5220211031 เรื่อง : โกดัก ประเทศไทย เปิดแผนปี 53 เน้นรุกตลาดดิจิตอล มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้า

เรื่อง : โกดัก ประเทศไทย เปิดแผนปี 53 เน้นรุกตลาดดิจิตอล มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้า

สรุปข่าว

การเกิดขึ้นของระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ในทุกๆด้าน ล่าสุด ธุรกิจเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพ และ การพิมพ์ภาพแบบดิจิตอล ก็ได้หันมาให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียมากขึ้น ในปี2553 นี้ บริษัทโกดัก หนึ่งในผู้นำด้านกล้องดิจิตอล และเครื่องพิมพ์ ก็ได้เผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยกล่าวถึงการเน้นรุกตลาดดิจิตอล และการพยายามก้าวเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ โดยการนำเทคโนโลยี สมาร์ทแชร์ อัพรูปขึ้นเฟสบุ๊ค และการพิมพ์ภาพดิจิตอลด้วยพิคเจอร์คีออส อีกทั้งยังส่งโฟโต้บุ๊คทำตลาดผ่าน โกดักเอ็กซ์เพรสเพื่อหวังปลุกกระแสการอัดภาพไปในตัว
โกดัก(ประเทศไทย) ในปัจจุบันมีธุรกิจหลักอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ

1.คอนซูเมอร์ดิจิตอลโปรดักส์
2.กราฟฟิก คอมนิวนิเคชั่นโปรดักส์
3.ฟิล์มภาพยนตร์

สินค้าประเภทดิจิตอลโปรดักส์ที่ทางโกดักนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อ ประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตถึง 40 เปอร์เซนต์ โกดักจึงมีนโยบายที่จะเน้นผลิตภัณฑ์ประเภทดิจิตอลมากขึ้น โดยในปี 2553 นี้ จะเน้นทำการตลาดเชิงรุก เนื่องจากปัจจุบันโกดักมีความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ที่จะทำตลาด เช่น โกดักพิคเจอร์ คีออส กล้องดิจิตอล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ดิจิตอลอื่นๆ ทางด้านการพิมพ์ โดยแผนการตลาดในเชิงรุก จะมีตั้งแต่
1.การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
2.การจัดกิจกรรมโรดโชว์ตามเมืองใหญ่ต่างๆ
3.การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมกับทุกกลุ่มลูกค้า
4.การพัฒนาทางด้านซอฟแวร์ และเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ

ในปี 2553 โกดัก จะมีการนำกล้องดิจิตอลเข้ามาทำตลาดทั้งสิ้น 14 รุ่น และกล้อง VDO อีก 1 รุ่น ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ

ตระกูล EasyShare C Series เป็นกลุ่มที่เน้นการใช้งานง่าย ราคาประหยัด
ตระกูล EasyShare M Series เป็นกล้องที่เน้นดีไซน์แบบไลฟ์สไตล์ ขนาดบาง น้ำหนักเบา สีสันสดใส
ตระกูล EasyShare Z Series เป็นกลุ่มที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูง

กลยุทธ์หลักของโกดัก เป็นการเน้นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด คือ สมาร์ทแชร์ (Smart Share) ซึ่งกล้องรุ่นใหม่ทุกรุ่นในปีนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถอัพโหลดภาพถ่าย หรือวีดีโอ จากกล้องไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม เช่น Facebook, Flickr และ YouTube หรือส่งไปยังที่อยู่ e-mail ได้ง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่ม Share เพียงปุ่มเดียว โดยมีกลุ่มลูกค้าหลัก เน้นไปยังกลุ่มวัยรุ่น ไปจนถึงกลุ่มคุณแม่มือใหม่

โครงการโกดักเอ็กซ์เพรส เป็นโครงการที่ให้ร้านค้าปลีกเข้ามาเป็นสมาชิกของโกดัก โดยจะมีการเสียค่าธรรมเนียม แต่ก็จะได้รับสิทธิ์ประโยชน์และผลตอบแทนต่างๆ กลุ่มเป้าหมายหลักที่จะเพิ่มยอดให้กับสมาชิกร้านค้าปลีกนั้น จะมุ่งไปที่กลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน หรือผู้ที่มีครอบครัว และคุณแม่มือใหม่ เพราะเป็นกลุ่มที่นิยมและชื่นชอบในการเก็บและบันทึกความทรงจำต่างๆของตนเอง และครอบครัวไว้
ในส่วนของธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการพิมพ์ภาพ มีการปรับปรุง พัฒนาคุณภาพ และรูปแบบการพิมพ์ให้หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น เช่น มีการนำโปรแกรม Photo Book (สมุดภาพ) เข้ามาให้บริการผ่านทางร้านค้าสมาชิกโกดักเอ็กซ์เพรส
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ พิคเจอร์คีออส ได้มีการพัฒนาระบบ RBM (remote business management) เป็นระบบการสั่งการเพื่อใช้ในการบริหารการขาย และการช่วยเหลือซ่อมแซมผ่านทางระบบอินเตอร์เนท นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาในเรื่องของซอฟแวร์และฟังชั่นการใช้งานใหม่ๆอยู่ อย่างต่อเนื่อง เช่น โปรแกรมแก้ไขภาพตาแดง โปรแกรมปรับแต่ให้หน้าใส โปรแกรมแคปเจอร์ภาพจากไฟล์วีดีโอ และที่เป็นจุดเด่นคือการที่สามารถนำภาพถ่ายจากเว็บไซต์สังคมออนไลน์ต่างๆ อย่าง เฟซบุ๊ค (facebook) พิมพ์ออกมาผ่านทาง เครื่องพิคเจอร์คีออสได้อีกด้วย

วิเคราะห์ข่าว

หากนำรูปแบบการวิเคราะห์แบบ SWOT มาใช้จะพบว่า

จุดแข็ง (Strengths) ของโกดักคือ
1. โกดักมีธุรกิจเกี่ยวกับสื่อการพิมพ์และการถ่ายภาพอย่างครบวงจร
2. เทคโนโลยี “สมาร์ทแชร์” นั้น เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี “แชร์”ของเดิม ที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้ ที่ซึ่งยังไม่มีกล้องดิจิตอลยี่ห้อใดทำมาก่อน
3. โกดักมีพันธมิตรคือ โฟโต้ฮัท ที่ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพครบวงจรเช่นกัน ทำให้ธุรกิจพิคเจอร์คีออส ของโกดัก ไม่จำเป็นต้องลงทุนเปิดหน้าร้านเอง
4. การนำระบบ RBM มาใช้ ทำให้โกดักสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย และ ระยะเวลาในการบริหาร ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจ มีความคล่องตัวมากขึ้น

จุดอ่อน (Weaknesses) ของโกดักคือ
1. โกดักมักไม่ค่อยประชาสัมพันธ์สินค้า และบริการของตัวเองตามสื่อต่างๆเช่น หนังสือพิมพ์ มากนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง นิคอน และ แคนนอน
2. โกดักในประเทศไทย มักได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบเรื่องของการเคลมสินค้า ที่ใช้เวลานาน และ ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ
3. กล้องดิจิตอลของโกดัก มีการเกิดสัญญาณรบกวนบนเซนเซอร์ประมวลผลที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกล้องของคู่แข่ง ในรุ่นที่เทียบเท่ากัน
4. เครื่องพิมพ์ภาพอัตโนมัติจากตู้ มีราคาต่อรูปที่สูงกว่าการไปอัดเป็นชุดจากร้าน ซึ่งทำให้ไม่เป็นที่นิยม และอาจทำให้โกดักเติบโตไปได้ช้า แม้ว่า เครื่องจะรองรับสื่อบันทึกข้อมูลหลายประเภท

โอกาส (Opportunities) ของโกดักคือ
1. ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลของโกดักนั้น ยังไม่เข้าไปในเซกเมนต์ของกลุ่มลูกค้าช่างภาพมืออาชีพ ดังนั้น โกดักมีโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้น หากขยายกลุ่มลูกค้าด้วยการออกผลิตภัณฑ์กล้องสะท้อนเลนส์เดี่ยวแบบ ดิจิตอล(D-SLR) ซึ่งจะส่งผลให้อาจมีการใช้บริการโกดักเอ็กเพรส และ พิกเจอร์คีออสมากขึ้น
2. การที่เครือข่ายสังคมออนไลน์นั้น ไม่ได้มีแค่เฟสบุ๊ค หากโกดักสามารถจับจุดที่จะไปเป็นพันธมิตรกับเว็บไซต์ทางด้านการถ่ายภาพจริง จัง อย่างเช่น Multiply.com ได้ ก็จะเป็นการเพิ่มยอดขายในส่วนของผู้ที่รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจได้ อีกกลุ่มหนึ่ง

อุปสรรค (Threats) ของโกดักคือ
1. คู่แข่งของโกดักอย่างแคนนอน และ โซนี่ มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า โฟโต้พรินเตอร์ขนาดพกพา ที่สามารถพกพานำไปใช้ที่ไหนก็ได้ และมีราคาถูกกว่า แต่โกดักกลับไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญในส่วนนี้แล้ว ซึ่งอาจทำให้ระบบคีออส อาจเจริญเติบโตไปได้ไม่ราบรื่นนัก
2. แม้เทคโนโลยีสมาร์ทแชร์อาจอำนวยความสะดวกในการอัพโหลดไฟล์ภาพได้ แต่โกดักไม่มีเทคโนโลยีจีพีเอส ที่ซึ่งในปัจจุบัน กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆได้ฝังเทคโนโลยีตัวนี้มาเพื่อระบุตำแหน่งในการถ่ายภาพ ก่อนที่จะอัพโหลดขึ้นเว็บ

ข่าวต้นฉบับ

โกดัก ประเทศไทย เปิดแผนปี 53 เน้นรุกตลาดดิจิตอล มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้า
โกดัก ประเทศไทย เปิดแผนปี 53 เน้นรุกตลาดดิจิตอล มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้า ตอกย้ำภาพผู้นำด้านเทคโนโลยี มั่นใจสิ้นปียอดพุ่ง 5% มูลค่ากว่า 2.1 พันล้านบาท ตั้งเป้าอีก 3 ปีขึ้นแท่นผู้นำตลาดในทุกประเภทธุรกิจ
บริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัด เผยแผนเอาใจตลาดคอนซูเมอร์ 3 ธุรกิจหลักปีนี้ เน้นรุกธุรกิจประเภทดิจิตอล ประกาศความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ โชว์เทคโนโลยี สมาร์ทแชร์ อัพรูปขึ้นเฟสบุ๊ค พิมพ์ภาพยุคดิจิตอลด้วยพิคเจอร์คีออส พร้อมส่งโฟโต้บุ๊คทำตลาดผ่าน โกดักเอ็กซ์เพรสปลุกกระแสการอัดภาพ มั่นใจสิ้นปี 53 ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,100 ล้านบาท พร้อมประกาศตั้งเป้าอีก 3 ปีจะต้องเป็นผู้นำในทุกๆประเภทธุรกิจที่มีอยู่
นางสุภาณี ชัยวัฒนายน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกดัก(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของ โกดัก(ประเทศไทย) ว่าปัจจุบันมีธุรกิจหลักอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ 1.คอนซูเมอร์ดิจิตอลโปรดักส์ 2.กราฟฟิก คอมนิวนิเคชั่นโปรดักส์ 3. ฟิล์มภาพยนตร์ สำหรับไตรมาสแรกนั้นมีอัตราการเติบโตรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทดิจิตอลโปรดักส์ที่ทางโกดักนำเข้ามาทำตลาดใน ประเทศไทยอย่างจริงจังประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเป็น 40 เปอร์เซนต์ และมีนโยบายที่จะเน้นผลิตภัณฑ์ประเภทดิจิตอลมากขึ้น
ในส่วนของตลาดคอนซูเมอร์สามารถแบ่งประเภทธุรกิจออกเป็น 3 ประเภทธุรกิจคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล กลุ่มผลิตภัณฑ์การพิมพ์ภาพและฟิล์มถ่ายภาพสำหรับค้าปลีก และกลุ่มผลิตภัณฑ์พิคเจอร์ คีออส สำหรับในปีนี้ โกดักทั่วทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทย จะเน้นทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันโกดักมีความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ที่จะทำตลาด เช่น โกดักพิคเจอร์ คีออส ที่มีการพัฒนามาจนถึงรุ่น APEX กล้องดิจิตอลที่พัฒนาด้านเทคโนโลยีฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อให้สามารถขันแข่ง กับตลาดได้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ดิจิตอลอื่นๆ ทางด้านการพิมพ์ที่มีความแข็งแกร่ง และได้รับการยอมรับจากตลาดทั่วโลก โดยแผนการตลาดในเชิงรุกที่ทางบริษัทวางไว้ จะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง การจัดกิจกรรมโรดโชว์ตามเมืองใหญ่ต่างๆเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมกับทุกตลาด ทุกกลุ่มเป้าหมาย และมีการพัฒนาทางด้านซอฟแวร์ และเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ
นางสุภาณี กล่าวต่อว่า สำหรับรายได้รวมของตลาดคอนซูเมอร์ สามารถแบ่งตามอัตราส่วนของรายได้ของแต่ละกลุ่มธุรกิจคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์การพิมพ์ภาพและฟิลม์ถ่ายภาพสำหรับค้าปลีก มีอัตราส่วนประมาณ 50% ผลิตภัณฑ์กลุ่มของกล้องดิจิตอลประมาณ 40 % และกลุ่มผลิตภัณฑ์พิคเจอร์ คีออส ประมาณ 10% ทางโกดักได้นำเอาผลิตภัณฑ์ประเภทดิจิตอลเข้ามาทำตลาดมากขึ้นจึงมั่นใจได้ว่า ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอยู่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแผนการตลาดที่วางไว้ ภายในสิ้นปี 2553 จะสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 2,100 ล้านบาท และพร้อมประกาศตั้งเป้าไว้ว่าในอีก 3 ปีจะขึ้นต้องเป็นผู้นำในทุกๆประเภทธุรกิจหลักที่มีอยู่
นายไพศาล อารีย์พงศา ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์เพื่อการถ่ายภาพ กล่าวว่าสำหรับปีนี้ โกดัก นำกล้องดิจิตอลเข้ามาทำตลาดทั้งสิ้น 14 รุ่น และกล้อง VDO อีก 1 รุ่น ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ซึ่งแบ่งเป็น 3 กล่มหลักๆ คือ ตระกูล EasyShare C Series เป็นกลุ่มที่เน้นการใช้งานง่าย มีคุณภาพ ราคาประหยัด ระหว่าง 2,900-3,900.-บาท และ ตระกูล EasyShare M Series เป็นกล้องที่เน้นดีไซน์แบบไลฟ์สไตล์ ขนาดบาง น้ำหนักเบา สีสันสดใสมีให้เลือก 5-7 สี แบตเตอรี่ Li-Ion ราคาประมาณ 3,900 – 6,900.-บาท และสุดท้าย ตระกูล EasyShare Z Series เป็นกลุ่มที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูง ซูมดิจิตอล มากกว่า 3 เท่า เลนส์ชไนเดอร์คุณสมบัติเฉพาะของโกดัก ความเร็วในการจับภาพสูงถึง 0.23 วินาที ราคา 12,900.- ขึ้นไป
ในปีนี้ กลยุทธ์หลักของโกดัก คือการเน้นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด คือ สมาร์ทแชร์ (Smart Share) ซึ่งกล้องรุ่นใหม่ทุกรุ่นในปีนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถอัพโหลดภาพถ่าย หรือวีดีโอ จากกล้องไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม เช่น Facebook, Flickr และ YouTube หรือส่งไปยังที่อยู่ e-mail ได้ง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่ม Share เพียงปุ่มเดียวบนกล้อง เพราะนอกจากคุณสมบัติเด่นต่างๆของกล้อง เช่น Smart Capture และ Face Recognition ไปจนถึงการบันทึกวีดีโอระบบ HD แล้ว กล้องโกดักจะช่วยเปลี่ยนภาพความประทับใจในช่วงเวลาดีๆของชีวิต หรือ “Kodak Moment” จากการถ่ายภาพหรือวีดีโอ ไปเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ใหม่บนโลกออนไลน์ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
จากการสำรวจปัจจุบัน พบว่าประมาณ 55% ของคนที่ถ่ายภาพ นิยมที่จะแบ่งปันภาพบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ แต่มีถึง 48% รู้สึกว่าการขั้นตอนการทำนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โกดักจึงพัฒนาระบบการ tag ภาพเพื่อให้สามารถแบ่งปันภาพได้ง่ายขึ้นและลดขั้นตอนต่างๆ ลง เพียงกดปุ่ม Share กล้องจะจัดการอัพโหลดหรือส่ง e-mail ไปยัง site ต่างๆที่ต้องการโดยอัตโนมัติ
สำหรับกลุ่มลูกค้าหลัก โกดักมุ่งเน้นไปยังกลุ่มวัยรุ่น ไปจนถึงกลุ่มคุณแม่มือใหม่ อายุระหว่าง 16 – 35 ปี และด้วยคุณสมบัติใหม่นี้เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้น 2% และมีรายได้เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา
นายโชติแสง ดุริยะรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการพิมพ์ภาพและฟิล์มถ่ายภาพ สำหรับธุรกิจค้าปลีก กล่าวว่า ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจโกดักเอ็กซ์เพรส คือธุรกิจค้าปลีกด้านการถ่ายภาพ ซึ่งจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1.การขายสินค้าด้านการถ่ายภาพ อาทิ อุปกรณ์บันทึกภาพ แบตเตอรี่ ตัวกล้อง อัลบัมเป็นต้น 2. การให้บริการพิมพ์ภาพ ให้บริการถ่ายภาพ โครงการโกดักเอ็กซ์เพรส เป็นโครงการที่ให้ร้านค้าปลีกเข้ามาเป็นสมาชิกของโกดัก ซึ่งจะมีการให้ผลตอบแทนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะมีการเสียค่าทำเนียมให้กับทางบริษัท และจะได้รับสิทิประโยชน์และผลตอบแทนต่างๆ ในเรื่องของการซ่อมบำรุงเครื่องพิมพ์ภาพ การเข้าร่วมอบรมสัมมนาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เกิดการพัฒนาและปรับบรุงธุรกิจอยู่อย่างเสมอ สำหรับ โกดักเอ็กเพรส ในทวีปเอเชียมีทั้งหมด 11,000 สาขา เฉพาะในประเทศไทยในปีนี้มี 420 สาขา เราจึงกล้าพูดได้ว่า โครงการโกดักเอ็กเพรส นั้นมีความเป็นมาตรฐานสากลสูง
ในขณะที่ตลาดในปัจจุบันมีการเปลียนแปลง ระบบดิจิตอลเข้ามามีบทบาทมากพอสมควร การซื้อฟิล์มลดลง การล้างฟิล์ม ซึ่งเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของร้านค้าลดลง รูปแบบการจัดเก็บที่เปลียนไปส่งผลให้การพิมพ์น้อยลง จึงทำให้ทางบริษัทจะต้องมีการกำหนดและปรับเปลียนจุดมุ่งหมายให้ตรงตามความ ต้องการของผู้บริโภคในเรื่องของการให้บริการ และจะต้องสร้างจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการให้เพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ของสมาชิก ร้านค้า สำหรับการปรับแผนของโกดักเอ็กซ์เพรส จะมองกลุ่มเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน หรือผู้ที่มีครอบครัว และคุณแม่มือใหม่ เพราะเป็นกลุ่มที่นิยมและชื่นชอบในการเก็บและบันทึกความทรงจำต่างๆของตนเอง และครอบครัวไว้
นายโชติแสง กล่าวต่อว่า ภาพรวมของรายได้ในส่วนของธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการพิมพ์ภาพ ต้องยอมรับว่าลดลงในเรื่องของรายได้จากการขายฟิล์ม และการล้างฟิล์ม แต่การพิมพ์ภาพต่อครั้งยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากการถ่ายภาพแบบดิจิตอลและการบันทึกที่ได้จำนวนมาก ส่งผลดีต่อการพิมพ์ภาพซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของร้านค้า ดังนั้นจึงมีการปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพ และรูปแบบการพิมพ์ในหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น โดยการนำเอาโปรแกรมในการจัดทำ Photo Book (สมุดภาพ) เข้ามาให้บริการผ่านทางร้านค้าสมาชิกโกดักเอ็กซ์เพรส ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการเพิ่มยอดการพิมพ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการอัดภาพได้เป็นอย่างดี และในส่วนของนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพิมพ์สำหรับผู้ลงทุนนั้นปัจจุบัน โกดักมี แล็บสีดิจิตอลระบบใหม่ที่เรียกว่า APEX ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ในระบบไดร์สับ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการพิมพ์ที่สูงกว่า และราคาเครื่องในการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการถูกกว่าแล็บสีระบบเดิม
นายสมศักดิ์ เจือสุคนธ์ทิพย์ ผู้จัดการฝ่ายขายธุรกิจคีออส กล่าวว่า ทางด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ พิคเจอร์คีออส ในทุกๆปี จะมีอัตราการเติมโตเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซนต์ จำหน่ายไปแล้วกว่า 400 เครื่องคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 70 ล้านบาท โดยมีให้บริการอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งใน Photo Hut Shop มีให้บริการกว่า 40 สาขา โดยล่าสุดได้มีการพัฒนาระบบ RBM (remote business management) เป็นระบบการสั่งการในเรื่องของการออเดอร์ การเช็คยอดขาย การเช็คราคา บันทึกข้อมูลต่างๆ และการช่วยเหลือซ่อมแซมผ่านทางระบบอินเตอร์เนท นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาในเรื่องของซอฟแวร์และฟังชั่นการใช้งานใหม่ๆอยู่ อย่างต่อเนื่อง เช่น โปรแกรมแก้ไขภาพตาแดง โปรแกรมปรับแต่ให้หน้าใส นวลดูสวยงาม โปรแกรมแคปเจอร์ภาพจากไฟล์วีดีโอ และที่เป็นจุดเด่นเพื่อเป็นการตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ยังสามารถนำภาพถ่ายจากเว็บไซต์สังคมออนไลน์ต่างๆ อย่าง เฟซบุ๊ค(facebook) พิมพ์ออกมาผ่านทาง เครื่องพิคเจอร์คีออสได้อีกด้วย
โกดัก พิคเจอร์ คีออส เป็นเครื่องพิมพ์ภาพถ่ายที่สามารถรองรับสื่อดิจิตอลต่างๆ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้โดยรองรับ ระบบ “บูลทูธ” จากมือถือทุกแบรนด์ ออกแบบมาด้วยซอฟแวร์ที่ใช้งานง่าย รองรับความต้องการ และตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคสูงสุด จากรูปแบบการให้บริการตนเอง ที่ผู้บริโภคสามารถ เลือกพิมพ์ภาพจากสื่อดิจิตอลต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง ตกแต่งสี/แสง เพิ่มเติมกรอบรูปอีเลคโทรนิค ใส่ข้อความ คำอวยพร และเลือกอัดภาพเล็ก 2P , 4P หรือจะเต็มใบ 4” x 6 ” ไปถึงขนาด 6” x 8” ได้อย่างอิสระ และ ให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมสั่งพิมพ์ภาพได้เองเมื่อพอใจ ใช้เวลาในการอัดรูปภาพเพียง 11 วินาทีสำหรับภาพแรก และออกต่อเนื่องในภาพถัดไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท พีเพิลมีเดีย จำกัด
นายอาทิตย์ ประภาสะวัต โทร.0-2734-1791
นางสาวปิยะนันท์ ภิรมย์ฉัตรเพชร โทร. 0-2734-1791

อ้างอิง
http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=1709D72BB0A2243C84263F1C443EC5B8&sec=it