กรรมอุตฯ ซอฟต์แวร์ไทย ผลพวงการเมืองแทรกไม่ตายแต่ไม่โต
สรุปข่าว
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ยังคงประสบปัญหาไม่หมดไม่สิ้น เริ่มตั้งแต่การชิงตำแหน่งของผู้อำนวยการ ที่ไม่สามารถตกลงกันได้ แต่สุดท้ายนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ก็ได้รับตำแหน่งไป แต่ก็ยังไม่ได้นั่งเสียที นานเกือบปีที่ต้องปล่อยให้เว้นว่าง ประกอบกับเป็นช่วงปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีจาก ร.ต.หญิง ระนองรักษณ์ สุวรรณฉวี มาเป็น นายจุติ ไกรฤกษ์ และล่าสุด ก็เจอปัญหาเข้าซ้ำอีก เมื่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ซิป้า ออกมายื่นหนังสือลาออกยกชุดเมื่อวันที่ 10 ส.ค.53 เพราะทนแรงกดดันเล้นลับไม่ไหว
แม้ที่กล่าวมาจะเป็นปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในซิป้า แต่ก็ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
นายมนู อรดีดลเชษฐ์ ประธานกรรมการด้านนโยบายไอซีที มหาวิทยาลัยศรีปทุม มองว่า โดยภาพรวมยังไม่มีน่าจะผลกระทบ เพราะโดยภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แต่ละหน่วยยังขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง มีวิธีการทำตลาด และตลาดของตน เท่าที่สังเกต ซิป้า และหน่วยงานที่สนับสนุนช่วยเรื่องการออกตลาด ทำให้มีกิจกรรมให้ต่างประเทศรับรู้ และเห็นผลงานของคนไทยมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรัฐบาลช่วย อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าปัญหาระยะสั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่าปัญหาระยะยาว เพราะต้องวางแผนการดำเนินงาน ควบคู่กับนโยบายรัฐ
อย่างไรก็ตาม หวังว่าบอร์ดชุดใหม่ที่จะเข้ามาจะกำหนดทิศทางที่ชัดเจน หรือถ้าเกิดการเปลี่ยนรัฐบาลบอร์ดชุดใหม่ก็ควรสานต่อได้ แต่ถ้ายังกำหนดทิศทางบอร์ดไม่ชัดเจน ก็จะเกิดปัญหาตามมาอีก และสุดท้ายจะตกอยู่ที่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่ไร้ทิศทาง อันเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนกลัวที่สุด
ด้าน นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค แสดงความคิดเห็นว่า การไม่มีบอร์ดซิป้า อาจทำให้งานบางอย่างในภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ชะลอลงบ้าง แต่ถ้าหากมีผู้อำนวยการแล้ว ก็จะเป็นตัวแทนภาครัฐ ที่นำนโยบายต่างๆ ไปขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้
ขณะที่ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เปิดเผยว่า แม้ว่าตำแหน่งผู้อำนวยการซิป้า ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่กระทบกับภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เพราะยังมีรักษาการผอ.ทำหน้าที่แทน แต่ยอมรับว่าโครงการบางอย่างชะลอลง
นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ เอทีซีไอ มองว่าว่า การลาออกของบอร์ดของซิป้า เชื่อว่า รมว.ไอซีที ไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ น่าจะมีการแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตุว่า ที่ผ่านมา บอร์ดซิป้าถูกเปลี่ยน เกิดจากการปรับเปลี่ยนรมว.ไอซีที แต่ชุดนี้ อาจจมีความล่าช้า เพราะ รมว.ไอซีที เพิ่งเข้ามาเพียง 2 เดือน และแม้ว่าจะไม่คิดว่า บอร์ดซิป้าถูกเปลี่ยนเพราะ รมว.ไอซีที แต่ภาพที่ออกมากลับเป็นเช่นนั้น โดยหวังว่า จากนี้ เมื่อรมว.ไอซีที เปลี่ยน บอร์ดก็ยังอยู่ เพื่อไม่ให้การทำงานจะสะดุด
สำหรับ เรื่องผู้อำนวยการนั้น นายกสมาคม เอทีซีไอ ไม่แน่ใจว่า ยังมีปัญหาอะไรอยู่อีก เพราะได้ดำเนินการตามกระบวนการสรรหาได้เลือกไปแล้ว ก็รอแต่บอร์ดชุดใหม่เข้ามาเท่านั้น นอกจากนี้ ยังต้องการเห็นบอร์ดชุดใหม่มีความรู้ด้านบริหาร ควบคู่กับด้านไอที เพื่อจะได้พัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้ง ทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานภาครัฐเชื่อมต่อ หรือผลักดันการใช้ซอฟต์แวร์ของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เรื่องการลาออกของบอร์ดซิป้า ข้อเท็จจริงเป็นประการใด ไม่มีใครล่วงรู้ได้ แม้แต่เจ้ากระทรวงไอซีทีเองก็ยังไม่เห็นเอกสารการลาออกของบอร์ดซิป้า จึงยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวไม่ได้ว่าเพราะอะไร แต่ก่อนหน้านี้ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ต้องการให้การเมืองแทรกแซงการทำงานของหน่วยงาน โดยต้องการให้เดินหน้าต่อ รวมถึงไม่อยากให้การทำงานเริ่มนับหนึ่งใหม่
แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบกับภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทั้งด้านการดำเนินงาน การสร้างความเชื่อมั่น เพราะไม่ว่าทีมงานเดิมจะเตรียมการไว้อย่างดีแค่ไหน เมื่อทีมใหม่เข้ามาก็ต้องใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจอย่างละเอียดก่อนอยู่ดี สุดท้ายผลกรรมคงตกอยู่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันแต่ไม่เติบโตเสียที
ส่วนของการวิเคราะห์
ซอฟต์แวร์จัดให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์ของประเทศ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการเกษตร และอาหาร แฟชั่น ท่องเที่ยว ยานยนต์ และอัญมณี เนื่องจากความต้องการซอฟต์แวร์มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเสริมจากการเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอีกด้วย
อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เป็นอุตสาหกรรมที่พัฒนาบนฐานของความรู้ (Knowledge-Based) ซอฟต์แวร์เป็นสินค้าที่ไม่มีตัวตน การสร้างหรือผลิตซอฟต์แวร์ อาศัยวัตถุดิบด้านความรู้ความสามารถบุคลากรและเครื่องมือต่างๆ เช่นคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ และสาธารณูปโภคด้านการสื่อสารต่างๆ เป็นหลักโดยที่ไม่ต้องอาศัยการลงทุนด้านเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ด้วยคุณลักษณะดังกล่าว ประเทศไทยซึ่งมีแรงงานที่มีความปราณีตประกอบกับจุดแข็งในหลายๆ ด้านเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น แนวโน้มของเศรษฐกิจในประเทศที่กําลังขยายตัว รวมทั้งความพร้อมในโครงการพื้นฐานที่จําเป็น จึงมีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของประเทศในอุตสาหกรรม
ภาครัฐได้ตระหนักถึงความสําคัญของการเร่งพัฒนา อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยได้กําหนดไว้ในแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 ในยุทธ์ศาสตร์ที่ 1 ว่า ให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศให้เป็นผู้นําในภูมิภาค โดยเน้นการทั้งการพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่ผลิตจากผู้ประกอบการใน ประเทศ พัฒนาทักษะผู้ประกอบการ/ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทย พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการซอฟต์แวร์ โดยมีแผนขับเคลื่อนหลักที่ในการพัฒนาสร้างศักยภาพ และความพร้อมของอุตสาหกรรม ICT ด้านซอฟต์แวร์
ปัจจุบันภาครัฐจะได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อมาดําเนินการ ให้ความช่วยเหลือรวมทั้งในการส่งเสริมหรือสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ขึ้น หลายหน่วยงาน แต่พบว่าอุปสรรคหลักๆ ของอุตสาหกรรมนี้ว่าประกอบด้วย
1.ขาดแคลนเงินทุน เนื่องจากบริษัทซอฟต์แวร์ของไทยส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทำให้ธุรกิจไม่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินเท่าที่ควร ขณะที่ การเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจกับกิจการประเภทนี้เท่าที่ควร ซึ่งอาจเป็นเพราะยังไม่เห็นอนาคตของธุรกิจว่าจะสามารถเติบโตไปได้หรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ผลิตที่มีขนาดใหญ่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในตลาดโลก ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยน้อย
2.มีคู่แข่งมาก แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และมีการส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์จากผู้ประกอบการในประเทศ ซึ่งทำให้ตลาดซอฟต์แวร์ในหน่วยราชการมีขนาดใหญ่ เนื่องจากในแต่ละปีมีงบประมาณ สำหรับการปรับปรุงระบบไอทีจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หน่วยงานราชการไทยหลายแห่ง ยังไม่เชื่อมั่นในผู้ประกอบการไทยเท่าที่ควร ขณะที่มีผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาเปิดสำนักงานในประเทศไทย ก็เข้ามาแย่งตลาด
3.ขาดมาตรฐาน เนื่องจากซอฟต์แวร์ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ทำให้ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยกำหนดมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ ก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในคุณภาพของงานผลิตจากบริษัทของไทย
4.ขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพ ปัจจุบันไทยมีบุคลากรด้านไอทีประมาณ 70,000 ราย คิดเป็นบุคลากรในส่วนนักพัฒนาโปรแกรมถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อย
และคงหนีไม่พ้นการเืองภายในของซิป้าเอง ที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้ต้องชะลอตัวลง หากเป็นแบบนี้ต่อไปก็ถึงไม่อาจส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้ถึงกับตาย แต่ก็ทำให้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ต้องการไว้
SWOT Analytsis
Strengths
1. ประเทศไทยมีที่ตั้งใกล้เคียงกับตลาดการบริโภคที่มีขนาดใหญ่ เช่น อินเดียและจีน และอยู่ใกล้กับศูนย์กลางการเจรจาและตัวแทนทางการค้า เช่นสิงคโปร์
2. บุคลากรไทยมีทักษะทางด้านศิลปะ และมีความคิดสร้างสรรค์เชิงศิลป์อยู่ในระดับสูง
3. สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีการแข่นขันสูง ทำให้มีการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง
4. รัฐบาลมีความพร้อมที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟแวร์
5. ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งและมีการรวมกลุ่มกันเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจและการต่อรองทางการค้าในเวทีต่างประเทศ
Weaknesses
1. บุคลาการส่วนมาขาดทักษะทางด้านเทคนิคระดับสูงและความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาผลงาน รวมถึงขาดความเข้าใจกระบวนการผลิตในรูปแบบที่เป็นสากล
2. ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับการสื่อสารที่ดียังน้อยมาก
3. ผู้พัฒนายังขาดการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูง รวมถึงซอฟแวร์ที่จำเป็นในการพัฒนาผลงาน เนื่องจากไม่มีงบประมาณ
4. ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการละเมิดลิขสิทธิ์ได้
Opportunities
1. ฝีมือแรงงานไทยในด้านงานซอฟแวร์มีการพัฒนามากขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีโอกาสรับงานที่หลากหลายและงานที่มีมาตรฐานสูงได้
2. สถาบันการศึกษากำลังอยู่ในช่วงพัฒนาหลักสูตรเพื่อผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลากแรงงาน ทำให้คุณภาพบุคลากรมีแนวโน้วที่ดีขึ้นและตรงต่อความต้องการมากขึ้น
3. การเริ่มเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมจากหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่นกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงอุตสาหกรรม แสดงถึงทิศทางการผลักดันจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้น
Threats
1. การขาดนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจน
2. มีปัญหาการเมืองภายใน SIPA เอง ทำให้การทำงานยังไม่มีประสิทธิภาพ
3. ปริมาณของแรงงานคุณภาพในการผลิตระดับสูงซึ่งมีจำนวนจำกัด ทำให้ผลงานที่มีคุณภาพดีมีจำนวนน้อย และงานคุณภาพปานกลางอาจเข้ามาเป็นลักษณะสำคัญของคุณภาพงานไทย
หัวข้อ :: กรรมอุตฯ ซอฟต์แวร์ไทย ผลพวงการเมืองแทรกไม่ตายแต่ไม่โต
เก็บข่าวเมื่อ : 19 สิงหาคม 2552
ข่าวเมื่อ : 16 สิงหาคม 2552
โดยทีมข่าวไอทีออนไลน์
กูรูไอที ห่วงภาพรวมอุตฯ ซอฟต์แวร์ไทยขณะที่ซิป้าเคว้ง ปธ.กก.นโยบายไอซีที ศรีปทุม มองปัญหาซิป้าระยะยาวน่าห่วง ชี้ต่างชาติขาดแรงจูงใจร่วมลงทุน วอนบอร์ดชุดใหม่กำหนดทิศทางชัดเจน ด้านเอทีซีไอ ซัดที่ผ่านมามีหรือไม่มีซิป้าไม่มีผลกับภาพรวมอุตฯ ซอฟต์แวร์…
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่หมดเสียที สำหรับวิบากกรรมของ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เริ่มตั้งแต่ครั้งชิงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ที่ราวกับเล่นเก้าอี้ดนตรี แต่สุดท้ายนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ก็โชว์ดีกรีเหนือชั้นได้ครอบครอง แต่ก็ยังไม่ได้นั่งเสียที นานเกือบปีที่ต้องปล่อยให้เว้นว่าง ประกอบกับเป็นช่วงปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีจาก ร.ต.หญิง ระนองรักษณ์ สุวรรณฉวี มาเป็น นายจุติ ไกรฤกษ์ และล่าสุด ก็เจอราหูแทรกอีก เมื่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ซิป้า ออกมายื่นหนังสือลาออกยกชุดเมื่อวันที่ 10 ส.ค.53 เพราะทนแรงกดดันเล้นลับไม่ไหว
แม้ที่กล่าวมาจะเป็นปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในซิป้า แต่ก็ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
มนู อรดีดลเชษฐ์
นายมนู อรดีดลเชษฐ์ ประธานกรรมการด้านนโยบายไอซีที มหาวิทยาลัยศรีปทุม มองว่า โดยภาพรวมยังไม่มีน่าจะผลกระทบ เพราะโดยภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แต่ละหน่วยยังขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง มีวิธีการทำตลาด และตลาดของตน เท่าที่สังเกต ซิป้า และหน่วยงานที่สนับสนุนช่วยเรื่องการออกตลาด ทำให้มีกิจกรรมให้ต่างประเทศรับรู้ และเห็นผลงานของคนไทยมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรัฐบาลช่วย อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าปัญหาระยะสั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่าปัญหาระยะยาว เพราะต้องวางแผนการดำเนินงาน ควบคู่กับนโยบายรัฐ
“ ปัญหาซิป้า เป็นปัญหาระยะสั้น และคิดว่าไม่มีผลกระทบโดยตรง แต่ทางอ้อมอาจกระทบกับบางโครงการ หรือกิจกรรมเวลาจัดงานที่ร่วมมือกับเอกชนจัดงานนานาชาติ ซึ่งคาดว่ามีส่วนสำคัญในการผลักดันผลงานประเทศไทยออกต่างประเทศ จึงคิดว่าถ้าซิป้ายังมีปัญหาอยู่ เอกชนอาจจะดำเนการเอง แต่ระยะยาวน่าห่วงในการวางแผนที่ต้องนโยบายของรัฐบาลผลักดัน และถ้าไม่เร่งให้เกิดความชัดเจน ก็จะขาดแรงจูงใจในการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ” ประธานกรรมการด้านนโยบายไอซีที มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าว
นายมนู มองอีกว่า รมว.ชุดนี้ หากลงมืออย่างจริงจังคาดว่าจะดำเนินการณ์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้ง มองว่า การปรับเปลี่ยนบอร์ดซิป้า ไม่ควรปรับเปลี่ยนไปตามการเมือง เพราะซิป้าเป็นหน่วยงานทำงาน โดยเฉพาะการเมืองช่วงนี้ ที่มีระยะเวลาอันสั้น แต่รมว.ไอซีที ควรกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจนเพื่อความต่อเนื่องมากกว่า เพราะซอฟต์แวร์เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยระยะเวลาและความเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม หวังว่าบอร์ดชุดใหม่ที่จะเข้ามาจะกำหนดทิศทางที่ชัดเจน หรือถ้าเกิดการเปลี่ยนรัฐบาลบอร์ดชุดใหม่ก็ควรสานต่อได้ แต่ถ้ายังกำหนดทิศทางบอร์ดไม่ชัดเจน ก็จะเกิดปัญหาตามมาอีก และสุดท้ายจะตกอยู่ที่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่ไร้ทิศทาง อันเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนกลัวที่สุด
พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์
ด้าน นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค แสดงความคิดเห็นว่า การไม่มีบอร์ดซิป้า อาจทำให้งานบางอย่างในภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ชะลอลงบ้าง แต่ถ้าหากมีผู้อำนวยการแล้ว ก็จะเป็นตัวแทนภาครัฐ ที่นำนโยบายต่างๆ ไปขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้
วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ
ขณะที่ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เปิดเผยว่า แม้ว่าตำแหน่งผู้อำนวยการซิป้า ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่กระทบกับภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เพราะยังมีรักษาการผอ.ทำหน้าที่แทน แต่ยอมรับว่าโครงการบางอย่างชะลอลง
บุญรักษ์ สรัคคานนท์
นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ เอทีซีไอ มองว่าว่า การลาออกของบอร์ดของซิป้า เชื่อว่า รมว.ไอซีที ไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ น่าจะมีการแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตุว่า ที่ผ่านมา บอร์ดซิป้าถูกเปลี่ยน เกิดจากการปรับเปลี่ยนรมว.ไอซีที แต่ชุดนี้ อาจจมีความล่าช้า เพราะ รมว.ไอซีที เพิ่งเข้ามาเพียง 2 เดือน และแม้ว่าจะไม่คิดว่า บอร์ดซิป้าถูกเปลี่ยนเพราะ รมว.ไอซีที แต่ภาพที่ออกมากลับเป็นเช่นนั้น โดยหวังว่า จากนี้ เมื่อรมว.ไอซีที เปลี่ยน บอร์ดก็ยังอยู่ เพื่อไม่ให้การทำงานจะสะดุด
สำหรับ เรื่องผู้อำนวยการนั้น นายกสมาคม เอทีซีไอ ไม่แน่ใจว่า ยังมีปัญหาอะไรอยู่อีก เพราะได้ดำเนินการตามกระบวนการสรรหาได้เลือกไปแล้ว ก็รอแต่บอร์ดชุดใหม่เข้ามาเท่านั้น นอกจากนี้ ยังต้องการเห็นบอร์ดชุดใหม่มีความรู้ด้านบริหาร ควบคู่กับด้านไอที เพื่อจะได้พัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้ง ทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานภาครัฐเชื่อมต่อ หรือผลักดันการใช้ซอฟต์แวร์ของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“ส่วนตัวมองว่า ที่ผ่านมา ถึงจะมี หรือไม่มีซิป้า ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มากนัก ดังนั้น ถ้ามีบอร์ดชุดใหม่ มีความรู้ทางด้านไอที และอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างจริงจัง และมีประสบการณ์ รวมทั้งวิสัยทัศน์กำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อทำให้เศรษฐกิจในประเทศไทยเติบโต และสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ รวมทั้ง ที่มีความรู้ด้านการบริหารงานในองค์กร และทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม” นายบุญรักษ์ กล่าว
เรื่องการลาออกของบอร์ดซิป้า ข้อเท็จจริงเป็นประการใด ไม่มีใครล่วงรู้ได้ แม้แต่เจ้ากระทรวงไอซีทีเองก็ยังไม่เห็นเอกสารการลาออกของบอร์ดซิป้า จึงยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวไม่ได้ว่าเพราะอะไร แต่ก่อนหน้านี้ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ต้องการให้การเมืองแทรกแซงการทำงานของหน่วยงาน โดยต้องการให้เดินหน้าต่อ รวมถึงไม่อยากให้การทำงานเริ่มนับหนึ่งใหม่
แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบกับภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทั้งด้านการดำเนินงาน การสร้างความเชื่อมั่น เพราะไม่ว่าทีมงานเดิมจะเตรียมการไว้อย่างดีแค่ไหน เมื่อทีมใหม่เข้ามาก็ต้องใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจอย่างละเอียดก่อนอยู่ดี สุดท้ายผลกรรมคงตกอยู่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันแต่ไม่เติบโตเสียที





