apichart kitpornanan 5220211089

ก.ไอซีที เดินหน้าศึกษา Supply Chain หวังสร้างโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรม ICT ไทย

สรุปข่าว
นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานการสัมมนา “Supply Chain และโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรม ICT” ณ ห้องซาลอน เอ ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด ถ.รัชดาภิเษกกรุงเทพฯ การสัมมนาครั้งนี้จัดเพื่อนำเสนอผลการศึกษา (ร่าง) รายงานการศึกษา Supply Chain ของอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศไทย ที่จัดทำขึ้นภายใต้ “โครงการส่งเสริมบทบาทของอุตสาหกรรมไอซีทีเพื่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ระยะที่ 2”
โดยแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556 ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยุทธศาสตร์ที่ 5 คือ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ICT เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศ ซึ่งมุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ICT ไทย โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมภายในประเทศจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษาและภาคเอกชน ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกิดจากงานวิจัยสู่ผู้ประกอบการ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ (โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์)
จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโดยสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการเชื่อมโยง สนับสนุน ขยายและพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย จึงมอบหมายให้คณะวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ทำการศึกษาวิจัย ”โครงการส่งเสริมบทบาทของอุตสาหกรรม ICT เพื่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ระยะที่ 2” บัดนี้ คณะวิจัยได้ทำการวิจัยและจัดทำร่างรายงานการศึกษา Supply Chain อุตสาหกรรม ICT ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
พร้อมกันนี้ยังมีการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นโครงสร้างและองค์ประกอบของ Supply Chain อุตสาหกรรม ICT ในประเทศไทย รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคของอุตสาหกรรม ICT โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนท์ ซึ่งข้อคิดเห็นที่ได้รับจะนำไปปรับปรุงข้อเสนอแนะทางนโยบายเพื่อนำเสนอรัฐบาลต่อไป

ส่วนของการวิเคราะห์
ในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่เรียกว่า "Digital Economy" อุตสาหกรรม ICT จึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา จนได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการเพิ่มคุณภาพการศึกษา การฝึกอบรมคน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของแต่ละประเทศ โดยประเทศไทยเองก็ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้าน ICT เช่นกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมีการพัฒนาที่ต่อเนื่องและเติบโตให้ทันกับประเทศต่างๆ ดังนั้นจึงเป็นการดีที่รัฐบาลมีการยกระดับขีดความสามารถในการแขงขันของอุตสาหกรรม ICT เพื่อสรางมูลคาทางเศรษฐกิจและรายไดเขาประเทศ ซึ่งมุงพัฒนาขีดความสามารถในการแขงขันของผูประกอบการ ICT ในไทย
แต่ถ้าจะกล่าวถึงอุตสาหกรรม ICT ในไทยนั้น ยังกระจายไปไม่ทั่วถึง ไม่เท่าเทียมกัน รวมทั้งมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการพาณิชย์ ภาคการศึกษาและในภาคสังคมก็ตาม โดยปัจจัยที่สำคัญที่ฉุดรั้งการพัฒนา ICT ของไทย คือ ความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ ซึ่งยังไม่เพียงพอและยังแพร่กระจายไม่ทั่วถึง ทำให้การใช้ ICT เพื่อการพัฒนาพัฒนาทางด้านธุรกิจ และการต่อยอดองค์ความรู้ การให้บริการของภาครัฐไม่ทั่วถึงและไม่สามารถทำให้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร หากได้ใช้ Supply Chain Management มาช่วยในการการพัฒนาอุตสาหกรรม ICT ของไทยแล้วนั้น ก็จะสามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อการพัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการจัดการ การบริหารการผลิต และการเชื่อมโยง กับ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความพร้อมต่อการแข่งขันเสรีใน ระบบเศรษฐกิจยุค โลกาภิวัฒน์ และ ลดผลกระทบจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ ทั้งยังส่งเสริมภาคการผลิตของประเทศให้เข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อก้าวไปสู่การผลิตและการค้าสินค้าและบริการ ที่ใช้ฐานความรู้และนวัตกรรมและเป็นมิตรกับสิ่ง แวดล้อม เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ โดยการสร้างคุณค่าของสินค้าและบริการ (Value Creation) และมูลค่าเพิ่มในประเทศ เพื่อพร้อมรองรับการแข่งขันในโลกการค้าเสรีในอนาคตอีกด้วย

SWOT ANALYSIS
Strengths
• ภูมิประเทศของไทยซึ่งเป็นทั้ง gateway และศูนย์กลางการค้า
• ศักยภาพในการขยายตัวของตลาด ICT ของไทย
• มีการลงทุนนำ ICT มาใช้ในงานด้านต่างๆ มากขึ้น สามารถก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์พื้นฐาน
• มีหน่วยงานระดับชาติดำเนินการ/สนับสนุนนวัตกรรมด้าน ICT
Weaknesses
• กระบวนการผลิต ICT ของไทยไม่ทันสมัย ทั้งด้านวิชาการ เครื่องมือการผลิต และขาดการให้ความสำคัญเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
• การขาดความสามารถและประสบการณ์ด้านการจัดการ
• ขาดแคลนบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
• เป็นระบบที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อนในการใช้งาน
• การกระจายโครงข่ายโทรคมนาคมไม่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพเพียงพอ
Opportunities
• แนวโน้มการใช้บริการเกี่ยวกับระบบ On-line ในประเทศไทยมีการใช้แพร่หลายมากขึ้น
• เทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบ network ต่างๆ เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนมากขึ้น
• การพัฒนาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้สินค้าและบริการไทยเข้าสู่ตลาดโลกได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
• มีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนา ICT จากต่างประเทศ
• การขนส่งสินค้าโดยใช้ e-logistic มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาดโลก
• อุตสาหกรรมการสื่อสารแบบไร้สาย และ broadband ได้รับความนิยมอย่างสูง
Threats
• ภัยคุกคามต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศในประเทศ
• นโยบายประเทศเพื่อนบ้านทำให้เกิดความได้เปรียบมากกว่าประเทศไทย
• ประเทศอื่นมีความก้าวหน้าและความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี และการตลาด
• ขาดนโยบายสนับสนุน R&D
• ข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ
ข้อดี
• เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
• ลดต้นทุน ลดปริมาณผู้ดำเนินงาน และประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่ง
• ลดข้อผิดพลาดของเอกสารในระหว่างการดำเนินการได้
• ผู้ประกอบการสามารถนำ ICT มาใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ระบบการพัฒนาแบบ logistic มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในด้านธุรกิจ
• ในการดำเนินการธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้รับความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น
• สามารถนำมาใช้ในด้านการเกษตร การบริการด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยว
• สามารถยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs และวิสาหกิจชุมชน OTOP
• ช่วยลดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ข้อเสีย
• การจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานยังไม่มีความปลอดภัย
• ยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม
• ขาดการเชื่อมโยงอันเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกองค์กร
• การใช้จ่ายในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ฟุ่มเฟือย ไม่ได้ประโยชน์เต็มที่
• มีการลงทุนนำ ICT มาใช้ในงานด้านต่างๆ มากขึ้น สามารถก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์พื้นฐาน

เนื้อหาต้นฉบับ
หัวข้อ : ก.ไอซีที เดินหน้าศึกษา Supply Chain หวังสร้างโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรม ICT ไทย
เก็บข่าวเมื่อ : 8 กรกฎาคม 2552
ข่าวเมื่อ : 8 กรกฎาคม 2552
โดยกระทรววงไอซีที
นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการสัมมนา “Supply Chain และโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรม ICT” ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในทุกๆ ด้าน ทำให้หลายประเทศต่างให้ความสำคัญในการใช้อุตสาหกรรมไอซีทีมาเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่อแข่งขันกับนานาประเทศทั่วโลกได้
ดังนั้น ในแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556 จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่ 5 ของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้คือ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไอซีที เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศ ซึ่งจะมุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไอซีทีไทย โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมภายในประเทศจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน รวมทั้งส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกิดจากงานวิจัยสู่ผู้ประกอบการ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัล คอนเทนต์
“จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงได้ร่วมกับคณะวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ทำการศึกษาวิจัย “โครงการส่งเสริมบทบาทของอุตสาหกรรมไอซีทีเพื่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ระยะที่ 2” และจัดทำร่างแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ.2553-2556
โดยโครงการศึกษาวิจัยดังกล่าวมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโครงสร้างความเชื่อมโยง และองค์ประกอบของ Supply Chain ของอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศไทย ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจและอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ด้วย ซึ่งขณะนี้ คณะวิจัยได้ทำการวิจัยและจัดทำร่างรายงานการศึกษา Supply Chain ของอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว กระทรวง ไอซีที และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย จึงได้ร่วมกันจัดการสัมมนาขึ้น เพื่อนำเสนอผลการศึกษา พร้อมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาต่อร่างรายงานดังกล่าว” นายธานีรัตน์ กล่าว
สำหรับวัตถุประสงค์ของการสัมมนาฯ ครั้งนี้ คือ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ สมาคม และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตและบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัล คอนเทนต์ รวมถึงสถาบันการศึกษา ตลอดจนตัวแทนจากองค์กรในภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบถึงโครงสร้างและองค์ประกอบ Supply Chain ของอุตสาหกรรมไอซีทีภายในประเทศไทย รวมทั้งเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสทางการตลาดและอุปสรรคของอุตสาหกรรม ICT ในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัล คอนเทนต์เป็นลำดับแรก
“กระทรวงฯ หวังว่า ผู้เข้าร่วมการสัมมนาฯ ในครั้งนี้จะร่วมกันนำเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีของประเทศไทย เพื่อที่คณะผู้วิจัยจะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับไปปรับปรุงข้อเสนอแนะทางนโยบายเพื่อนำเสนอรัฐบาลต่อไป” นายธานีรัตน์ กล่าว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 021416747 MICT

ที่มา : http://www.newswit.com/news/2010-07-08/87746ac0dfae0cc1d330cf64a5509492/