3G,Social Media และความเป็นไทย
ส่วนสรุปบทความ
ปัจจุบันคนไทยมีโอกาสเข้าถึง Internet ความเร็วสูงหรือ Broadbandได้ โดยมีการขยายตัวเพิ่มถึง 40เท่าใน
ระยะเวลาอันสั้น คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอนาคตต่อจากนี้ Broadband จะกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของคนไทยอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ สถิติการใช้งานInternetนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วมาก โดยตลาดมีการขยายตัวสูงถึง 40เท่า
โดยประมาณ การสู้รบระหว่าง Digital กับ Traditionalจะต้องมาจบด้วยความพ่ายแพ้ของวื่อยุคเก่า ประเทศไทยจะก้าว
ต่อไปในโลก Digital อย่างที่เพื่อนบ้านได้เริ่มมากกว่าทศวรรษแล้ว
นโยบายของรัฐบาลไทยในปัจจุบัน ในหัวข้อที่ว่า “Creative Economy” นั้น คนไทยจะมีโอกาสสร้างฝันให้เป็น
จริงได้หรือไม่นั้น อยู่ที่การประยุกต์และผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับจุดเด่นของประเทศเพื่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ
สูงสุด ดังนั้นถือว่าเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับนโยบายการพัฒนาประเทศ
เทคโนโลยีในการเข้าถึงได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การแข่งขันเปิดอย่างเสรี ทำให้มีเวทีในการแข่งขันระหว่างบริษัทชั้นนำ เช่น Apple และ Google ได้นำมาสู่ Disruptive Technology เช่นiphone4,IPAD,Android ที่มีการนำมาใช้งานBroadband ด้วยอุปกรณ์มือถือขนาดเล็กผ่านโครงข่าย3G มีประสิทธิภาพอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้ราคาที่เข้าถึงได้ และกำลังมียอดขายในประเทศอย่างถล่มทลาย จึงเป็น Corvergance ของTechnology ที่ระบบโครงข่าย 3G ซึ่งกำลังจะมีขึ้นทั่วประเทศประจวบกับเทคโนโลยีในการเข้าถึง กำลังร่วมสร้างปรากฏการณ์ของ Broadband ที่จะเป็น Disruptive Change แบบต้องตะลึงกัน อย่างไรก็ดี Broadband เป็นดาบสองคม ถึงจะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสาร ธุรกิจ การศึกษา ฯลฯ จนกระทั่งเพิ่ม GDP ให้กับพื้นที่ครอบคลุมได้ แต่อย่าลืมว่า Broadband ก็เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความคิด วัฒนธรรม ในรูปแบบของข้อความ ภาพ เสียง และวีดิโอ ที่สามารถนำไปสู่การสร้างสังคมออนไลน์ หรือ Social Media เช่น Facebook, YouTube และ Twitter ที่ไม่สามารถทำได้ด้วยสื่อชนิดอื่น
นอกจากนี้ในปัจจุบันเรากำลังเรากำลังเข้าสู่นวัตกรรมของ โลกจำลอง หรือ Virtual World ที่อาจมาในรูปแบบของ Second Life หรือเกมออนไลน์ ทั้งหมดนี้ มีอิทธิพลต่อ ความคิด วัฒนธรรม ซึ่งมีความสำคัญกับการหล่อหลอมแนวคิดความเป็นไทยอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตอีกประการคือ Social media ที่คนไทยใช้เวลาด้วยมากที่สุดล้วนเป็นของต่างชาติ แต่ในสายตาบริษัทที่ควบคุมโดยต่างชาติแล้ว ตลาดในประเทศไทยไม่ใช่ตลาดใหญ่หรือตลาดที่สำคัญ ยังไม่มีบริษัท,ศูนย์บริการ หรือกระทั่งพนักงานที่รับผิดชอบประเทศไทยเลย ทั้งนี้ social media ที่ปราศจากความเป็นไทยกำลังมี
อิทธิพลมากในสังคม จำนวนชั่วโมงการใช้social mediaต่อวันมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอาจเป็นไปได้ที่คุณค่าทางวัฒนธรรมของคนไทยจะถูกลบเลือนโดยอิทธิพลของต่างชาติผ่านBroadband ด้วยเหตุผลที่ว่า สื่อยุคเก่ามีข้อบังคับการนำเสนอข่าวที่ต้องเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และความเป็นไทย แต่สื่อทางอินเตอร์เน็ตนั้นผู้ใช้สามารถเลือกเข้าชมข้อมูลได้อย่างอิสระ ปราศจากข้อจำกัดที่เข้มงวด
ส่วนวิเคราะห์บทความ
การติดต่อสื่อสารกันในปัจจุบันนี้นั้น “social media” คงเป็นอีกคำที่หลายๆคนคุ้นหูกันในฐานะของสื่อที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในประเทศไทยรวมถึงทั่วโลกด้วย ไม่ว่าจะในรูปแบบของการติดต่อสื่อสารของบุคคล,ติดต่อประสานงานในองค์กรหรือแม้กระทั่งการเข้ามาทำธุรกิจผ่านช่องทางดังกล่าว บทบาทของSocial Media ในประเทศไทยนั้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรต่างๆด้วย จะเห็นได้จากการที่องค์กรต่างๆต้องมีการปรับกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจโดยมีการดึง social media เข้าไปใช้องค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน
ข้อดีของการ Social Media,3 ในประเทศไทย
1.เป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่อีกขั้นของเทคโนโลยีในด้านการติดต่อสื่อสาร จะเห็นได้ว่าในอดีตนั้นสื่อหลักที่ใช้กันในประเทศจะเป็นสื่อจำพวก โทรทัศน์,วิทยุ,สื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งเป็นจากการติดต่อสื่อสารแบบทางเดียว ไม่มีการตอบกลับของผู้รับสื่อ เป็นการป้อนข้อมูลผ่านสื่อให้กับผู้บริโภค แต่เมื่อมีการนำ Social Media เข้ามาใช้นั้น เป็นสื่อที่อิสระในด้านของการให้ข้อมูลและมีการตอบกลับในส่วนของความคิดเห็นผ่านสื่อ (เป็นการสื่อสารแบบ Two-way-communication) ซึ่งจะมีลักษณะเด่นในเรื่องของการมีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก ผู้เสพสื่อหรือผู้รับสื่อก็สามารถเป็นผู้ส่งสารได้ในเวลาเดียวกัน
2.มีการผุดขึ้นของธุรกิจขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากผ่านการใช้สื่อ social media ไม่ว่าจะเป็น hi5,facebook,twitter ก็จะมีผู้เข้ามาดำเนินธุรกิจในรูปแบบนี้ กลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำธุรกิจที่มีความสะดวกสบายและง่ายต่อการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก,บริหารจัดการง่ายในส่วนของสินค้า จะเห็นได้ว่ามีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจผ่านสื่อทางอินเตอร์เน็ต เช่น ร้านหนังสือ Amazon ,weloveshopping รวมถึงร้านขนาดเล็กๆอีกมากมาย
3.เป็นประโยชน์ในเรื่องของการสร้างเครือข่ายต่างๆ ไม่ผ่านจะเป็นในด้านของธุรกิจ,การเมือง หรือแม้กระทั่งความชอบหรืองานอดิเรกต่างๆ จะเห็นได้จากแฟนเพจในด้านต่างๆที่มีจำนวนมากในสื่ออินเตอร์เน็ต ปัจจุบันนี้ร้านค้าหรือองค์กรธุรกิจต่างๆก็ใช้การสร้างเครือข่ายเป็นอีกช่องทางในการให้ข้อมูลต่างๆของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดในส่วนของสินค้า,โปรโมชั่นต่างๆ หรือแม้กระทั่งการรับฟังข้อมูลความคิดเห็นของลูกค้าผ่านทางสื่อนี้ เนื่องจากมีความสะดวกและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก
4.เครือข่าย 3G ถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานด้านข้อมูลเป็นหลัก เช่น การรับ-ส่งไฟล์เพลง, วีดีโอ, รูปภาพ, การดาวน์โหลดคอนเท้นต์, การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, การใช้บริการเสริม เป็นต้น สามารถส่งเพลง MP3 หรือไฟล์วีดีโอ ได้ในเวลาที่รวดเร็ว ในขณะที่เครือข่าย GPRS / EDGE ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะใช้เวลานานมากๆ ดังนั้นเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับบุคคลหรือองค์กรที่เน้นการใช้งานอินเตอร์เน็ตหรือใช้งานด้านข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นการช่วยลดเวลาในการดำเนินงานรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการดำเนินงานและการจัดเก็บข้อมูลได้เป็นอย่างดี
ข้อเสียของการ Social Media,3 ในประเทศไทย
1.การเข้ามาของสื่อในประเทศไทยนั้นรุนแรงและน่ากลัวของอาชญากรรมผ่านสื่อทางนี้มีมาก เนื่องจากว่าการให้ข้อมูลผ่านสื่อไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่เข้มงวด ทำให้เกิดการก่ออาชญากรรมผ่านการให้ข้อมูล เช่น การล้วงความลับข้อมูลต่างๆ รวมถึงการให้ข้อมูลเท็จเพื่อหลอกลวงผู้เสพสื่อ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจสถาบันการเงินมีการใช้สื่อทางSocial media เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ลูกค้าในด้านการทำธุรกรรมต่างๆทางการเงิน โดยเพียงแค่ใส่ข้อมูลส่วนตัวเข้าไป ลูกค้าก็สามารถทีจะทำธุรกรรมทางการเงินได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังธนาคารเอง กลับก่อให้เกิดการขโมยข้อมูลเมื่อมีกลุ่มที่สร้างเวปไซด์ลวงขึ้นมาเพื่อให้คนใช้บริการเกิดความเข้าใจผิด และเมื่อใส่ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสต่างๆเข้าไปในระบบ ทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการได้
2.การใช้งานด้าน Social media ในประเทศไทยนั้น ยังเป็นแค่กลุ่มใช้งาน แต่ไม่มีความสามารถในการแข่งขันได้ ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทยนั้นมีเป็นจำนวนมาก แต่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการเข้าใช้งานสื่อทางนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใช้งานเนื่องจากเพื่อให้ตามเทรนด์ของสังคมในยุคปัจจุบันหรือเพื่อเกาะกระแสสังคม แต่ยังขาดการพัฒนาในด้านความรู้เพื่อสร้างสื่อบริการท้องถิ่นภายในประเทศเพื่อแข่งขันกับสื่อsocial mediaของต่างประเทศ และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆนั้น จะเห็นได้ว่าประเทศอื่นๆมี Social network ท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น QQของประเทศจีน,Cyworldของประเทศเกาหลี,Mixiของประเทศญี่ปุ่น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นอันดับหนึ่งในประเทศของตน แม้กระทั่งในประเทศอินเดียและอินโดนีเซียก็ยังมี Mobile Social Network ชื่อ Mig33 ซึ่งมีการส่งข้อความภายในประเทศเป็นสองเท่าของจำนวนทวีทของ Twitter รวมกันทั้งโลก
แต่เมื่อย้อนกลับมามองที่ประเทศไทยซึ่งกำลังมีการผันกระแสจากการใช้งาน Hi5 เป็นการใช้งาน Facebookและtwitterนั้นโดยมองไม่เห็นเงาของการบริการท้องถิ่นภายในประเทศเลย นอกจากนี้การลงทุนในเรื่องของของเทคโนโลยีต่างๆ เช่น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง IBM เข้ามาสร้าง Innovation centre ในประเทศเวียดนาม หรือแม้กระทั่งการที่ Google.org เลือกประเทศกัมพูชาเป็น regional centre โดยมองข้ามประเทศไทย สาเหตุหลักนั่นก็คือความพร้อมในด้านการศึกษาและพัฒนา ประเทศไทยมีการใช้งานระบบต่างๆอย่างแพร่หลายแต่กลับไม่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบเพื่อให้ระบบท้องถิ่นสามารถต่อสู้กับสื่อต่างประเทศที่เข้ามามีอิทธิพลของประเทศไทยได้
อนาคตของประเทศไทยหากจะประสบความสำเร็จในโลกของธุรกิจของSocial Mediaนั้น ควรมุ่งที่จะพัฒนาในเรื่องของความสามารถในการแข่งขันและปลูกฝังในเรื่องของค่านิยมต่างๆภายในประเทศมากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงการใช้งานในสื่อทางนี้ หากมีการมุ่งมั่นและพัฒนาอย่างจริงจัง เชื่อได้แน่นอนว่าประเทศไทยกับการผสมผสานระหว่างนโยบาย creative economy ของรัฐบาลกับการพัฒนาสื่อที่มีบทบาทและทันสมัยอย่าง Social media จะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าไปสู่การแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านหรือแม้กระทั่งบนเวทีโลกได้อย่างสมบูรณ์
แหล่งที่มาข้อมูล
http://drjoke.com/3g-social-media
บทความเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 (ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
เนื้อหาต้นฉบับ
หัวข้อ3G Social Media และความเป็นไทย
http://drjoke.com/3g-social-media
โอกาสของคนไทยจะมาถึงแล้วครับ ต้องขอขอบคุณ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ด้วยใบอนุญาต 3G ที่ภายใน 4 ปี 80% ของคนไทยจะมีโอกาสเข้าถึง Internet ความเร็วสูง หรือ Broadband ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากราว 2% และเป็นการขยายตัวถึง 40 เท่าในระยะเวลาอันสั้น คงไม่ต้องสงสัยว่า 4 ปีหลังจากนี้ Broadband จะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถิติการใช้งาน Internet ที่ผ่านมา จะถูกบันทึกใหม่ด้วยการเข้าถึงโดย 80% ของคนในประเทศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Internet จะเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยตลาดที่ขยายตัวถึง 40 เท่า การสู้รบและประวิงเวลาระหว่าง Digital กับ Traditional จะต้องมาจบลงด้วยความพ่ายแพ้โดยบริบูรณ์ของสื่อยุคเก่า ประเทศไทยจะก้าวต่อไปในโลก Digital อย่างที่เพื่อนบ้านได้เริ่มมากว่าทศวรรษแล้ว คนไทยจะมีโอกาสสร้างฝันให้เป็นจริงได้ภายใต้นโยบาย Creative Economy ของรัฐบาลปัจจุบัน
เทคโนโลยีในการเข้าถึงได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การแข่งขันอย่างเสรีระหว่างบริษัทชั้นนำ เช่น Apple และ Google ได้นำมาสู่ Disruptive Technology เช่น iPhone 4, iPad และ Android ที่ทำให้การใช้งาน Broadband ด้วยอุปกรณ์มือถือขนาดเล็กผ่านโครงข่าย 3G มีประสิทธิผลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้ราคาที่เข้าถึงได้ และกำลังมียอดขายในประเทศอย่างถล่มทลาย จึงเป็น Convergence ของ Technology ที่ระบบโครงข่าย 3G ซึ่งกำลังจะมีขึ้นทั่วประเทศประจวบกับเทคโนโลยีในการเข้าถึง กำลังร่วมสร้างปรากฏการณ์ของ Broadband ที่จะเป็น Disruptive Change แบบต้องตะลึงกัน
อย่างไรก็ดี Broadband เป็นดาบสองคม ถึงจะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสาร ธุรกิจ การศึกษา ฯลฯ จนกระทั่งเพิ่ม GDP ให้กับพื้นที่ครอบคลุมได้ แต่อย่าลืมว่า Broadband ก็เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความคิด วัฒนธรรม ในรูปแบบของข้อความ ภาพ เสียง และวีดิโอ ที่สามารถนำไปสู่การสร้างสังคมออนไลน์ หรือ Social Media เช่น Facebook, YouTube และ Twitter ที่ไม่สามารถทำได้ด้วยสื่อชนิดอื่นนอกไปจากนี้ เรากำลังเข้าสู่นวัตกรรมของ โลกจำลอง หรือ Virtual World ที่อาจมาในรูปแบบของ Second Life หรือเกมออนไลน์ ทั้งหมดนี้ มีอิทธิพลต่อ ความคิด วัฒนธรรม ซึ่งมีความสำคัญกับการหล่อหลอมแนวคิดความเป็นไทยอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัจจุบัน Social Media ที่คนไทยใช้เวลาด้วยมากที่สุดล้วนเป็นของต่างชาติทั้งสิ้น ซึ่งในสายตาบริษัทที่ควบคุมโดยคนต่างชาติแล้ว ประเทศไทยเป็นแค่หนึ่งในหลายๆ ตลาดบนโลกใบนี้ และไม่ใช่ตลาดสำคัญที่สุด โดยให้ความพยายามเพียงแค่การแปลเมนูคำสั่งโดยผิวเผินให้เป็นภาษาไทยเท่านั้น และไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นไทย โดยการปรับปรุงแก้ไขลักษณะการให้บริการให้เข้ากับท้องถิ่นจริง นอกไปจากนี้ Social Media ที่คนไทยใช้กัน ยังไม่มีบริษัทไหนมีศูนย์บริการ หรือกระทั่งพนักงานประจำที่รับผิดชอบประเทศไทยเลย
ทั้งนี้ Social Media ที่ปราศจากความเป็นไทย กำลังมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในสังคม จำนวนชั่วโมงที่คนไทยใช้บน Social Media ต่อวัน มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้ทอนเวลาไปจากสื่อยุคเก่าเช่นโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ และหากคำนึงว่า Broadband จะมีการขยายตัวถึง 80% อิทธิพลในวันนั้นจะเป็นทวีคูณของวันนี้ และอาจเป็นไปได้ ที่คุณค่าทางวัฒนธรรมของคนไทยที่มีมากว่าสหัสวรรษ จะต้องถูกลบเลือนโดยอิทธิพลของต่างชาติผ่าน Broadband ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษในขณะที่สื่อยุคเก่า เช่น โทรทัศน์ ยังมีข้อบังคับการนำเสนอข่าวที่ต้องเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และความเป็นไทย แต่ในสื่อ Internet นั้น ผู้ใช้สามารถเลือกเข้าชมข้อมูลได้ตามใจชอบ หากศึกษากรณีของเกาหลีใต้ ที่ต่อสู้กับเกาหลีเหนือ โดยใช้สื่อเพื่อนำความเป็นเกาหลีใต้เข้าครอบงำจิตใจของคนเกาหลีเหนือ ขนาดเกาหลีเหนือปิดกั้นประเทศทุกวิถีทางยังสั่นคลอนได้ แต่ประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี 3G กำลังจะเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าครอบงำ 80% ของคนในชาติอย่างเสรี ผ่านนวัตกรรม Social Media และ Virtual World ที่จะไปได้ทุกที่ด้วยเทคโนโลยีในการเข้าถึง เราจึงมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียความเป็นไทยที่ไม่สามารถซื้อคืนได้





