลือกได้ว่าจะให้โฆษณาเราปรากฏ ใน Content Sites หรือ Content Network เหล่านั้นหรือเปล่า ถ้าวางแผนในการนำมาใช้งานที่ดีแล้วก็สามารถสร้างกำไรให้แก่ธุรกิจได้เป็นอย่างดี (ตราวุทธิ์, 2550)
การโฆษณาแบบ Pay Per Click นั้นจะเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาก็ต่อเมื่อมีการคลิกโฆษณาผ่านเข้าไปชมเว็บไซต์ที่เราได้ไปลงโฆษณาไว้ โดยราคาค่าโฆษณาขึ้นกับ กลุ่มคำค้นหา (Keyword) ที่ผู้ลงโฆษณาได้เลือกไว้ และค่าโฆษณาในแต่ละตลาด แต่ละ Keyword ก็มีราคาที่แตกต่างกัน การโฆษณาแบบ Pay Per Click นั้นถ้าต้องการให้โฆษณาของอยู่ในอันดับแรก ๆ และมีโอกาสในการถูกเห็น มี Impression และมีโอกาสในการถูกคลิกเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ที่ได้ทำการลงโฆษณาไว้นั้น จำเป็นจะต้องเสนอราคาค่าโฆษณาในคำค้นหาเดียวกันกับคู่แข่งให้สูงกว่าราคาที่คู่แข่งเสนอมา แต่ในปัจจุบันราคา Bid ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัจจัยเดียวในการนำเข้ามาคิดอันดับในการแสดงโฆษณา ในปัจจุบันนั้นผู้ให้บริการโฆษณาแบบ Pay Per Click ได้นำเอาระบบ Quality Score (QS) เข้ามาใช้คำนวนในการจัดอันดับโฆษณาเพิ่มขึ้น โดยเริ่มแรกสมัยที่ ยังไม่ได้มี Factor อย่างมากมายเช่นในปัจจุบัน ผู้ให้บริการโฆษณาแบบ Pay Per Click ใช้เพียงแค่ราคา Bid กับ CTR (Click Through Rate คือ อัตราการคลิกผ่านโฆษณาต่อการเห็นโฆษณา เช่น เห็นโฆษณา (Impression) 100 ครั้ง มีคนคลิกเข้าดู 10 ครั้ง ถ้าเป็นกรณีนี้ CTR จะเท่ากับ 10%) ซึ่งในอดีตการทำโฆษณา PPC มีความซับซ้อนในการจัดอันดับโฆษณาที่น้อยกว่าในยุคปัจจุบันอยู่มากพอสมควรปัจจุบัน ระบบ เสิร์ชเอ็นจิ้นได้มีการพัฒนาไปมากขึ้น มี Algorithm ต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการจัดอันดับโฆษณา เพื่อช่วยให้ผู้คนได้รับสินค้าและบริการที่ตรงกับคำค้นหามากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผู้ให้บริการเสิร์ชเอ็นจิ้นนั้นมีรายได้ จากค่า Commission เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ปัจจุบันนี้ มีผู้ให้บริการโฆษณา Pay Per Click หลัก ๆ ที่คนนิยมใช้อยู่ 3 แห่งคือ Google AdWords, Yahoo Search Marketing และ Microsoft AdCenter (สหัสา, 2550) อย่างที่ได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้ให้บริการโฆษณา Pay Per Click 3 รายใหญ่ที่กล้าวถึงข้างต้น นั้นมี Search Engine ของตัวเองที่มีผู้เข้าใช้จำนวนมหาศาล ในแต่ละวัน ที่เข้ามาค้นหาข้อมูลด้วยกลุ่มคำค้นหา (Keyword) ที่หลากหลาย และนอกจากนั้นยังมีเว็บไซต์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของผู้ให้บริการโฆษณา Pay Per Click 3 รายใหญ่ ก็ยังมีผู้ให้บริการโฆษณา Pay Per Click อีกจำนวนมากในตลาดแต่ความนิยมในการใช้งานน้อยกว่ารายใหญ่เป็นอย่างมาก เช่น Ask.com, Baidu, LookSmart, MIVA, Yandex เป็นต้น ซึ่งในรายงานการศึกษาฉบับนี้ จะขอเน้นไปที่เฉพาะ Google AdWords เนื่องจากเป็น PPC ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก และสอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ E-Commerce ของไทยมากที่สุด

Pix%201.jpg

ภาพที่ 1 : แสดง market share ของตลาด Search Engine ทั่วโลก

Google AdWords คืออะไร

Google AdWords คือการลงโฆษณาโดยใช้คีย์เวิร์ด หรือคำค้นหาที่ตรงจุดกลุ่มเป้าหมายในเว็บไซต์ของGoogle โฆษณาจะปรากฎในด้านขวามือ Google เป็นเว็บไซต์ค้นหาอันดับหนึ่งของโลก (Search Engine) ผู้คนทั่วโลกนิยมการค้นหาสินค้าและบริการตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ต Googleจะเป็นตัวนำพา ไปพบหรือเชื่อมโยงกับเว็บไซต์หรือสินค้าที่ต้องการค้นหา ประเภทค้นหาได้ (ตราวุทธิ์, 2550) เช่นเราต้องการหาคำว่า "สั่งดอกไม้" ก็คีย์คำว่าสั่งดอกไม้ลงในช่องการค้นหา ถ้ามีผู้ลงข้อมูลคำว่าสั่งดอกไม้ไว้ จะสามารถค้นหาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลา และนับวันที่ผู้คนทั่วโลกที่เข้าไปในระบบออนไลน์จะค้นหาข้อมูลใด ๆ ต้องไปที่เว็บไซต์ของกูเกิ้ล เว็บไซต์ค้นหายอดนิยม รองลงมาจะเป็น Yahoo.com , MSN.com , ฯลฯ ดังนั้นจะเห็นว่าในแต่ละวันมีผู้คนที่เข้าไปค้นหาข้อมูลจากทั่วทุกมุมโลกเป็นจำนวนหลายล้านคน

Pix%202.jpg

ภาพที่ 2 : การแสดงผลของ Google AdWords ในการค้นหาคำว่า "สั่งดอกไม้"

Google AdWords จะวางตำแหน่งโฆษณาไว้ด้านบนหรือด้านขวามือของเว็บไซต์ การจะโฆษณาให้ตรงจุด ตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ต้องใช้เทคนิควิเคราะห์คำค้นหาหรือคีย์เวิร์ดที่คาดว่าลูกค้าส่วนมากนิยม ใช้ค้นหากัน ตรงตัวลูกค้าด้วยงบประมาณตามที่ท่านต้องการและกำหนดได้โดยอิสระ สามารถหยุดโฆษณาได้ทุกเมื่อ หรือจะให้โฆษณาขึ้นเมื่อใดก็ได้
ข้อดีและข้อเด่นของการทำโฆษณาใน Google AdWords ทำได้ง่ายและรวดเร็ว จำกัดงบประมาณรายวันได้ จะหยุดช่วงใดก็ได้ จะให้โฆษณาขึ้นที่ประเทศใด ๆ ก็ได้ แต่การจะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้บริหารแคมเปญโฆษณานั้น ๆ ว่าใช้คีย์เวิร์ดตรงกลุ่มเป้าหมาย สร้างแคมเปญถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะมีเทคนิคการบริหารจัดการ
พูดง่าย ๆ ก็คือทำอย่างไรจึงจะตาม Google ให้ทัน เพราะถ้าทำไม่ถูกจุดก็เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้ารู้จุดและเทคนิคของการที่จะเล่นกับมันก็จะจ่ายน้อยกว่า ตรง ๆ คือโฆษณาแบบมั่ว ๆ ไม่ได้ ต้องทันกับการปรับเปลี่ยนของกูเกิ้ล ซึ่งบริหารการโฆษณานี้ได้ ใช้ต้นทุนต่ำที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด แต่ในเมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียเช่นกัน
ข้อจำกัดหรือข้อเสียของ Google AdWords คือเป็นบริการที่ต้องเสียเงินและต้องประมูลแข่งขัน กับเจ้าอื่น ๆ ที่ใช้คีย์เวิร์ดเช่นกับเรา ถ้าเงินประมูลไม่ถึงหรือมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โฆษณาของเราก็จะไม่ปรากฎ เราต้องเข้าไปแก้ไขเพิ่มเงินหรับปรับปรุงแคมเปญใหม่ ในบางคีย์เวิร์ดการประมูลอาจจะมีราคาสูง ยิ่งคีย์เวิร์ดใดมีการแข่งขันกันสูงราคาประมูลก็ยิ่งสูงตาม การเขียนคำโฆษณาแคมเปญ ต้องถูกต้องตามที่ Google กำหนด ถ้าทำข้อความโฆษณาผิดก็จะถูกแบนโฆษณา
ในเมืองไทยจะนิยมดูข้อมูลจากทางด้านซ้ายมือของหน้า Google ส่วนด้านขวามือไม่ค่อยนิยมเท่าใดนัก ที่นิยมก็คือคลิกเล่น ๆ เพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์เสียเงินฟรี ๆ ซึ่งไม่เหมือนในต่างประเทศที่เขาเน้นหาข้อมูลจากทางซีกด้านขวามือจริง ๆ
โฆษณาของ Google จะอยู่ในรูปแบบ pay per click ข้อดี คือ เสียค่าใช้จ่ายตามจริง เมื่อผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น และโฆษณาจะปรากฏให้ผู้ชมเห็นตามคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือกลุ่มคำที่ได้เลือกไว้ซึ่งเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
ค่าใช้จ่ายการลงโฆษณา ผ่านเสิร์ช เอนจิ้นในรูปแบบ Cost Per Click ของแต่ละแคมเปญจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกลุ่มคำหรือคีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ คีย์เวิร์ดคำใดที่เป็นที่นิยม และมีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายต่อการคลิก 1 ครั้งก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความชำนาญในการเลือกคีย์เวิร์ดและการเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ช่วงระยะเวลาและความต่อเนื่องของแคมเปญ จำนวนชิ้นงานโฆษณาของแต่ละแคมเปญ ระบบการดูแลบริหารแคมเปญ เพื่อให้เกิดราคาต่อคลิกที่มีประสิทธิผลสูงสุด ทั้งหมดล้วนส่งผลถึงงบประมาณที่ใช้ในการโฆษณาทั้งสิ้น

ประสิทธิภาพของการทำ Google AdWords

เปรียบเทียบประสิทธิภาพของช่องทางต่างๆในการโฆษณาด้วยจากYSM, Google AdWords, AdCenter
ในการศึกษาจาก YSM , Google AdWords รวมไปถึง Microsoft AdCenter ได้มีการ review และทำการเปรียบเทียบ
Yahoo! Search Maketing (YSM) อันที่จริงแล้วเหมาะกับการเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับทำ online marketing เป็นอย่างยิ่ง ที่รวมถึง การค้นหา sponsored, local advertising และ Yahoo! Directory submittal อย่างไรก็ตามผู้คนก็พูดถึง YSM ว่ามันเป็น search sponsored ที่เป็น PPC ซึ่งเป็นอันดับสอง รองจาก AdWords YSM นั้นมีการเข้าถึงได้หลากหลาย ทั้งจาก properties ของ Yahoo เอง และ meta search engines , smaller search sites, และเว็บไซต์ที่เป็นเนื้อหาอย่างเช่น ESPN ผู้ทำการโฆษณาสามารถเลือกที่จะแสดงภาพบนเว็บไซด์เพิ่มเติมได้โดยผ่าน “Content Match”
YSM ad campaign นั้นโดยทั่วไปแล้วง่ายในการติดตั้งกว่าของ Google แต่ขาด feature บางอย่างไปเช่นการเปรียบเทียบ performance สำหรับ multiple ad และ dynamic keyword insertion มีข่าวลือที่ว่า YSM จะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ Google Adword ในปี 2006 มีเปลี่ยนแปลงที่รวมถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากการ campaign setup, implementing geotargeting and possibly other Google-like features และการเปลี่ยนแปลง PPC ranking algorithm เพื่อที่จะทำเป็นตัวประกอบมากกว่าจำนวนเงินดอลลาร์ จากการ bid (ตราวุทธิ์, 2550)

การวัดความสำเร็จของ Google AdWords

Google AdWords สามารถเป็นสื่อโฆษณาที่สามารถทราบถึงจำนวนคนที่ ได้เห็นโฆษณาได้ ซึ่งเรา จะไม่สามารถจะหาได้จากสื่ออื่นๆ ทางGoogle จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติต่างๆของโฆษณาที่เราทำได้ตลอดเวลา ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขโฆษณาของเราให้ดียิ่งขึ้น และทันต่อเหตุการณ์ได้เสมอ
ความสำเร็จของ Google AdWords อาจแตกต่างกันไปสำหรับผู้โฆษณาแต่ละรายทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม มีสองสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อดูว่าโฆษณาและคำหลักของคุณทำงานได้ดีหรือไม่ ซึ่งก็คือ ประสิทธิภาพของโฆษณา และประสิทธิภาพของ Keyword
1. ประสิทธิภาพของโฆษณา ในการวัดประสิทธิภาพของโฆษณา จะต้องใช้ปัจจัยในการวัดประสิทธิภาพดังนี้

Pix%203.jpg


ภาพที่ 3 : การแสดงผลของ Keyword Tool บน Google AdWords

• สถานะโฆษณา: ดูที่แท็บ โฆษณา เพื่อตรวจสอบว่าโฆษณาทำงานหรือไม่ ในคอลัมน์ สถานะ ของตาราง จะพบข้อมูลสถานะปัจจุบันของโฆษณาแต่ละรายการ คลิกไอคอนรูปกรอบคำพูดเพื่ออ่านสรุปสถานะโฆษณา
• อัตราการคลิกผ่าน: เพื่อให้ทราบได้ในทันทีว่าโฆษณามีประสิทธิภาพเพียงใด ให้ตรวจสอบอัตราการคลิกผ่าน (CTR) บนแท็บ โฆษณา ซึ่งจะแสดงความถี่ที่ผู้คนคลิกโฆษณาหลังจากดูโฆษณาแล้ว จากหลักการทั่วไป CTR บน Google และเครือข่ายการค้นหาที่น้อยกว่า 1% หมายความว่าโฆษณาที่ใช้ ไม่ได้ถูกกำหนดเป้าหมายไปยังผู้ชมที่เกี่ยวข้อง
• รายงานประสิทธิภาพของโฆษณา: รายงานนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานของโฆษณาแต่ละรายการ รวมทั้งอันดับเฉลี่ย การคลิก และการแสดงผล CTR และค่าใช้จ่าย
• เปรียบเทียบโฆษณารูปแบบต่างๆ: หากมีโฆษณามากกว่าหนึ่งรายการในกลุ่มโฆษณา โฆษณา ของคุณจะถูกหมุนเวียนและผลัดกันแสดงผล เพื่อจะสามารถค้นหาว่าสิ่งใดที่ลูกค้าเห็นว่าน่าสนใจที่สุด โดยการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของโฆษณาต่างๆ ตัวอย่างเช่น ดูว่าโฆษณาใดที่มี CTR สูงสุดและปรับปรุงโฆษณาที่มี CTR ต่ำสุด
2. ประสิทธิภาพของคำหลัก ในการตรวจสอบว่าคำหลักมีประสิทธิภาพการทำงานเป็นอย่างไร โดยตรวจสอบสิ่งเหล่านี้:
• สถานะคำหลัก: ดูที่แท็บคำหลัก เพื่อดูภาพรวมประสิทธิภาพของคำหลักและสถานะของคำหลัก แต่ละคำ คำหลัก สถานะ "มีสิทธิ์" หมายความว่าคำหลักนั้น ๆ มีสิทธิ์เรียกใช้โฆษณา
• อัตราการคลิกผ่าน: เมตริกที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเข้าถึงคือ อัตราการคลิกผ่าน (CTR) ซึ่งสามารถพบได้บนแท็บ คำหลักในบัญชี คำหลักที่กว้างเกินไปและที่ทำให้เกิด CTR ต่ำกว่า 1% บน Google และเครือข่ายเนื้อหาสามารถปรับปรุงได้บ่อยครั้ง ในบางครั้งอาจต้องการลบคำหลักเหล่านั้นและเพิ่มคำหลักที่กำหนดเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจงมากกว่าแทน
• คอลัมน์คะแนนคุณภาพ: คอลัมน์นี้ในสถิติแคมเปญจะแสดงคะแนนคุณภาพของคำหลักเพื่อช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพของคำหลัก คอลัมน์นี้จะถูกยกเลิกโดยค่าเริ่มต้นในบัญชีใหม่ แต่จะสามารถทำให้คอลัมน์นี้แสดงผลได้ในสถิติบัญชี โดยไปที่แท็บ คำหลัก จากนั้นคลิก "กำหนดค่าคอลัมน์"
• รายงานคำค้นหา: บนทุกแท็บคำหลัก จะเห็นข้อความค้นหาจริงที่ทำให้เกิดการเข้าชมโฆษณา คลิก "ดูข้อความค้นหา" เพื่อดึงรายงานการค้นหาที่เรียกโฆษณา จะทำให้สามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อระบุว่าคำหลักใดที่ประสบความสำเร็จสูงสุดและเพื่อค้นหาคำหลักใหม่ที่จะเพิ่มลงในบัญชีข หากเห็นข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกำลังเรียกโฆษณา จะสามารถเพิ่มคำหลักเชิงลบเหล่านี้ได้เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาแสดงผลในคำเหล่านี้
ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)
ROI คืออัตราส่วนของค่าใช้จ่ายกับกำไรของคุณ ตามปกติแล้ว ROI เป็นเมตริกที่สำคัญที่สุดสำหรับ ผู้โฆษณา เนื่องจาก ROI จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายการโฆษณาที่เฉพาะเจาะจงของคุณ และแสดงผลกระทบ ที่แท้จริงจากความพยายามในการโฆษณากับธุรกิจของคุณ ROI จะเปลี่ยนไปตาม Conversion นั่นคือ การกระทำของลูกค้าที่คุณคิดว่าจะทำให้เกิดประโยชน์แก่คุณ เช่น การซื้อ การลงชื่อสมัครใช้ การเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ หรือโอกาสในการขาย

เครื่องมือวัด Conversion

Conversion เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จสมบูรณ์บนเว็บไซต์ เช่น การซื้อของ หรือการขอข้อมูลเพิ่มเติม การติดตาม Conversion ของคุณจะช่วยให้คุณระบุจำนวนการซื้อที่เกิดขึ้น รวมถึงรายได้ที่เป็นผลมาจากการโฆษณา AdWords
ใช้คุณลักษณะของเครื่องมือวัด Conversion ในบัญชี AdWords เพื่อดูจำนวนการขายหรือโอกาส ในการขายที่ AdWords ได้สร้างขึ้น การที่สามารถรับรู้ถึงกำไรจากการโฆษณา นอกเหนือจากการเข้าชม และการคลิกที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถทำสิ่งอื่น ๆ ได้อีกหลายอย่าง เช่น สิ่งต่อไปนี้
• สร้างการเสนอราคาและการตัดสินใจเรื่องงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ
• กำหนดการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์กับข้อความโฆษณาและคำหลัก
• ทำให้มั่นใจได้ว่าความพยายามในการโฆษณาจะสามารถสร้างกำไรได้

Google Analytics

Google Analytics เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ทำ Google AdWords เครื่องมือนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการที่ลูกค้าจะติดต่อกับเว็บไซต์ Google Analytics เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เว็บฟรีที่ให้การรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์และกิจกรรมการตลาดแบบออนไลน์ของคุณ ซึ่งสามารถช่วยประเมินผลได้หลายอย่างเช่น:
• ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ AdWords
• ปรับปรุงการออกแบบและประสิทธิภาพของเว็บไซต์
• ระบุความต้องการของผู้เข้าชมและสิ่งที่ผู้เข้าชมดำเนินการบนเว็บไซต์
• ติดตามว่าเว็บไซต์และเครื่องมือค้นหาใดที่นำกลุ่มลูกค้าไปยังเว็บไซต์

Pix%204.jpg

ภาพที่ 4 : แสดงการประมวลผลของ Google Analytics โดยจะบอกถึงจำนวนผู้เข้ามาใน web site ในแต่ละช่วงเวลา

บทที่ 3
กรณีศึกษา จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ

ทางกลุ่มได้ทำการศึกษาในประเด็นของ Google AdWords กับโอกาสของธุรกิจไทย ได้ทำการสัมภาษณ์ข้อมูลจาก บริษัท Red Rank ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้นำในการรับทำ PPC Advertising ในประเทศไทย ได้ทำการจัดทำโฆษณาด้วยระบบ Google AdWords ให้กับบริษัทชั้นนำ และกิจการรายย่อย ในประเทศไทยมาอย่างมากมาย โดยได้รับเกียรติจากคุณปภาดา อมรนุรัตน์กุล ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท Red Rank ในการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้

RedRank Corporations

RedRank เป็นบริษัทที่ ให้บริการด้านการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต หรือ Search Engine Marketing รวมถึงบริการวางแผนการตลาดออนไลน์ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับเว็บไซต์ของลูกค้า ซึ่งเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบ อย่างครบวงจรตามความต้องการของลูกค้า ในทุกรูปแบบ และทุกระดับงบประมาณ ด้วยคุณภาพในการบริการที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล
บริษัท RedRank ก่อตั้งโดย กลุ่มคนที่มีความต้องการที่จะให้ธุรกิจออนไลน์ และเว็บไซต์ภายในประเทศไทยทุกรูปแบบ ให้สามารถเข้าไปแข่งขัน และทัดเทียมได้ในตลาดโลก ซึ่งบริษัทนี้แตกต่างจากบริษัทอื่น ๆ ที่ให้บริการด้าน Search Engine marketing ในประเทศไทย ในเรื่องของรายละเอียด การดำเนินการ, อัตราค่าบริการ และบริการรูปแบบพิเศษอื่นๆ ตามความต้องการ หรือเรียกว่า Customize SEM on Demand และยังพร้อมเสนอแผนการดำเนินการที่ลงตัว ด้วยบริการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์รูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย
บริษัทนี้เป็นบริษัทแห่งเดียวในเครือตลาดดอทคอม จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้าน ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce และศูนย์กลางแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าออนไลน์อันดับหนึ่งในประเทศไทย ที่มียอดจำนวนผู้ใช้งานในระบบนับล้านคน เช่น www.TARAD.com และยังเป็นศูนย์กลางซื้อขายของมือสองออนไลน์ www.ThaiSecondHand.comรวมไปถึงระบบ การเป็นผู้ให้บริการร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูปครบวงจร ที่พร้อมลูกค้านับล้าน www.TaradQuickWeb.com Thailand Online Store Solution
บริษัทนี้เป็นบริษัทแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้อง และตรงกับสาขาธุรกิจที่เปิดให้บริการมากที่สุดในประเทศไทยถึง 4 Certifications ไม่ว่าจะเป็น ใบรับรองทักษะบุคลากรอิเล็กทรอนิกส์ จาก Google.com จาก Yahoo.com ใบรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็คทรอนิคส์ กระทรวงพาณิชย์ และ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สมาคมผู้ให้บริการ Search Engine Marketing Professional Organizationซึ่ง บริษัท RedRank นี้ ประกอบไปด้วยทีมผู้บริหาร, ทีมการตลาด และเจ้าหน้าที่ทีมให้บริการ ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้าน Search Engine ซึ่งกล้ารับประกันการดำเนินการ SEO กับทุก ๆ เว็บไซต์ที่เข้ารับบริการ ให้ติดในตำแหน่งสูงสุด 10 อันดับของการแสดงผลการค้นหาในหน้าหน้าแรก TOP 10 ทั้ง Google, Yahoo และ MSN LIVE!
ลูกค้าของบริษัท RedRank มี หลากหลายธุรกิจอุตสาหกรรม เช่น บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7 สี), บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด, เว็บไซต์หางาน จ๊อบท๊อปกัน ดอทคอม, อาหารสุนัขสำเร็จรูปซีซาร์, โรงไฟฟ้าถ่านหิน บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด, อุปกรณ์สำนักงานออนไลน์ OfficeMate, บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด, ผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้ แปลนทอยส์ จำกัด, โทรศัพท์ออนไลน์ VoIP สุดสุด ดอทคอม, บุญศิริเพลส ไม่ว่าบริษัทเหล่านี้จะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม แต่บริษัททั้งหมดนี้ล้วนเป็นบริษัทที่ต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจ

Pix%205.jpg


ภาพที่ 5 : สัมภาษณ์ข้อมูลจากคุณปภาดา อมรนุรัตน์กุล

สรุปประเด็นจากการสัมภาษณ์

หลักการทำงานของ Google Adword

Google AdWords คือ โฆษณาเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ปรากฎอยู่บน Google โดยผู้ที่ลงโฆษณาเหล่านี้ จะต้องเสียค่าโฆษณาให้กับ Google เมื่อมีคนคลิกที่โฆษณาเท่านั้น (เหมือนว่าผู้ลงโฆษณาไปเช่าพื้นที่ Google เพื่อลงโฆษณาเว็บไซต์ และต้องจ่ายค่าเช่าที่ให้ Google เมื่อมีคนคลิกโฆษณา)
ตัวอย่างการลองค้นหาข้อมูลด้วยคำว่า “มุ้งลวด” ผลการค้นหาที่ปรากฎบน Google จะเป็นดังนี้

Pix%206.jpg


ภาพที่ 6 : ตัวอย่างการลองค้นหาข้อมูลด้วยคำว่า “มุ้งลวด”

ซึ่งตรงส่วนผลลัพธ์จากการค้นหาในหน้านี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ
1.ผลลัพธ์การค้นหาตามปกติ (Natural Search)
คือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่อยู่ในฐานข้อมูลของ Google คิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับ “คำ” ที่เราค้นหามากที่สุด Google จะนำมาแสดงให้เราได้เลือกเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เราค้นหาตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ปรากฎขึ้นมาเหล่านี้
หากใครต้องการให้เว็บไซต์ ติดอับดับทางด้านผลการค้นหาปกติ สามารถทำได้ด้วยการปรับเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้คะแนนของ Google หรือที่เรียกว่า PageRank โดยเว็บไซต์ใดที่มี PageRank สูงก็จะได้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหา

2.ผู้สนับสนุน (Sponsored Link/AdWords)
คือ พื้นที่ลงโฆษณาเว็บไซต์ที่มีผู้มาลงโฆษณาไว้กับ Google และบอกให้ Google แสดงโฆษณา เมื่อมีคนค้นหาด้วย คำค้นหา ตามที่ต้องการ
จุดหนึ่งที่น่าสนใจ เราจะเห็นว่าโฆษณา Google AdWords นี้ บางส่วนจะไปปรากฎอยู่เหนือผล การค้นหาตามปกติด้วย นั่นย่อมหมายวความว่าผู้ที่ทำการค้นหา จะมองเห็นโฆษณา AdWords ของเราก่อน Natural Search ด้วยซ้ำไป และยิ่งถ้าเราสร้างโฆษณา AdWords ให้น่าสนใจ โอกาสที่จะมีคนคลิกผ่านโฆษณาของเราเข้าไปซื้อสินค้าหรือบริการของเราก็ย่อมมีมากตามไปด้วย
Google AdWords เป็นวิธีการโฆษณาแนวใหม่ที่สามาถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างแม่นยำ และถูกเวลามากที่สุด ต่างจากการโฆษณาบนสื่อต่าง ๆ ในรูปแบบเก่า เช่น การโฆษณาบนทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ที่ไม่สามารถวัดผลได้เท่าที่ควร เนื่องจากเป็นการโฆษณาแบบกว้าง ๆ ที่ผู้ชมเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำเท่าที่ควร ซึ่งเหมือนกับการหว่านแห ลงทะเล ถ้าโชคดีโฆษณาก็อาจจะไปถูกใจ คนบางกลุ่มได้ เพราะ Google AdWords เป็นการโฆษณาด้วย Keywords (Keywords Advertising) หมายถึง โฆษณาของเราจะปรากฎเมื่อมีผู้ทำการค้นหาด้วย Keywords เดียวกันกับที่เราได้กำหนดไว้ และจะทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเราได้ตรงแม่นยำมากที่สุด เช่น เมื่อมีผู้ค้นหาคำว่า “มุ้งลวด” แสดงว่า เขาต้องกำลังสนใจในเรื่อง “มุ้งลวด” ตามที่เขากำลังสนใจอยู่ ก็จะคลิกเข้ามายังโฆษณาของเรา ดังนั้นโอกาสในการซื้อสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวกับ “มุ้งลวด” นั้นก็มีสูง เพราะเราให้ในสิ่งที่เขาต้องการในช่วงเวลาที่เขาต้องการนั่นเอง

Google แสดงโฆษณาของเราที่ไหนบ้าง?

โดยปกติแล้วถ้าเราลงโฆษณากับ Google AdWords โฆษณาของเราจะไม่ได้ขึ้นแสดงอยู่บน Google.co.th เท่านั้น แต่โฆษณาของเรานั้นสามารถไปได้อีกหลายที่นอกเหนือจาก บน Google.co.th แต่จะมีอีกหลาย ๆ ที่ ได้แก่
1.Google Properties โดยโฆษณาของเราจะไปปรากฎบนสินค้าหรือบริการอื่น ๆ ของ Google ซึ่งแต่ละอย่างก็มีผู้ใช้งานหลายล้านคนในแต่ละวัน เช่น Gmail,Froogle,Youtube เป็นต้น ซึ่งก็เช่นเดียวกับโฆษณาที่ปรากฎบน Google.co.th ทาง Google จะทำการเลือกโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังสนใจอยู่ ไปให้ลูกค้าได้อ่านกัน
2.Search Network (เครือข่ายค้นหาข้อมูลของ Google) โฆษณาของเราจะปรากฎบน Search Engines รายอื่นนอกเหนือจาก Google.co.th เหตุผลที่โฆษณาของเราไปปรากฎบน Search Engines เหล่านั้นได้ เป็นเพราะว่า Search Engines ชื่อดังหลายแห่ง ไม่มี PPC หรือโปรแกรมการโฆษณาเป็นของตนเอง ก็เลยมาใช้ของ Google ตัวอย่างเช่น Search Engines ที่เป็นพันธมิตรของ Google ที่โฆษณาเราจะไปปรากฎ เช่น AOL.com, Ask.com โดย Search Engines นี้ มีคนเข้าไปใช้บริการในการค้นหาข้อมูลเป็นล้าน ๆ คนต่อวัน แต่มีอีก Search Engine ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยที่เป็นพันธมิตรกับ Google ก็คือ sanook.com
3.Content Network (เครือข่ายเนื้อหาของ Google) นอกจากโฆษณาเราจะปรากฎบนเว็บไซต์ Google และบน Search Engines ที่เป็นพันธมิตรแล้ว โฆษณาของเรายังสามารถไปแสดงบนเว็บไซต์พันธมิตรของ Google ที่มีเนื้อหาเดียวกับโฆษณาของเราด้วย โดย Google จะเป็นผู้คัดเลือกและนำโฆษณาของเรา ไปแสดงบนเว็บไซต์เหล่านั้นให้เอาโดยอัตโนมัติ เช่น ถ้าเราทำโฆษณาเกี่ยวกับมือถือ Google จะดูว่าเว็บไซต์พันธมิตรเว็บไดบ้างที่เกี่ยวข้องกับมือถือ ก็จะเอาโฆษณาของเราไปไว้บนเว็บไซต์นั้น ตัวอย่างเว็บไซต์พันธมิตรของ Google ในประเทศไทย เช่น www.Bangkokpost.com เป็นต้น

ประโยชน์ของ Google Adwords ในการนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ในการทำ e-commerce

ประโยชน์ของการทำโฆษณาผ่านทาง Google AdWords (ตราวุทธิ์, 2550)
1. เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 98% ซึ่งโดยปกติแล้ว คนไทยกว่า 98 % ใช้บริการ Google.co.th ในการค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพราะฉะนั้น ข้อดีข้อแรกของการลงโฆษณากับ Google AdWords คือ มั่นใจได้ว่าโฆษณาของเราจะปรากฎสู่สายตาผู้ใช้บริการค้นหาทางอินเตอร์เน็ตเหล่านั้นแน่นอน ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจของเราจะเป็นประเภทไหนก็ตาม สามารถมั่นใจได้ว่า ทำโฆษณาด้วย Google แล้ว จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า 80% แน่นอน
2.เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ นอกจากการเจาะจงกลุ่มลูกค้าด้วย Keywords แล้ว ในการทำโฆษณากับทาง Google เราสามารถเลือกภาษา สถานที่ และประเทศ ในการแสดงโฆษณาได้อีกด้วย ซึ่งการที่เราสามารถเลือกภาษา สถานที่ และประเทศในการแสดงโฆษณาได้ จะช่วยให้โฆษณาของเรา เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแม่นยำมากขึ้น และยังสามารถประหยัดเงินค่าโฆษณาที่ต้องจ่ายให้กับ Google ได้อีกด้วย
3.มีความยืดหยุ่นสูงมาก (เปลี่ยนแปลงและแก้ไขง่าย) เพื่อให้ข้อความโฆษณาของเรา มีประสิทธิผลมากที่สุด Google ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ลงโฆษณา ในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงข้อความโฆษณา หรือ Keywords ได้ตลอดเวลา เมื่อเราต้องการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขโฆษณา เราก็เพียงแค่เข้าไปในบัญชี Google AdWords ที่เราใช้ทำโฆษณา หลังจากนั้นก็ทำการลบหรือเพิ่มคำโฆษณาได้เลย ซึ่งใช้เวลาเพียง ไม่นานในแก้ไข และ Google จะลงโฆษณาต่อได้ทันที นอกจากข้อความโฆษณาแล้ว เรายังสามารถเพิ่ม ลบ หรือเปลี่ยน Keywords ใหม่เลยก็ได้เช่นกัน
4.จ่ายค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเท่านั้น เนื่องจาก Google AdWords เป็นการโฆษณาแบบ Pay Per Click ดังนั้นเราจะจ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับ Google ก็ต่อเมื่อมีผู้คลิกผ่านโฆษณาของเราเข้ามายังเว็บไซต์เท่านั้น หากผู้ที่เห็นโฆษณาของเรา แต่ถ้าไม่คลิกผ่านโฆษณาเข้ามา เราก็ไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาให้กับ Google เลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถวัดผลและเกิดพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าได้ในทันที ทำให้ช่วยประหยัดต้นทุน ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และยังได้คนเข้าเว็บไซต์แน่นอนอีกด้วย
5.กำหนดงบประมาณค่าโฆษณาได้ เราสามารถควบคุมเงินค่าโฆษณาได้แน่นอน 100% เพราะทาง Google ไม่มีการกำหนดงบค่าโฆษณาขั้นต่ำใสการลงโฆษณาไว้ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีงบประมาณอยู่ 500 บาท/เดือน เราก็สามารถลงโฆษณากับ Google ได้ ในงบ 500 บาท/เดือน นอกจากนี้ เรายังสามารถตั้งค่า Daily Budget ได้ว่าเราจะจ่ายเงินค่าโฆษณาต่อวันให้กับ Google เป็นจำนวนเงินสูงสุดที่สุดเท่าไหร่
6.ส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บที่ต้องการได้ ถ้าหากเราลงโฆษณากับ Google AdWords เราสามารถเลือก URL จุดหมายปลายทาง สำหรับเวลาที่ลูกค้าคลิกโฆษณาเของเรา แล้วจะต้องไปยังหน้านั้นทันทีได้ด้วยตนเอง เราสามารถส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บไซต์ของเราที่ลูกค้าต้องการได้ ซึ่งต่างจาก Natural Search ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังหน้าอื่นได้ ด้วยข้อดีข้อนี้ ทำให้ค่า Conversion Rate และ ROI ของการลงโฆษณากับ Google AdWords นี้สูงมาก เมื่อเทียบกันสื่ออื่น ๆ เพราะสามารถส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการได้เลย
7.โฆษณาปรากฎเมื่อลูกค้ากำลังต้องการ คือ ผู้ที่ลงโฆษณาสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตามจุดประสงค์และตรงเวลาได้มากที่สุด เพราะเมื่อทำการค้นหาแล้วพบโฆษณาที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งที่สนใจอยู่ โอกาสที่จะคลิกโฆษณาไปยังเว็บไซต์เพื่อซื้อสินค้าหรือบริการก็มีมากตามไปด้วย เพราะโฆษณานั้นสามารถตอบสนองให้ได้ตรงตามความต้อการและในช่วงเวลาที่ต้องการ
8.วัดผลโฆษณาได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งการลงโฆณษากับ Google AdWords นี้ เราสามารถวัดและติดตามผลได้ทันที ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูสถิติของต่าง ๆ ของโฆษณาที่เราทำไว้ได้ตลอดเวลา ว่าภายในช่วงเวลาที่กำหนด มีคนเห็นโฆษณาของเราเท่าไหร่ มีคนคลิกโฆษณาของเราเท่าไหร่ อันดับโฆษณาของเราอยู่ตำแหน่งอะไร ค่าโฆษณาเป็นเท่าไหร่ เป็นต้น

มุมมองของผู้รับทำ Adwords ต่อโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ

จากมุมมองของบริษัท redrank นั้นคิดว่าสามารถเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้จริงและมีหลายเคสมากที่สามารถทำได้จริง เนื่องจากในปัจจุบันธุรกิจส่วนให้นั้นให้ความสำคัญกับ E-marketing มากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ทั้งนี้ทั้นนั้นแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับ เนื้อหาภายในเว็บ สินค้า และการเลือกใช้ key word ที่เหมาะสม กับทางการตลาดด้วย ซึ่งมันก็มีหลากหลายปัจจัยอยู่เหมือนกัน อย่างเช่นหากกมีการค้นหาคำว่า “มือถือ” ก็อาจเป็นคนที่ต้องการค้นหาข้อมูลมือถือธรรมดาก็ได้ แต่ถ้าเป็นการค้นหาคำว่า “ขาย มือถือ N70” แสดงว่าผู้ที่ทำการค้นหาก็ต้องมีความต้องการในการซื้อด้วยเช่นกัน
โดยจากการเก็บข้อมูลนั้นพบว่าคนส่วนมากชอบค้นหาเว็บไซด์ ผ่าน Google ก่อนถึงแม้ว่าจะเป็น web ที่รู้อยู่แล้ว เช่น อยากเข้า sanook ก็ยังไปค้นหาที่หน้าเว็บของgoogle จากจุดนี้ทำให้เห็นว่าคนที่เข้าใช้งาน AdWords นั้นมีจำนวนมาก หากเว็บไซด์มีเนื้อหาและสินค้าที่โดนใจผู้ค้นหาแล้ว ก็จะมีเปอร์เซนต์ที่มาก ในการจะขายของได้เช่นกัน

กิจการอะไรในประเทศไทยที่มีการใช้งาน Google Adwords เป็นจำนวนมาก

ในปัจจุบันนั้น สินค้าทุกประเภทมีการนำ AdWords เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทำการตลาด โดยธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม (ปภาดา, 2550) ซึ่งนอกจากมีการนำมาใช้เพื่อประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดแล้ว ยังมีการใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการ เช่น ในช่วงฤดูฝนที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว มีการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้เข้าพักในโรงแรมเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงต้องมีการทำโปรโมชั่นเข้าช่วยผ่าน AdWords โดยเปลี่ยนคำที่ใช้ในการค้นหาเพื่อให้เหมาะสม เช่น ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว อาจจะมีใช้คำเฉพาะเพื่อให้สามารถอธิบายลักษณะได้ชัดเจนขึ้น เช่น “ห้องพัก ราคาถูก” , “โรงแรม ราคาพิเศษ” ก็จะเข้ามาช่วยในการทำโปรโมชั่นให้กับธุรกิจได้ นอกจากนี้ อาจจะมีการใช้คำที่สามารถอธิบายถึงโรงแรม หรือลักษณะที่พักได้เด่นชัดที่สุด เช่น โรงแรมบูติค แม่น้ำปาย
อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยนั้น เป็นประเทศที่มีธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง (SMEs) จำนวนมาก ทั้งธุรกิจที่มีหน้าร้านและธุรกิจที่ขายผ่านสื่อทางอิเลคทรอนิกส์(e-commerce) ซึ่งธุรกิจดังกล่าว มีข้อจำกัดในเรื่องของการสร้างให้เกิดการรับรู้ในแบรนด์รวมถึงการให้ข้อมูลต่าง ๆ ไปยังผู้บริโภคในวงกว้าง จึงอาศัยการใช้ AdWords เป็นทางเลือกเพื่อลดข้อจำกัดต่าง ๆ และใช้เป็นสื่อในการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภค
AdWords มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจต่าง ๆ โดยเข้าไปมีบทบาทต่อการทำการตลาด ในแทบทุกองค์กรในหลากหลายธุรกิจ โดยที่ธุรกิจต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การขยายฐานลูกค้าและทำการตลาดเพื่อความสำเร็จขององค์กร

จริงหรือไม่ที่ Google AdWord สามารถเพิ่มยอดขายได้

สามารถทำได้จริงซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะสามารถทำให้ยอดขายของเว็บตัวเองนั้นเพิ่มขึ้นได้จากการศึกษาบางกรณีสามารถเพิ่มยอดขายได้มากกว่า 100% เลยทีเดียว เช่น ศิริชัยไก่ย่าง ซึ่งจะเห็นได้จากปัจจุบันว่า ทุกวันนี้การเติบโตของ E-Commerce นั้นมีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเพราะต้นทุนในการทำแต่ละเว็บนั้นมีไม่ถึง 1,000 บาท ทั้งนี้พฤติกรรมของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในปัจจุบันก็ต่างจากเมื่อก่อนโดยปัจจุบันนี้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่แล้วเวลาคิดอะไรไม่ออกก็จะนึกถึง Google เป็นอันดับแรกแล้วก็จะใช้Googleในการค้นหาเว็บไซด์ที่สนใจ หรือแม้แต่เป็นเว็บไซด์ที่ตัวเองนั้นรู้จักอยู่แล้วด้วย
โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ใช้ Google มักจะใช้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจ ที่่อยากจะซื้อหรือใช้บริการหากพบว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการและมีราคาที่ไม่สูงมากไปกว่าที่ตัวเองทราบมานั้น ก็จะทำการซื้อขายทันที ด้วยความง่ายและความสะดวกเช่นนี้ทำให้ผู้ให้บริการเว็บไซด์ต่างๆ เข้ามาเลือกใช้ AdWords กันอย่างมากมายทำให้เกิดการแข่งขันที่สูง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีทั้งผู้ที่ประสบความสำเร็จและก็ต้องมีผู้ล้มเหลวเช่นเดียวกัน
ซึ่งหลักๆแล้ว สิ่งที่จะทำให้เว็บไซด์ต่างๆ สามารถที่จะสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้อาจจะมาจาก
1 ) Key word
ซึ่งสิ่งนี้จะต้องเป็นสิ่งแรกที่ผู้ทำการค้นหา จะคิดถึงเมื่ออยากจะทำการค้นหาอาจจะเป็น ชื่อของสินค้าหรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นการคัดกรองผู้ที่จะสามารถเห็นเว็บไซด์เราผ่านทาง Google อย่างไรก็ตามเมื่อเป็น key word ที่มีคนเลือกใช้มากแล้วจะทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการเลือกใช้ key word ต้องคำนึงในอีกหลาย ๆ ปัจจัย เช่น เป็นคำที่ติดหู นึกออกได้ง่าย นิยมใช้กันมาก เป็นต้น
2 ) เนื้อหาและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์
นอกจากการขึ้นหน้าผ่าน Google แล้วผู้ที่ทำเว็บไซด์ E-Commerce นั้นก็ควรมีเนื้อหาในเว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับ key word เช่นเดียวกันโดยจุดนี้จะต้องถูกตรวจสอบจากทาง Google ด้วย เนื้อหาและรูปแบบภายในเว็บสมควรที่จะสามารถสร้างความน่าเช่ือถือให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ หากมีส่วนนี้ที่สมบูรณ์แบบ แล้วนั้นจะทำให้ผู้ที่เข้ามาในเว็บไซด์สามารถที่จะซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางเว็บได้โดยไม่ต้องลังเลใจ

ใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดในการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำ Google Adword

ในแง่ของการวัดผลโฆษณา ในแง่มุมของการลงทุนนั้นเพื่อที่ให้เรา มั่นใจได้ว่า โฆษณาที่เราทำไปกับ AdWords จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยใช้ “การวัดผลจากการลงทุน” หรือ ROI โดยจะใช้เป็นดัชนีที่ใช้วัดว่า ถ้าหากเราลงทุนด้วยเงินจำนวนนี้ไปแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับจะกลับมาเป็นกี่เท่าของการลงทุน โดย ROI มีสูตรคำนวนดังนี้ ROI = (รายได้-รายจ่าย)/เงินลงทุนทั้งหมด x100%
ตัวอย่างเช่น
ค่าโฆษณาบน Google AdWords 10,000 บาท
รายได้ที่ได้รับ 20,000 บาท
ROI= (20000-10000)/10000 x 100%
= 100%
ROI = 100% แสดงให้เห็นว่า เงินทุก ๆ บาทเราจ่ายเป็นค่าโฆษณา เราจะได้รับกลับมาเป็นเงิน 2 บาท และเมื่อหักต้นทุนแล้วก็จะเหลือกำไร 1 บาท แสดงว่าถ้าหากเราโฆษณาไป 100,000 บาท เราก็จะทำกำไรได้ 100,000 บาทด้วย
ดังนั้นดัชนี ROI นี้จะทำให้เราเห็นได้ชัดเลยว่า โฆษณาที่เราทำอยู่สร้างผลกำไรหรือขาดทุนให้กับเรา ถ้าหากโฆษณาอันไหนที่สร้างกำไร เราก็ควรลงทุนทำโฆษณาต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ทาง Google AdWords ก็ได้สร้างเครื่องมือที่มีชื่อว่า Google Conversion Tracking เพื่อทำการวัดผลโฆษณา หรือวัดผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณานี้ได้ง่าย ๆ

บทที่ 4
วิเคราะห์จากแบบสอบถาม

จากการประมวลผลของแบบสอบถามซึ่งได้ทำการสำรวจผู้ใช้งานกลุ่มหนึ่งที่มีการนำ Google AdWords เข้ามาเป็นเครื่องมือในการในการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจนั้น โดยสามารถแบ่งการประมวลผล ของข้อมูลที่ได้จากการสำรวจออกเป็นหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
1.ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน พบว่าผู้ใช้งาน 83% เป็นกลุ่มของผู้ใช้งานเพศชาย และอีก17% เป็นกลุ่มของผู้ใช้งานเพศหญิง โดย Range อายุของกลุ่มผู้ใช้งานที่หนาแน่นที่สุดอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 26-30 ปี โดยกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วน 38.5% ของทั้งหมด ในกลุ่มอายุระหว่าง 20-25 ปี และ 31-35 ปี นั้นมีสัดส่วนอยู่ที่ 30.8% ในขณะที่กลุ่มของผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 40 ปี นั้นไม่มีข้อมูลอยู่กลุ่มที่ทำการเข้าไปทดลองสุ่มเลย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นปัจจัยในเรื่องของอายุก็นับเป็นข้อจำกัดในการใช้งาน ในส่วนของลักษณะของธุรกิจ E-Commerce ที่กลุ่มผู้ใช้งานมีการนำไปใช้นั้นจากการสำรวจพบว่า 61.5% เป็นการนำไปใช้กับธุรกิจ E-commerce ที่เป็นอาชีพเสริม และอีก 38.5% นั้นนำไปใช้กับธุรกิจ E-commerce ที่เป็นธุรกิจหลักของตนเอง และไม่มีข้อมูลในส่วนของกลุ่มที่นำ E-commerce ไปใช้งานกับองค์กรหรือสังกัดที่ทำงานอยู่เลย
2.ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบในการนำ GOOGLE ADWORDS มาใช้ทำการโฆษณาให้กับธุรกิจ จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลในส่วนนี้นั้น พบว่าผู้ใช้งาน 60% มีการนำGoogle AdWords มาใช้ในการทำโฆษณาประมาณ 1-3 ปี ,ผู้ใช้งาน 30% มีการนำมาใช้งานน้อยกว่า 1 ปี มีเพียง 10% เท่านั้นที่มีการนำ Google AdWords เข้ามาใช้งาน 3-5 ปี และยังไม่พบสัดส่วนของผู้ใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไปในกลุ่มผู้สำรวจเลย จะเห็นได้ว่ารูปแบบดังกล่าวนั้นยังมีการเข้ามาศึกษาและใช้งานเป็นระยะเวลาไม่นานมาก ยังสามารถที่จะพัฒนาต่อไปได้อีก ในเรื่องของจำนวนWedsiteที่นำมา Google AdWords มาใช้งานนั้น พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้งาน (50%) มีจำนวนเว็บไซต์ที่นำ AdWords มาใช้งานเฉลี่ย 2-3 เว็บไซต์ มีผู้ที่ใช้งานเพียงเว็บไซต์เดียวและระหว่าง 4-5 เว็บไซด์จำนวน 20% ในแต่ละประเภท และผู้ใช้งานกลุ่มเล็กเพียง 10% เท่านั้นที่มี การนำ Google AdWords มาใช้งานมากกว่า 6 เว็บไซต์ขึ้นไป ในเรื่องของจำนวนคีย์เวิร์ดที่นำมาใช้นั้นก็มีผลสำคัญต่อประสิทธิภาพในการทำให้ลูกค้าเข้าถึงมาก จากการสำรวจข้อมูลจะพบว่า กลุ่มผู้ใช้งานกว่า 30% นั้นมีการใช้คีย์เวิร์ดสั้น ๆ เพียง 1-5 keyword เท่านั้น ส่วนการใช้คีย์เวิร์ดระหว่าง 6-10 keyword,11-15 keyword และ 21 keyword ขึ้นไปนั้นมีสัดส่วนแต่ละประเภทอยู่ที่ 20% และมีเพียง10% ที่ใช้จำนวนคีย์เวิร์ด 16-20 keyword ในส่วนของงบประมาณค่าใช้จ่ายที่ใช้ในแต่ละเดือนนั้นมีกลุ่มผู้ใช้งานมากถึง 44% ที่มีค่าใช้จ่าย ในส่วนนี้โดยเฉลี่ยที่ประมาณ 2,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และมีกลุ่มที่ใช้งบประมาณ 0-500 บาทต่อเดือน และงบประมาณ 1,501-2,000 บาทต่อเดือนนั้นมีสัดส่วนอยู่ที่ 22.22% ในแต่ละประเภท และงบประมาณที่อยู่ในช่วงระหว่าง 1,001-1,5000 บาทต่อเดือนนั้นอยู่ที่ 11.1% ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ใช้งานส่วนมากนั้น มีการใช้งบประมาณต่อเดือนในระดับที่ไม่แตกต่างกันมาก และหากจะดูในภาพรวมของการโฆษณานั้นว่านอกจากการใช้ Google AdWords แล้วนั้นยังมีการใช้สื่อต่าง ๆ เพื่อทำการโฆษณาเพิ่มเติมหรือไม่ จะพบว่าวิธีที่เป็นที่นิยมมากที่สุดที่กลุ่มผู้ใช้งานเข้าไปใช้ คือ การโพสเว็บบอร์ดและการใช้ SEO ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60-80%ของผู้ใช้งานทั้งหมด เนื่องจากเป็นช่องทางการโฆษณาที่เข้าถึงง่ายและต้นทุนต่ำ การลงโฆษณาแบบBanner& text link ซึ่งมีผู้ใช้งาน 40%,การทำPPCอื่น เช่น YSM,Adcenter ซึ่งมีผู้ใช้งาน 30% และช่องทางของการทำการโฆษณาโดยการส่งทางอีเมลล์ (ผู้ใช้งาน20%) นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ ในการโฆษณาได้ แต่ไม่ปรากฏข้อมูลในกลุ่มผู้ที่เข้าไปทำการสำรวจ เช่น การลงโฆษณาที่ Nipa,การลงโฆษณาที่ BumQ
3.ความพึงพอใจที่ต่อผลที่ได้รับจากการทำ Google AdWords ในเรื่องของความพึงพอใจที่ผู้ใช้งานได้รับในด้านต่าง ๆ นั้น จากการเก็บข้อมูลจะพบว่า กลุ่มผู้ใช้งาน 56%คิดว่าการใช้ Google AdWords นั้นจะได้รับผลเป็นอย่างมากในการสร้างให้เกิดการรับรู้ของผู้บริโภค และอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบมากได้แก่ จำนวนของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นจากการทำโฆษณาผ่าน AdWords แต่หากมองในส่วนของการที่ใช้ AdWords ในการสร้างยอดขายนั้นและความคุ้มค่าที่เกิดจากการลงทุน ในการใช้ AdWords เป็นเครื่องมือนั้น ยังได้รับผลกระทบอยู่ในระดับปานกลางถึงดีเท่านั้น
4.ความพึงพอใจโดยรวมในการใช้งานระบบ Google AdWords ในการประมวลผลของระดับความพอใจของผู้ใช้งานนั้น โดยภาพรวมผู้ใช้งานส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยผู้ใช้งานมากถึง 66%พึงพอใจต่อภาพรวมของระบบมาก และถ้ามองเฉพาะไปที่ความพึงพอใจในแต่ละด้านนั้นจะพบว่าผู้บริโภค 33.33% นั้นมีความพึงพอใจสูงสุดเกี่ยวกับระบบช่วย ในการค้นหาคีย์เวิรด์และระบบในการสร้างโฆษณา และสัดส่วน 50% มีความพอใจสูงสุดในเรื่องของระบบ ในการรายงานผลของ Google AdWords ระบบการสมัครเข้าใช้งานและระบบการชำระเงินนั้น ผู้บริโภค มีความพึงพอใจอยู่ในระดับที่ดีเช่นกัน แต่หากมองในส่วนของระบบช่วยเหลือ,การวางตำแหน่งของโฆษณาและเรื่องของกฏระเบียบต่าง ๆ แล้ว ผู้บริโภคจำนวนมาก สัดส่วน 87%,44% และ 66% ตามลำดับ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น

บทที่ 5
กรณีศึกษาอื่นๆ

กรณีศึกษาของกิจการที่ประสบความสำเร็จจากการนำ Google AdWords มาใช้

%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2.jpg

ศิริชัย ไก่ย่าง

ศิริชัยไก่ย่างเป็นร้าอาหารและบริการจัดเลี้ยง บริการส่งอาหาร บริการอาหารปิ่นโต อาหารกล่อง และชุดอาหารสำหรับเลี้ยงพระ ผ่านเว็บไซต์ http://www.sirichaikaiyang.com หลังจากได้ใช้บริการโฆษณาผ่านระบบออนไลน์ด้วย Google AdWords มาเป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว ทำให้ศิริชัยไก่ย่างสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจในขณะที่ยังวัดผลเรื่องประสิทธิภาพและการจัดการแคมเปญ ได้อีกด้วย
นายทวิชา ทองจิรโชติ เจ้าของกิจการศิริชัยไก่ย่าง กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการโฆษณา ผ่าน Google AdWords ว่า “ ศิริชัยไก่ย่างเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีอายุกว่า 70 ปี โดยปัจจุบันนับเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่นพ่อแม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้เปิดเว็บไซต์ของร้าน แต่มีสถิติการคลิกเข้ามาชมเว็บไซต์ต่อวันเฉลี่ยเพียง 50-60 ครั้งเท่านั้น แต่หลังจากที่เราใช้บริการ Google AdWords มีผู้เข้ามาชมเว็บไซต์ของเรามากขึ้นถึงวันละ 200-300 คลิกต่อวัน การลงโฆษณาออนไลน์กับ Google AdWords ได้ผลอย่างมาก ไม่ว่าการประชาสัมพันธ์ชื่อร้าน และบริการผ่านตาผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้เงินลงโฆษณาเป็นจำนวนมาก ๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการจริงๆ รวมถึงยังช่วยขยาย ฐานลูกค้าไปยังกลุ่มสำนักงาน ราชการ และลูกค้าตามบ้านมากขึ้นอีกด้วย และยังเป็นการแนะนำบริการใหม่ ๆ ของทางร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรายได้ของเราเมื่อเทียบกับก่อนที่จะใช้ Google AdWords เติบโตขึ้นเกือบ 100% ซึ่งเราคิดว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุดๆ
โดยศิริชัยไก่ย่างได้นำ Google AdWords มาใช้ในการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการบริการอาหารสำหรับจัดเลี้ยง บริการส่งอาหาร และบริการอาหารปิ่นโต ซึ่งโดยปกติศิริชัยไก่ย่างมีการจำหน่ายอาหารในช่องทางปกติ มีชื่อเสียงและมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ศิริชัยไก่ย่างนำ Google AdWords โดยการตั้ง Key Word ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการ เช่น คำว่า “อาหารกล่อง”, “จัดเลี้ยง” และ “ส่งอาหาร” ทำให้ศิริชัยไก่ย่างสามารถจับลูกค้าในกลุ่มที่รู้จักศิริชัยไก่ย่างอยู่แล้วและต้องบริการอาหารกล่องหรือบริการจัดเลี้ยง เป็นการนำเสนอบริการของทางร้านให้แก่ลูกค้า และยังสามารถจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่รู้จักศิริชัยไก่ย่าง ซึ่งเป็นการโฆษณาร้านทำให้มีกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้นไปในตัวอีกด้วย

%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AA.jpg

หอพักสมใจเพลส
คุณพงศกร เจ้าของธุรกิจหอพักสมใจเพลส ย่านดอนเมือง ซึ่งได้ใช้ Google AdWords ในการประชาสัมพันธ์หอพักสมใจเพลส www.somjaiweb.com เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่าง ตรงเป้าหมาย โดยใช้งบประมาณในการทำ Google AdWords แต่ละเดือนประมาณ 500 บาท เลือกใช้ keyword ที่เหมาะสม และตั้งค่าให้ keyword ของเขา แสดงผลตลอดเวลาที่มีผู้ทำการค้นหา คุณพงศกร กล่าวว่า “ เราสามารถที่จะทำการโฆษณา ถึงลูกค้าได้ตลอดเวลา โดยให้ระบบของ Google AdWords นำลูกค้าเข้ามาในเวบไซต์ของเรา โดยก่อนที่จะใช้งาน Google AdWords มีผู้เข้าชมเวบไซต์ของหอพักประมาณ 50 คนต่อเดือน แต่หลังจากเปิดการใช้งานแล้ว มีผู้เข้าชมเวบไซต์เพิ่มขึ้นเป็น 350 คนต่อเดือน ในทุกวันนี้ ยอดขายกว่า 80% ของเราได้มาจากการทำโฆษณาผ่านทาง Google AdWords ถือว่าเป็น การลงทุนที่มีความคุ้มค่าสูง
เนื่องจากตัวสินค้าของทางเป็นห้องเช่า และเป็นสถานที่ๆอยู่ บริเวณดอนเมือง ดังนั้น กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการนั้น จะเป็นผู้ที่ต้องการหาห้องพักว่างแถวดอนเมืองเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ Google AdWords จึงเป็นทางเลือกที่จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยได้เลือกใช้ keyword คำว่า “หอพัก ดอนเมือง”

บริษัท ทียูเอฟเอฟ จำกัด

%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F.jpg

บริษัท ทียูเอฟเอฟ จำกัด ดำเนินธุรกิจผู้จัดจำหน่ายและส่งออกชุดและอุปกรณ์กีฬาคุณภาพดี โดยเผยแพร่ธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์ http://www.Muaythaistuff.com โดยมีบริการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า ทั่วโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการให้กับลูกค้าออกแบบชุดกีฬาได้เอง โดยบริษัทฯ มั่นใจและรับประกัน ในคุณภาพสินค้าและบริการที่มีต่อลูกค้าทั่วโลก
คุณวุฒินันท์ สังข์อ่อง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทียูเอฟเอฟ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา กล่าวว่า “ธุรกิจของเราเป็นการซื้อขายระหว่างประเทศซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ในตลาดแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา เราจึงจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผ่านช่องทางโฆษณาออนไลน์หลายรูปแบบ จนเมื่อได้มาใช้บริการของ Google AdWords เมื่อปี 2004 รูปแบบการโฆษณาของเราก็พัฒนาขึ้นด้วยฟีเจอร์และเครื่องมือ ในการโฆษณาออนไลน์ให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลา และได้ผลตอบรับจากลูกค้า ดีขึ้น เราสามารถวัดผลผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้อย่างชัดเจน พร้อมกับนำไปวิเคราะห็ได้ว่า เราควรจะเจาะกลุ่มการโฆษณาไปยังลูกค้ากลุ่มใด ซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้า และเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่ม อีกด้วย ซึ่งหากเทียบจำนวนผู้ที่คลิกเข้ามาชมเว็บไซต์เมื่อกลับมาลงโฆษณาบน AdWords จะมีผู้คลิกเข้ามา ที่เว็บไซต์เพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% ซึ่งเราประทับใจกับการพัฒนาระบบและความคิดสร้างสรรค์ อย่างต่อเนื่องของ Google”

Super.jpg

บริษัท SupermanSupermove

SupermanSuperMove ดำเนินธุรกิจบริการเช่ารถครบวงจร โดยให้บริการขนส่ง ขนย้าย ทั้งบ้านและสำนักงาน สำหรับลูกค้าองค์กรและลูกค้าบุคคลธรรมดา บริการ “SuperVan” ธุรกิจรถตู้ให้เช่า บริการ “SuperCar” ธุรกิจรถยนต์ให้เช่า และบริการ “SuperStorage” บริการให้เช่าพื้นที่หรือโกดังเก็บของขนาดกระทัดรัด ผ่านเว็บไซต์ www.supermansupermove.com
คุณสุพัชรี สิทธิญาวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ SupermanSuperMove กล่าวว่า “หลังจากที่บริษัท เริ่มทำโฆษณาออนไลน์ได้เพียงไม่นาน ก็มีลูกค้าที่สนใจติดต่อเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มรู้ว่าการทำโฆษณาผ่าน Google AdWords ช่วยทำให้ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญสำหรับธุรกิจ รถเช่า การใช้ AdWords เราสามารถกำหนดได้ว่าใครคือผู้ที่กำลังมองหาและต้องการใช้บริการของเรา ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายประมาณ 500-600 รายที่คลิกผ่าน AdWords เข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา ในแต่ละวัน ซึ่งในจำนวนนี้ มี 20% หรือประมาณ 100 รายโทรเข้ามาหาเราเพื่อติดต่อใช้บริการและมีลูกค้าใหม่ติดต่อเข้ามาทุกวันนี้มาจากการคลิกผ่าน Google AdWords ถึง 97% ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาด และเป็นสื่อโฆษณาที่น่าสนใจอย่างยิ่งและเหมาะมากสำหรับเรา เพราะเป็นทางเลือกในการโฆษณา ที่ให้ประสิทธิภาพสูง ในขณะที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยและคุ้มค่า โดยสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ ในแต่ละเดือนสูงขึ้นถึง 1,400 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน”

00.jpg
บริษัท ลักษณะการใช้งานและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
ศิริชัยไก่ย่าง - ใช้ Google AdWords เป็นช่องทางนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ ให้กับลูกค้าทั้งกลุ่มเดิมที่รู้จักศิริชัยไก่ย่างอยู่แล้ว และลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
- การเลือกใช้ Key Word ที่เจาะเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ ทำให้การโฆษณามีประสิทธิภาพ และยังสามารถลดต้นทุนให้กับการโฆษณาอีกด้วย
หอพักสมใจเพลส - การเลือกใช้ Key Word ที่โฟกัสเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการหอพักในเขตดอนเมืองเท่านั้น ทำให้ CTR และ Quality Score สูง
- เป็นโฆษณาสินค้าและบริการที่ไม่มีเจ้าอื่นๆ ทำโฆษณาใน Google AdWord เนื่องจากเป็นบริการที่เฉพะเจาะจง
บริษัท ทียูเอฟเอฟ จำกัด - มีการใช้งาน Google AdWords เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้า ขยายพื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการออกไปทั่วโลก
- การเลือกใช้ Key Word สร้างความได้เปรียบในการโฆษณาเป็นอย่างมากเนื่องจากตลาดของสินค้าเป็นตลาดที่กว้าง
- การวางกลยุทธ ในการโฆษณาเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การจัดเวลาโฆษณาเป็นการเลือกกลุ่มลูกค้าว่าจะจับกลุ่มลูกค้าในประเทศใด
- เงินทุนในการโฆษณา เพราะกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วโลกจึงต้องใช้เงินทุนที่มาก
บริษัท Superman SuperMove - บริษัทใช้ Google AdWords เป็นช่องทางในการนำเสนอบริการที่หลากหลายของบริษัท และทำให้เกิดลูกค้าประจำขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- Key Word ที่ใช้มีหลากหลาย เนื่องจากมีบริการที่หลากหลาย
- เงินทุน เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากบริการที่หลากหลาย ทำให้มีจำนวนคนที่เข้ามากดโฆษณามีจำนวนมาก

บทที่ 6
สรุปผลจากการศึกษา

กิจการใดบ้างที่เหมาะสมกับการใช้ Google Adword

จากการศึกษาในเรื่องของ Google AdWords นั้นทางกลุ่มมองว่าเกือบจะทุกกิจการนั้นสามารถใช้ AdWords ได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อโฆษณาตัวสินค้า หรือตัวบริษัท หรือแม้แต่เป็นการเพิ่มช่องทางการขายให้กับตัวกิจการเองด้วย แต่การนำไปใช้ของแต่ละขนาดของธุรกิจนั้นสามารถแบ่งแยกได้ดังนี้
- ภาคธุรกิจขนาดใหญ่
กิจการขนาดใหญ่ หรือบริษัทจำกัดต่างๆ ที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับธุรกิจของตนเองผ่านทางสื่อต่าง ๆ อยู่แล้ว จึงเป็นที่ทราบกันดีของบุคคลทั่วไปอยู่แล้วว่า ธุรกิจหรือองค์กรนั้นขายสินค้าและบริการอะไรบ้าง ดังนั้นการใช้ Google AdWords นั้นจะเป็นกลยุทธ์รองลงมา เช่น หากเป็นการทำโฆษณาของบริษัท เจริญโภคภัณท์อาหาร (CPF) นั้น หากมีลูกค้าสนใจที่จะเข้าไปชมเว็บไซด์ ก็จะไปทำการค้นหาผ่าน Google ได้เลย ซึ่งเว็บไซด์เหล่านี้ก็จะขึ้นมาเป็น อันดับหนึ่งอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องทำ Google AdWords แต่อย่างไรก็ตามหากธุรกิจต้องการเพิ่มยอดขายหรือต้องการทำโฆษณาในส่วนของ โปรโมชั่นหรือแคมเปณ ใหม่ๆนั้น Google AdWords ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น บริษัท AIS ต้องการนำเสนอสินค้า iPhone4 ที่ทางบริษัทได้นำเข้ามาจัดจำหน่าย ทาง AIS ก็ได้เลือกที่จะทำโฆษณาผ่าน AdWords เพื่อให้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง

Pix%207.jpg

ภาพที่ 7 : แสดงการแสดงผลของการค้นหา “iPhone 4”

- กิจการ SME
ผู้ประกอบการขนาดย่อยต่างๆ ทั้งการขายสินค้าและบริการผ่านทางหน้าร้านของตนเองและผ่านทางเว็บไซด์ (Click and Mortar) สมควรที่จะนำระบบของ Google AdWords มาใช้ในการขายสินค้าและบริการของตนผ่านทางช่องทาง E-Commerce หรือจะใช้เพื่อการโฆษณาหน้าร้านของตัวเองก็ได้เนื่องจากใช้งบประมาณไม่มาก ไม่ต้องพึ่งพาสื่อหลัก มีความสะดวก และเพิ่มยอดขายได้จริง และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างง่าย เช่น ในกรณีของ “สมใจเพลส” หากต้องการทำโฆษณานั้น AdWords ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน เนื่องจาก หากมีลูกค้าต้องการหาห้องพัก แถวๆเขตดอนเมืองนั้น ก็จะเข้า Google แล้ว search หาคำว่า “หอพัก ดอนเมือง” เป็นต้น นี่ก็เป็นตัวอย่างนึงที่ทำให้สินค้าและบริการของเราสามารถเป็นที่รับรู้ยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยงบประมาณที่สามารถควบคุมได้

Pix%208.jpg


ภาพที่ 8 : แสดงการแสดงผลของการค้นหา “หอพัก ดอนเมือง”

- กิจการ Micro SME
Micro SME คือกิจการขนาดย่อยยิ่งกว่า SME โดยมากมักจะมีผู้ดำเนินงานเพียง 1-2 คน ไม่มีหน้าร้านเป็นของตนเองหรือที่เรียกว่า Click only ซึ่งพบเห็นได้มากก็คือผู้ขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตนั่นเอง จากผลการศึกษาพบว่า Google AdWords จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจประเภทนี้ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์และเพื่อเพิ่มยอดขายของตัวเอง เนื่องจากสามารถกำหนดต้นทุนเองได้ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ไม่ต้องสูญเสียเวลา ในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ด้วยตนเอง
โดยหากเว็บไซด์ของกิจการไม่ได้ทำ SEO หรือ Search Engine Optimizer ที่ดีแล้ว จะทำให้เว็บไซด์ของกิจการตกลงไปอยู่หน้าหลัง ซึ่งทำให้ไม่มีคนที่สนใจสินค้าตัวนั้นๆ เข้าไปดู ดังนั้นการทำ AdWords จึงเป็นทางออกที่จะทำให้ เว็บไซด์นั้นๆ ปรากฏอยู่ที่หน้าแรกได้จึงทำให้มีโอกาสที่กลุ่มลูกค้าที่สนใจผลิตภัณท์เข้าไปดูเว็บไซด์ได้ ยกตัวอย่างเช่น หากท่านเป็นผู้สนใจที่จะขาย ครีมบาชิ หากเราได้ทำ Google AdWords เว็บไซด์ของเราก็จะปรากฏอยู่ที่หน้าแรกของการค้นหา “บาชิ” ดังรูป

Pix%209.jpg


ภาพที่ 9 : แสดงการแสดงผลของการค้นหา “บาชิ”

ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จของกิจการที่ใช้ Google AdWords

- Keyword
Key Word เป็นปัจจัยสำคัญในการทำโฆษณาผ่าน Google Adwords ให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก Key Word จะเป็นคำที่ลูกค้าใช้ในการค้นหา ซึ่งนอกจากจะต้องมีการคัดเลือก Key Word ให้สามารถตอบสนองกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างดีแล้ว การตั้ง Key Word ที่ดียังสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของ Pay Per Click ได้อีกด้วย เพราะการตั้ง Key Word มีผลต่อ Click Through Rate ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อ Quality Scores ถ้าหาก Key Word มี Quality Scores ที่สูง ก็จะทำให้ Rank ของเวปไซต์ดีขึ้นและทำให้ค่าใช้จ่าย Pay Per Click ลดลง
ซึ่ง Key Word ที่ดี จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่ต้องการโฆษณาเพื่อ ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ค้นหาเห็นโฆษณา แล้วคลิกผ่านเข้ามาดูสินค้าหรือบริการ และ Key Word ที่ดีควรมีราคาประมูลที่ต่ำเพื่อที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ลงโฆษณา

- กลยุทธ์
เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการทำ Google Adwords เพราะ ทั้งจำนวน keyword, ช่วงเวลา, จำนวนวัน และพื้นที่ ที่ให้ Key Word แสดงผล ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้ keyword ของเราสามารถสื่อไปยังกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงเป้าหมาย
ซึ่งการนำ Google Analytic มาใช้เป็นเครื่องมือจะทำให้เราทราบถึง ภูมิภาค หรือ ช่วงเวลาใดที่มีการค้นหาคำนี้เยอะ หรือแม้แต่จำนวนการค้นหาคำ ซึ่งจุดนี้สามารถนำมาให้เราใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ได้ ยกตัวอย่างเช่น หากมีเรามีจำนวน key words อยู่ทั้งหมด 10 คำแต่มี ความถี่ให้การค้นหามากๆ อยู่เพียงแค่ 2 คำ ดังนั้นเราจึงทำการเพิ่มงบให้กับ 2 คำนี้เข้าไปอีกเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเรา

- งบประมาณ
เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการใช้งาน Key Word ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการกำหนดงบประมาณนั้นต้องสอดคล้องกับขนาดของกิจการ และจำนวนของผู้พบเห็นโฆษณาที่มุ่งหวังไว้

- ความน่าสนใจของเว็บไซต์
การจะประสบความสำเร็จในธุรกิจ E-commerce ได้ นอกเหนือจากการโฆษณา ผ่านทางPPC เพื่อเชื่อมโยงลูกค้ามายัง เว็บไซต์ของตนแล้ว เนื้อหาและความน่าสนใจของเว็บไซต์ก็เป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ลูกค้า มีการเข้าชมผลิตภัณฑ์ และตัดสินใจซื้อ รวมไปถึงความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์ก็ยังคงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มีผล
ตัวอย่างเช่น หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจที่จะซื้อประตูม้วน จะพบว่า ทั้งสองเว็บไซด์นี้ล้วนแล้วแต่ใช้ key words และสินค้า ตัวเดียวกัน แต่ต่างกันแค่เพียงรูปแบบของหน้าเว็บไซต์ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ

Pix%2010.jpg

ภาพที่ 10 : แสดงการเปรียบเทียบระหว่างเวปไซต์จำหน่ายประตูม้วน 2 เว็บไซต์

- Core Business
จากผลการศึกษาพบว่า ในหลายๆกรณีที่เจ้าของกิจการนั้น ใช้ Google Adword จนมีผู้เข้าชม website เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ยอดขายกลับไม่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้เข้าชม จนทำให้มีภาระของค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา มากว่ารายได้ที่ได้รับมาเพิ่ม ก็เนื่องมาจาก ตัวสินค้าที่แท้จริงนั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ อาจจะมีคุณภาพที่ไม่ดี หรือมีราคาที่แพงจนเกินไป ผู้เข้าชมจึงไม่ตัดสินใจซื้อ ดังนั้นแล้วก่อนที่กิจการจะตัดสินใจทำ e-commerce หรือใช้ google adword ในการโฆษณา เจ้าของกิจการควรตัดสินใจ ให้ดีก่อน ว่าตัวผลิตภันฑ์ที่แท้จริงของเวบไซต์นั้น สามารถที่จะสร้างยอดขายได้จริงหรือไม่ เพราะหากผลิตภัณฑ์ไม่ดีจริงแล้ว แม้ว่าจะใช้งบประมาณ และกลยุทธ์การโฆษณาที่ดีเพียงใด ก็ไม่อาจสร้างความสำเร็จในการทำ e-commerce ได้

อุปสรรคของการนำ Google AdWords มาใช้ในปัจจุบัน

- ความรู้ความเข้าใจ
เป็นอุปสรรคสืบเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่า PPC Advertising ยังคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสังคมไทย ผู้ประกอบการโดยมากยังคงมองว่าเป็นเรื่องที่ใกลตัว ยังไม่คิดว่าระบบดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการของเขา โดยมากแล้วจะยังเน้นไปที่การโฆษณาผ่านทางสื่อหลักอยู่ และมีส่วนหนึ่งที่ยังไม่มีการรับรู้ถึง การมีอยู่ของระบบการโฆษณาแบบ PPC Advertising เลย
- ความเชื่อมั่นในระบบ
ผู้ประกอบการบางส่วน มีการรับรู้ถึงระบบการโฆษณาผ่านทาง Google AdWords แต่ไม่มี ความเชื่อมั่นในระบบดังกล่าว เนื่องจากไม่คิดว่าระบบจะสามารถสร้างยอดขาย และเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับธุรกิจได้
- ปัญหาการใช้งานบัตรเครดิต
เป็นปัญหาที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Adwords มองว่าเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เนื่องมาจากมีเรื่องของการปลอมแปลงหรือหลอกลวงต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีมิจฉาชีพทางอินเทอร์เน็ตนำการหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรเครดิต (Phishing) ส่งผลให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์เกิดความไม่เชื่อใจในการทำธุรกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต เกิดผลเสียหายในวงกว้าง แก่ภาคธุรกิจ E-Commerce เป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการในปัจจุบัน ไม่กล้าที่จะสมัครใช้งาน Account ของ Google AdWords ตามไปด้วย

แนวโน้มของการใช้งาน Google AdWords ในอนาคต

ทางกลุ่มพิจารณาถึงแนวโน้มของการใช้งาน Google AdWords ในอนาคต ว่า ยังมีแนวโน้มที่ดีมากเนื่องจากในปัจจุบันมีการเปิดเรียน เปิดสอน เกี่ยวกับเรื่องของการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้คนที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจและขายสินค้าต่างๆสามารถใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มีมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อ Google AdWords เพราะ Google AdWords ใช้งานง่ายและ ใช้ระยะเวลาไม่นานในการแสดงผล ทำให้ธุรกิจสามารถทำ Google AdWords ได้เอง แต่หากต้องการที่จะประหยัดต้นทุนโดยการจ้างมืออาชีพที่สามารถทำให้ต้นทุนของการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตต่ำลงจาก การจัดการนั้น ธุรกิจก็สามารถจ้าง บริษัทที่รับทำการตลาดโดยใช้ Google AdWords ได้โดยง่าย โดยในปัจจุบันเปอร์เซนต์ของธุรกิจที่ทำ e-commerce ที่สนใจเข้ามาทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตผ่าน Google AdWords นั้นมีเพียง 10 - 20% เท่านั้น แสดงว่ายังมีธุรกิจที่ทำ e-commerce อีกมากที่ยังไม่รู้หรือยังไม่เข้าใจวิธีการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ต ประกอบกับโลกของเราจะเปี่ลยนไปเป็นดิจิตอลมากขึ้น ซึ่งสามารถดูได้จากเปอร์เซนต์ของคนที่เข้ามาใช้อินเตอร์เน็ตและเปอร์เซนต์ของคนที่ลงโฆษณากับ Google AdWords เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยตัวเลขรายได้ของ google ในส่วนของ AdWords ของทั่วโลก บอกว่ามีรายได้จาก web search ประมาณ 66% ของไตรมาสที่ 2 คือรายได้ค่อนข้างขึ้นมาเยอะ ยอดจำนวนเงินรายได้มี 3 พันล้านบาทเพิ่มเป็น 8 พันล้านบาท ของปีที่แล้ว เป็นของทั่วโลก ของ google เป็นรายได้ที่เค้าได้จาก AdWords ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในอนาคตคนมีแนวโน้มที่จะใช้งาน Google AdWords มากขึ้นในการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ต ดังนั้น โอกาสของ Google AdWords ยังมีโอกาสโตอีกมาก อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบางตัวที่เป็นอุปสรรคของ การเข้ามาใช้ Google AdWords ในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของความปลอดภัยในการใช้บัตรเครดิตบนอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยที่ยังไม่ได้รับความมั่นใจจากผู้ใช้เท่าไหร่ เนื่องจากมีข่าวการลักลอบปลอมแปลงบัตรเครดิต และมีผู้เสียหายจำนวนมาก แต่ 2 ปีล่าสุดเนี่ย เรื่องความน่ากลัวของบัตรเครดิตจะลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อแนวโน้มการใช้งาน Google AdWords โดยแนวโน้มการใช้งานที่เป็นไปได้สำหรับการใช้งาน ที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตัวอย่างเช่น
• Google AdWords จะตอบสนองเหมือนรู้จักเป็นการส่วนตัว (Personalization) เวบไซต์จะเก็บข้อมูลท่านจากข้อมูลการใช้งานครั้งมที่แล้วหรือลักษณะของคำที่ใช้และราคา bidที่ตั้ง แม้กระทั่งจำนวนยอดขายที่เปลี่ยนแปลงในอดีตที่ผ่านมา เพื่อมาประมวลผลเป็นคำแนะนำว่าการทำการตลาดโดยใช้ Google AdWords ของบริษัทนั้นต้องมีการปรับปรุงอะไรเพ่ิมขึ้นและปรับเปลี่ยนการนำเสนออย่างไรเพื่อผลลัทธ์ที่ดีขึ้น
• Google จะมีการสร้าง Social Network และนำเอา Google AdWords ไปใช้ใน Social Network เพราะ Google รู้ว่าผู้บริโภคใช้เวลาอยู่บน Social Network และ Social Media มากกว่าอยู่บนหน้าเวป Search engine ดังนั้นการที่จะให้โฆษณามีจำนวนครั้งในการรับรู้มากที่สุด Google พยายามสร้าง Social Networkหรือพยายามซื้อ FaceBook เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคและยอดซื้อโฆษณามากขึ้น ดังนั้นในอนาคต การตลาดบนอินเตอร์เน็ตโดยใช้ Google AdWords จะไปอยู่บน Social Network ทั้งหมด
ลักษณะการใช้งานจะหลากหลายมากขึ้น การใช้งาน Google AdWords จะไม่ได้อยู่ในลักษณะของตัวเองอักษรอีกต่อไป แต่จะเพิ่มในรูปแบบของ เสียง และ วีดิโอเข้ามาเพื่อดึงความสนใจผู้บริโภค