เรื่อง "ฉันอยู่ที่นี่"ลูกเล่นใหม่จากเฟสบุ๊ก

สรุปข่าว

ในปัจจุบันนี้ได้มีบริการเกิดขึ้นมากมายบนพื้นฐานของระบบบอกตำแหน่ง Location-Based Services (LBS) หรืออาจถูกเรียกว่า Location Services (LCS) โดยผู้ให้บริการมือถือมักจะร่วมพัฒนาบริการกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้ข้อมูล ต่างๆ ตามตำแหน่งที่ต้องการ ข้อดีของบริการที่เห็นได้ชัดก็คือผู้ใช้มือถือไม่จำเป็นต้องใส่รหัสไปรษณีย์ (มักนิยมใช้กันอยู่ในบางประเทศ) หรือ ป้อนข้อมูลเพื่อระบุตำแหน่งก่อนใช้บริการ ซึ่งการให้บริการรูปแบบนี้มีผู้ให้บริการหลายราย รายที่เป็นที่รู้จักกันดีได้แก่ Google Latitude, Google Places, Foursquare หรือ Gowalla และได้มีการคาดการณ์ว่าตลาด LBS นี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถพัฒนาในเชิงธุรกิจได้และทำให้นักการตลาดต่างๆ ก็จะมองเห็นช่องทางของพวกเว็บเหล่านี้ ในการที่จะโปรโมทสินค้า หรือว่าบริการของร้านค้าต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็หนีไม่พ้นเจ้าพ่อการตลาดในด้านของ Social Media อย่างเช่น Starbucks ที่มักจะเป็นผู้นำเสมอๆ ในแง่ของแท็กติกต่างๆ ในเรื่องของการตลาด แบบ Social Media ตัวอย่างเช่น Starbucks ได้จัดแคมเปญการตลาดขึ้นมาตัวหนึ่ง สำหรับคนที่เล่น Foursquare ว่าถ้าใครที่ได้เข้าไป Check-in ที่ร้าน Starbuck ของตัวเองมากๆ จนได้กลายไปเป็นเจ้าถิ่น หรือว่า Mayor แล้ว ก็จะได้รับส่วนลดในการซื้อกาแฟของตัวเองได้ เป็นต้น ซึ่งยักษ์ใหญ่ในด้าน Social Network อย่าง Facebook จึงไม่พลาดลงมาร่วมเล่นในตลาดนี้ โดยปล่อยฟีเจอร์ที่เรียกว่า “Facebook Places”
Facebook สร้างฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า “Places” ซึ่งเป็น Application ที่สามารถช่วยให้ผู้ใช้เฟสบุ๊คบอกกับผู้อื่นได้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่และยังบอกอีกว่าบริเวณใกล้ตัวมีอะไรบ้าง โดยสมาชิกสามารถคลิกบอกตำแหน่งของตัวเองเหมือนเขียนเรื่องราวเล่าเหตุการณ์ของตัวเองแล้วส่งขึ้นเฟสบุ๊คตามปรกติ โดยเลือก Check in เพื่อบอกสถานที่ที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คอยู่ และจะบอกสถานที่รอบๆตัวของผู้ใช้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถบอกได้อีกว่าผู้ใช้อยู่กับใคร ข้อมูลจะถูกส่งขึ้นไปพร้อมกับข้อมูลสถานะล่าสุดบนเฟซบุ๊ก หลังจากอัพเดทเสร็จแล้ว สถานที่จะปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กตลอดไป แต่ก็สามารถลบทิ้งได้ภายหลังขึ้นอยู่ว่าใครเป็นคนแรกแจ้งบอกสถานที่ก่อนคนแรก นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ "People Here Now" ซึ่งเป็นโซนที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กจะเห็นเพื่อนคนอื่นๆ ที่อยู่ที่เดียวกับคุณได้อีกด้วย และเพื่อการป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ผู้ใช้จึงสามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครบ้างรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน โดยค่าเริ่มแรกตั้งไว้ให้รู้ได้เฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น โดยขณะนี้ Facebook Places สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์มือถือ iPhone โดยผ่าน Facebook App for iPhone และ touch.facebook.com เท่านั้น

วิเคราะห์ข่าว

ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเวป Location-Based Service จะดูดีมีอนาคตมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Foursquare Yelp หรือว่า Gowalla เป็นต้น เหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเพราะความสามารถของเจ้า Smart Phones ทั้งหลาย ที่สามารถทำการติดตั้งแอปพลิเคชั่นต่างๆ เอาไว้ใช้บริการของเว็บพวกนี้ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย
ดังนั้นทาง Facebook จึงไม่พลาดกับเค้กก้อนนี้ด้วย ในเมื่อFacebook เองก็มีผู้ใช้อยู่ในมือกว่า 500 ล้านคนเข้าไปแล้วในตอนนี้ จึงเป็นการง่ายในการที่จะพัฒนาฟีเจอร์ Location-Based Service นี้ขึ้นมาแข่งกับเจ้าอื่นๆ ด้วย กับบริการใหม่ล่าสุดของตัวเองที่มีชื่อว่า “Places”

Places คือ อะไร?
“Places จะเป็นบริการApp ของ Facebook บนมือถือ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถแชร์ตำแหน่งที่คณอยู่ให้เพื่อนๆ ได้ทราบในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้คุณได้รู้ว่า เพื่อนๆ ของคุณอยู่ที่ไหนด้วย ซึ่งรวมถึงการค้นพบสถานที่ที่น่าสนใจที่อยู่ใกล้ๆ ตัวคุณ"
Mark Zuckerberg
Places เป็นฟีเจอร์ใหม่ของเฟสบุ๊คที่อนุญาติให้ผู้ใช้เฟสบุ๊คสามารถเช็คได้ว่าเพื่อนของเขาอยู่ที่ไหนและสามารถแชร์สถานที่กับเพื่อนๆได้ เมื่อผู้ใช้ใช้แอพลิเคชั่นนี้ ผู้ใช้จะสามารถเห็นได้ทันทีว่าเพื่อนๆอยู่ที่ไหน สถานที่ใกล้เคียงมีอะไรบ้างและสามารถติดต่อของเพื่อนๆได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้สามารถพบปะกับเพื่อนๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น ไปเดินพารากอนแล้ว Checing In อยู่พารากอน บังเอิญเพื่อนก็มาเดินเที่ยวเหมือนกันก็อาจนัดทักทายกันเล็กน้อยก่อนแยกย้าย กันไปทำธุระของตัวเอง เป็นต้น ผู้ใช้สามารถtagเพื่อนๆไปยังที่ที่ไป ตัวอย่างเช่น ถ้าเราไปเจอที่ชอบๆ และอยากจะบอกเพื่อนว่าฉันอยู่ที่นี่ อาจเป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ ห้างใหม่ หรือไปดูคอนเสิร์ต แล้วอยากบอกให้คนอื่นรู้ หรือชวนคนอื่นมาบ้าง เป็นต้น และสามารถดูComment ของเพื่อนๆเกี่ยวกับสถานที่ที่ได้ไป นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เรียกว่า "People Here Now" เป็นส่วนที่ผู้ใช้เฟซบุ๊คจะ เห็นเพื่อนคนอื่นๆ ที่อยู่ที่เดียวกับผู้ใช้ อย่างเช่นไปเที่ยวปราณบุรี หัวหิน แต่อยู่คนละหาด หรืออยู่ในคอนเสิร์ตเอเอฟเหมือนกัน เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้เปิดให้มองเห็นได้ในเวลาจำกัด และเฉพาะคน Check In ที่อยู่แถวนั้นเท่านั้น เท่ากับว่าผู้ใช้เองก็อาจเจอกับคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน Facebook Places จึงถือเป็นประสบการณ์ใหม่ในการสื่อสารกับเพื่อนๆบนเฟสบุ๊คนั่นเอง โดยมีวิธี Check in สถานที่ได้ดังต่อไปนี้

1. เข้าไปยังแอพลิเคชั่น Place ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ(iPhone และ http://touch.facebook.com)
2. คลิก "Check In."
3. เลือกสถานที่ที่ใกล้เคียงกับที่ที่คุณอยู่ หากไม่เจอชื่อของสถานที่ ให้พิมพ์ชื่อสถานที่ที่คุณอยู่ที่ช่อง "Search Nearby Places" นอกจากนี้คุณจะสามารถเลือกสถานที่ใกล้เคียงได้ที่ด้านขวามือของช่อง Search
4. คุณสามารถเขียนคำบรรยายถึงสถานที่ที่คุณไป และคุณยังสามารถ tag เพื่อนๆไปยังที่ๆคุณอยู่ได้อีกด้วย
5. สุดท้ายให้คลิกที่ "Check In" อีกครั้งเพื่อแชร์สถานที่

ใครจะสามารถใช้ฟีเจอร์ Places ของ Facebookได้บ้าง?

ในขณะนี้ แอพลิเคชั่นPlacesนี้ สามารถใช้ได้เฉพาะผู้ใช้เฟสบุ๊คในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยสามารถใช้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งขณะนี้ใช้ได้เพียง iPhone โดยผ่าน the Facebook application for iPhone และผ่านเวปไซด์ touch.facebook.com เท่านั้น ซึ่งในอนาคตก็จะทำให้สามารถใช้ได้บน mobile device อื่นๆ และบนเวปไซด์ให้มากยิ่งขึ้น
แอพลิเคชั่นนี้ยังไม่สมบูรณ์เท่าใดนัก ยังต้องมีการพัฒนาอีกในอนาคต หากผู้ใช้ไม่สามารถใช้ Places ผ่าน iPhone ได้ ผู้ใช้สามารถใช้ Place ผ่าน web browser ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ไปยัง browser เพื่อไปเวปไซด์ touch.facebook.com.
2. กดเลือกปุ่ม the Places
3. เมื่อต้องการแชร์กับเพื่อนว่าคุณอยู่ที่ไหนก็ให้เลือก "Share Location"

ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

โดยปรกติแล้วผู้ใช้เฟสบุ๊คจะสามารถกำหนดผู้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ในเฟสบุ๊คได้ รวมไปถึงข้อมูลในแอพพลิเคชั่น Places เช่นเดียวกัน ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครบ้างรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน โดยค่าเริ่มแรกตั้งไว้ให้รู้ได้เฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น สถานที่ที่คุณอยู่จะไม่อนุญาติให้ผู้อื่นเห็นโดยอัตโนมัติ ทั้งตอนที่ผู้ใช้ใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ทั้งตอนที่ผู้ใช้ใช้แอพลิเคชั่นในเฟสบุ๊ค และทั้งตอนที่คุณใช้ฟีเจอร์ Placeอยู่ ซึ่งจะสามารถแชร์ได้เฉพาะเมื่อคุณCheck inไปยังสถานที่นั้นๆเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้เองสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด
ในส่วนของ"Customize settings" ใน privacy settings ผู้ใช้สามารถเลือกช่องที่ถัดจาก "Places I check in to" และเลือกบุคคลที่จะสามารถเห็นข้อมูลของผู้ใช้ได้ ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้ง Everyone, Friends and Networks, Friends of Friends, or Friends Only นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามาถเลือกให้คนอื่นเห็นหรือไม่เห็นว่าอยู่ที่ไหน เพียงคลิกที่ "Custom." นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเลือกได้ว่าจะให้เพื่อนๆเช็คว่าคุณอยู่ที่ไหนได้โดยเลือก "Enable"หรือ"Disable" ซึ่งอยู่ถัดจาก "Friends can check me in to Places." หรือคลิกที่สถานที่นั้นได้เลย อีกทั้งเพื่อนๆยังสามารถtagให้ผู้ใช้สามารถรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน และผู้ใช้เองก็ยังสามารถลบชื่อออกเมื่อเพื่อนtag ก็ได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า ฟีเจอร์ Places ของเฟสบุ๊คนั้น จัดว่าอยู่ในตระกูล location-based service (LBS) อย่าง Google Latitude, Google Places, Foursquare หรือ Gowalla ซึ่ง เฟสบุ๊คได้ใช้ความได้เปรียบของปริมาณผู้ใช้เฟสบุ๊คในการเบิกทางให้กับฟีเจอร์ Places นี้ ซึ่งโดยหลักการแล้วมันไม่ต่างอะไรกับ Foursquare เลย คือผู้ใช้มีหน้าที่ "Check in" ผ่านโปรแกรมว่าตัวเองมายังสถานที่นั้นๆ แล้ว จากนั้นมันจะขึ้นว่าเราอยู่ที่ไหนให้ในช่องสถานะของ Facebook เราสามารถดูได้ว่าในสถานที่เดียวกันมีใครอยู่แถวนั้นบ้าง และกลับกันดูว่าเพื่อนของเราอยู่ที่ไหนกันบ้าง
แต่จุดที่ต่างออกไปคือเฟสบุ๊ค ไม่ได้ออก Places มาสู้กับบริการพวก Foursquare, Gowalla, Yelp โดยตรง เพราะเฟสบุ๊คเปิดให้บริการเหล่านี้สามารถใช้ Places API ของตัวเองได้ ตัวอย่างเช่น เช็คอินในโปรแกรม Foursquare แล้วขึ้นสถานะในเฟสบุ๊คได้ ที่ผ่านมาสามารถทำได้ในระดับ Facebook App แต่ตอนนี้จะทำได้ที่ระดับ API เป็นต้น นอกจากนี้เฟสบุ๊คยังจับมือเป็นพันธมิตรกับสองเจ้าพ่อแห่ง Location Based คือ Foursquare และ Gowalla ในการใช้ Place API ร่วมกันซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถ Check-In และ Feed กลับมาที่เฟสบุ๊ค ได้เลย อีกทั้งบรรดา Badge ที่สะสมกันมานั้นก็จะสามารถถ่ายโอนไปมาได้เช่นกัน กลยุทธ์ดังกล่าวน่าสนใจไม่น้อย เพราะหาวิเคราะห์แล้ว ก็เหมือนว่า Facebook ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับผู้ที่บุกเบิกมาก่อน แต่ใช้วิธีจับมือกันโดยเฟสบุ๊ค ก็หยิบยื่นผู้ใช้งาน 500 ล้านคนในมือให้กับสองเจ้าเป็นการตอบแทน ดังนั้นเราลองมาดูจุดเด่น จุดด้อย และความสามารถในการแข่งขันของฟีเจอร์Placesของเฟสบุ๊คนี้กัน

จุดเด่น

  • เป็นฟีเจอร์ที่ใช้สะดวก ง่ายดาย หากเป็นผู้ที่ใช้เฟสบุ๊คอยู่แล้ว สามารถเข้าไป Check in ได้เลยที่http://touch.facebook.com
  • เป็นการแชร์ตำแหน่งของตัวเองให้เพื่อนๆรู้ กรณีออกไปข้างนอกแล้ว เราอาจจะไปเจอเพื่อนที่อยู่บริเวณใกล้ๆกัน แล้วอาจจะนัดเจอกันได้ หรือเมื่อ Check in แล้วก็สามารถดูได้ว่า สถานที่เดียวกันนี้ มีใครมาอยู่ก่อนแล้วบ้าง ในแท็บ “People Here Now”
  • เป็นรูปแบบ Real time นั่นคือ สามารถ update ข้อมูลหรือสถานที่ได้ตลอดเวลา
  • สามารถแชร์ข้อมูลร่วมกับ Foursquare และ Gowalla ได้
  • สามารถกำหนดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้ ซึ่งผู้ใช้สามารถระบุได้ว่าจะให้ผู้ใดเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งเป็นการป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

จุดด้อย

  • เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาจากการใช้งานได้
  • มีคู่แข่งในตลาดหลายราย เช่น FourSquare , Google Latitude และ Gowalla เป็นต้น
  • อุปกรณ์ที่รองรับฟีเจอร์ยังมีน้อย ในปัจจุบันสามารถเล่นได้แค่ใน iPhone และ touch.facebook.com
  • สามารถใช้งานได้ภายในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

SWOT Analysis

Strengths

• ชุมชนออนไลน์ : เฟสบุ๊คเป็นชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ความจริงแล้ว เฟสบุ๊คเองก็เริ่มต้นจากโรงเรียนและในบริษัท ซึ่งหลายๆเวปไซด์ที่เกี่ยวกับSocial Network เองก็เริ่มต้นมาจากผู้ใช้ส่วนบุคคล แล้วถึงพัฒนามาเป็นกลุ่มและสุดท้ายจึงกลายเป็นสังคมออนไลน์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ฟีเจอร์ Places สามารถมีการเติบโตของผู้ใช้งานได้ไม่ยาก
• ความถี่ในการใช้งาน : Facebook มีผู้ใช้งานตลอดเวลา เพราะ Facebook ทำให้ผู้ใช้เกิดอาการ “ติด” ต้องมาเล่นและอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งฟีเจอร์ Places ก็สนับสนุนการใช้งานของ Facebook เนื่องจาก ผู้ใช้จะสามารถอัพเดทสถานที่ที่คุณอยู่ได้ในทันที เป็นแบบ Real time
• ความเป็นส่วนตัว : Facebookแตกต่างจากโปรแกรมหรือSocial Networkอื่นๆ เนื่องจากมีความสมดุลในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ ซึ่งในฟีเจอร์ Places เอง ผู้ใช้ก็สามารถระบุได้ว่าจะให้ผู้ใดเห็นสถานะของตนเองได้ เป็นการปกป้องสิทธิในด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
• การส่งข้อความกึ่งReal Time : ในเฟสบุ๊คนั้น ผู้ใช้สามารถส่งข้อความให้เพื่อนใน หน้าPageของเพื่อนๆได้ นอกจากนี้ยังส่งข้อความในPageของตนเองก็ได้ ซึ่งเป็นกึ่ง real time นั่นคือ ถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนchat แต่ก็สามารถทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงchat ซึ่งในฟีเจอร์ของ Places ก็มีความสามารถในการเขียนข้อความเกี่ยวกับสถานที่ที่ผู้ใช้อยู่ได้ในทันทีเช่นเดียวกัน
• ฟีเจอร์Place นี้ใช้งานได้ไม่ยาก เพียงแค่ผู้ใช้ Check in ก็สามารถแชร์สถานที่กับเพื่อนๆได้แล้ว
• ฟีเจอร์ Place เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสร้างแอพลิเคชั่นของตนเองผ่าน Places ได้
• ฟีเจอร์ Place สามารถสนับสนุนธุรกิจได้ ซึ่งสามารถบอกตำแหน่งของร้าน และสร้างเป็น Facebook page ได้ทันที

Weaknesses

• ฟีเจอร์ Places กำลังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการใช้งาน ดังนั้นอาจจะมีปัญหาหรือข้อผิดพลาดอยู่พอสมควร
• มีอุปกรณ์รองรับน้อยอยู่ เพราะสามารถเล่นได้แค่บน iPhone และ touch.facebook.com ยังไม่สามารถใช้บน Android และ Black burry ได้
• เฟสบุ๊คมีแอพลิเคชั่นมากมาย ซึ่งแต่ละแอพลิเคชั่นถูกพัฒนาจากผู้พัฒนาหลายๆแห่ง ซึ่งข้อมูลหรือการทำงานในแต่ละแอพลิเคชั่นอาจไม่เชื่อมโยงกัน

Opportunities

• เนื่องจากเฟสบุ๊คเป็นสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมองการณ์ไกล ต้องสร้างความแตกต่างและครีเอทความคิดใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นแล้ว จึงส่งผลดีต่อ Places ซึ่งจะต้องถูกพัฒนาให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และเฟสบุ๊คอาจจะใช้ Places เป็นส่วนสำคัญในการเจาะตลาด location-based service
• เฟสบุ๊คมีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 500ล้านคน ดังนั้นหาก ฟีเจอร์ Place สามารถใช้ได้ทั่วโลก ก็จะทำให้มีผู้ใช้จำนวนมหาศาลในอนาคต
• ตลาดของlocation-based service กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถแชร์สถานที่ได้ ทำให้สะดวกในการติดต่อของผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริง และยังช่วยส่งเสริมด้านธุรกิจอีกด้วย
• รูปแบบการให้บริการแบบlocation-based service สามารถพัฒนาได้อีกมาก ซึ่งอาจจะทำให้ฟีเจอร์ Placesเติบโตได้อีกมากในอนาคต

Threats

• เนื่องจาก location-based service เติบโตมาก จึงทำให้มีผู้เล่นในตลาดหลายราย เช่น FourSquare , Google Latitude และ Gowalla เป็นต้น และมีแนวโน้มที่จะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต
• Trendเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากมีแอพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดีกว่า อาจจะทำให้Places ไม่ประสบความสำเร็จก็เป็นได้

เนื้อหาข่าว

“ฉันอยู่ที่นี่” ลูกเล่นใหม่จากเฟสบุ๊ก

คมชัดลึก :ชาว เฟซบุ๊กมีของเล่นใหม่อีกแล้ว ไม่ใช่เกมประเภทปลูกผักปลูกหญ้าเลี้ยงปลาตีไก่แบบฟาร์มวิลล์ แต่เป็นบริการใหม่ที่เปิดให้ชาวเฟซบุ๊กบอกกับเพื่อนฝูงคนรู้จักว่าตอนนี้พวก เขาทำอะไรอยู่ที่ไหน และยังรู้ด้วยว่าบริเวณใกล้เคียงรอบตัวมีอะไรบ้าง
มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ค หนุ่มน้อยมหัศจรรย์ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กเพิ่งเชิญสื่อมวลชนมารับฟังทีเด็ดตัวใหม่ของเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Places เมื่อไม่กี่วันก่อน และเริ่มเปิดใช้ทันทีเมื่อพฤหัสบดี (19 ส.ค.) มันถูกออกแบบมาให้ใช้กับเฟซบุ๊กบนโทรศัพท์มือถือ โดยสมาชิกสามารถคลิกบอกตำแหน่งของตัวเองเหมือนกับเขียนเรื่องราวเล่าเหตุการณ์ของตัวเองแล้วส่งขึ้นเฟซบุ๊กตามปกติ
แน่นอนว่าสิ่งที่ทีมเฟซบุ๊กให้ ความสำคัญเป็นพิเศษคือ การป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูล หมายความว่าผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครบ้างรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน โดยค่าเริ่มแรกตั้งไว้ให้รู้ได้เฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น
บริการ Places บนเฟซบุ๊กฟัง ดูดีมาก เหมือนกับจะบอกว่า ถ้าเราไปเจอที่ชอบๆ และอยากจะบอกเพื่อนว่าฉันอยู่ที่นี่ อาจเป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ ห้างใหม่ หรือไปดูคอนเสิร์ต แล้วอยากบอกให้คนอื่นรู้ หรือชวนคนอื่นมาบ้าง ก็ทำได้แล้วบนมือถืออย่างไอโฟน
ถ้าอยากบอกให้เพื่อนรู้ว่าไปไหนมาแล้วชอบ ชาวเฟซบุ๊กสามารถ เลือก "Check In" สถานที่ แล้วบอกให้เพื่อนรู้ว่าอยู่ไหน พร้อมกันนี้บนมือถือ คุณอาจเห็นเพื่อนอยู่ในห้างเดียวกับคุณเหมือนกัน เช่น ไปเดินพารากอนแล้ว Checing In อยู่พารากอน บังเอิญเพื่อนก็มาเดินเที่ยวเหมือนกันก็อาจนัดทักทายกันเล็กน้อยก่อนแยกย้าย กันไปทำธุระของตัวเอง
นอกจากไอโฟนแล้ว ลูกเล่นตัวใหม่ยังเรียกใช้งานผ่าน touch.facebook.com สำหรับมือถือที่รองรับภาษา HTML5 และมีจีพีเอสระบุตำแหน่ง
หลังจากแตะลงบนปุ่ม Check In รายชื่อสถานที่รอบตัวจะปรากฏออกมาให้เห็น ลองปรายตาดูอาจเจอสถานที่ที่น่าสนใจ อย่างเช่น ร้านสินค้ายี่ห้อหรูลดราคากระหน่ำ ถ้าไม่มีที่น่าสนใจ ก็สามารถเลือกค้นหาสถานที่ใหม่หรือเพิ่มชื่อสถานที่ได้
หลังจากตอบตกลง Check In แล้ว สถานะของคุณจะถูกแจ้งผ่าน News Feeds บนหน้าเฟซบุ๊กของเพื่อน พร้อมกับแสดงสถานะใหม่บนหน้า Recent Activity ของเฟซบุ๊กคุณเองด้วย
นอกจากบอกให้เพื่อนรู้ว่าอยู่ไหนแล้ว สมาชิกยังสามารถบอกเพิ่มได้อีกด้วยว่าพวกเขาอยู่กับใคร ข้อมูลจะถูกส่งขึ้นไปพร้อมกับข้อมูลสถานะล่าสุดบนเฟซบุ๊ก หลังจากอัพเดทเสร็จแล้ว สถานที่จะปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กตลอดไป แต่ก็สามารถลบทิ้งได้ภายหลังขึ้นอยู่ว่าใครเป็นคนแรกแจ้งบอกสถานที่ก่อนคนแรก
ส่วนที่เรียกว่า "People Here Now" เป็นโซนที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กจะ เห็นเพื่อนคนอื่นๆ ที่อยู่ที่เดียวกับคุณ อย่างเช่นไปเที่ยวปราณบุรี หัวหิน แต่อยู่คนละหาด หรืออยู่ในคอนเสิร์ตเอเอฟเหมือนกัน ส่วนนี้เปิดให้มองเห็นได้ในเวลาจำกัด และเฉพาะคน Check In ที่อยู่แถวนั้นเท่านั้น เท่ากับว่าคุณอาจเจอกับคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน
ถ้าไม่อยากให้พบตัวเองปรากฏอยู่ในส่วนนี้ สมาชิกเฟซบุ๊กสามารถเลือกได้เอง โดยเข้าไปในส่วนควบคุมข้อมูลส่วนตัว แล้วคลิกบนช่อง Include me in 'People here Now' after I check in"
บริการ Places ของเฟซบุ๊ก ไม่ใช่เรื่องใหม่ เว็บเครือข่ายสังคมอื่นอย่าง FourSquare ทำมาก่อนแล้วและได้รับความนิยมสูง เห็นได้ชัดว่ามือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ติดตั้ง "จีพีเอส" ระบุตำแหน่งด้วยแผนที่ดาวเทียมกันทุกค่าย เมื่อผนวกเข้ากับโปรแกรมบนมือถือ ผู้ใช้สามารถค้นหาสถานที่ที่ต้องการ และเส้นทางเดินทางไปยังเป้าหมายได้
เทคโนโลยีระบุตำแหน่งเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่เว็บไซต์ และผู้ให้บริการหลายรายจ้องตาเป็นมัน เพราะมันเปิดโอกาสให้พวกเขาหารายได้จากการนำร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ โรงแรม และอื่นๆ มาแสดงบนมือถือเพื่อเชิญชวนลูกค้ามาใช้บริการสะดวกขึ้น ไม่ต้องขับรถตระเวนหา หรือเดินจนขาขวิด
ที่พูดมาทั้งหมดต้องขออนุญาตบอกว่า Places ยังใช้งานได้เฉพาะในสหรัฐเท่านั้น แต่ไม่หรอกนานคงเปิดใช้ทั่วโลก