เรื่อง : 3จีฟื้นยุคทองธุรกิจเพลง อาร์เอสปรับทัพลุยสื่อใหม่
สรุปข่าว
อาร์เอส ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเอนเตอร์เทนเมนต์ของไทย ล่าสุดได้มีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างตลอดเวลาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ 3G เพราะเป็นโอกาสให้เจ้าของคอนเทนต์คิดสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับคอนเทนต์ที่มีได้อีกมหาศาล โดยอาร์เอสจะเตรียมคนเพื่อรองรับการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ จากระบบ 3G ตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป อาร์เอสตั้งความหวังว่าระบบ 3จี จะทำให้รายได้ของธุรกิจเพลงและดิจิตอล เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 40-50% เพราะจากระบบนี้จะสามารถนำศิลปินมาผสมผสานเพื่อสร้างรายได้ให้หลากหลายและสร้างสรรค์ลูกเล่นใหม่ๆ ได้อีกมาก อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้บริการที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะตามนโยบาย Fully Digital Music หรือการมุ่งให้บริการเพลงผ่านรูปแบบดิจิตอลทั้งโทรศัพท์มือถือ ดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้รายได้ของธุรกิจเพลงเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 40-50%
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้บริษัทได้เพิ่มอัตราค่าบริการผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ และได้ออกสินค้าแบบเอ็มพี 3 ซึ่งเข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และส่งผลดีต่อบริษัทเช่นเดียวกัน เพราะเพลงในระบบเอ็มพี 3 ส่วนหนึ่งเป็นเพลงเก่าที่มีอยู่แล้ว ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยลงทุนไม่มากนัก
เป้าหมายต่อไปคือทีวีดาวเทียมเพราะเป็นสื่อใหม่ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปีที่ผ่านมาอาร์เอสเปิด 2 ช่อง คือ สบายดี ทีวี และยู แชนแนล และไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเปิดอีก 2 ช่อง ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากทีวีดาวเทียมมีไม่ถึง 5% แต่ปีหน้าคาดว่าจะมีสัดส่วน 10% และใน 3-5 ปี จะเพิ่มเป็น 20-25% จากรายได้รวม
“สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” นายใหญ่ของอาร์เอส เชื่อว่าธุรกิจนี้ใครเปิดก่อนเปิดหลังไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าของที่มีจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับการทำเพลง ถ้าเพลงฮิตโอกาสต่อยอดธุรกิจมีมากมาย เมื่อผนวกกับเทคโนโลยีอันทันสมัย โอกาสทองของธุรกิจเพลงก็อยู่แค่เอื้อม
วิเคราะห์ข่าว
เทคโนโลยี 3G นั้น ส่งผลต่อธุรกิจภาคต่างๆมากมาย เพราะด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ย่อมทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพที่มากกว่าในการใช้เวลาที่เท่ากัน กลยุทธ์ 3G ที่ RS นำมาใช้นั้น เป็นการปรับตัวทางด้านดิจิตอลมีเดีย และ เอนเตอร์เทนเมนต์ เพื่อให้เข้ากับยุคที่ข้อมูลข่าวสารไร้สายขยายขีดจำกัดออกไป แต่อย่างไรก็ตาม
หากวิเคราะห์ด้วย Five Force จะพบว่า
1. การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม – ในอุตสาหกรรมนี้ มีผู้เล่นที่เป็นคู่แข่งสำคัญอีกรายสำหรับ RS ก็คือ GMM Grammy ที่ซึ่งแม้จะยังไม่ได้นำระบบ 3G เข้ามาใช้ แต่ก็ได้นำหน้าไปก่อนแล้วในเรื่องของ Satellite TV
2. อำนาจการต่อรองของ Supplier – ในอุตสาหกรรมนี้ ทรัพย์สินส่วนมากเป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ (ลิขสิทธ์ทางปัญญา) เป็น Intangible asset ดังนั้น ส่วนนี้อาจไม่ส่งผลมากนัก
3. อำนาจการต่อรองของลูกค้า – เนื่องจากยังไม่มีผู้เล่นในระบบ 3G ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดี สำหรับ RS ในการเป็นผู้นำตลาดและกำหนดราคา ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ก็จะมีโอกาสผูกขาดในธุรกิจนี้ได้
4. ภัยจากคู่แข่งรายใหม่ – เนื่องจากวงการเพลง และ ดิจิตอลมัลติมีเดียนั้น ใช้เงินลงทุนมหาศาล ดังนั้น จึงเป็นการยาก สำหรับคู่แข่งรายใหม่ที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ เว้นเสียแต่การเข้ามาใหม่ของผู้ให้บริการทีวีดาวเทียม และ IPTV ที่ใช้เงินลงทุนต่ำกว่า
5. ภัยจากสินค้าทดแทน – Bit Torrent, แผ่นผี(Vampire), การส่งผ่านจากเครื่องสู่เครื่อง (Bluetooth, Infrared), การแชร์ไฟล์ผ่าน FTP เหล่านี้ย่อมเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด เนืองจากว่า หากข้อมูลถูกแปลงเป็นดิจิตอลแล้ว ย่อมเป็นการง่ายมากที่จะทำการคัดลอก และ ส่งต่อ หากไม่มีการตรวจสอบลิขสิทธ์ที่รัดกุมพอ 3G อาจกลายเป็นเครื่องมือส่งต่อชั้นดีไปเสียเอง
วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน
จุดแข็ง – การเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้สะดวก เพราะการที่มีผลประกอบการและผลงานสม่ำเสมอ ย่อมเป็นผลดีต่อบริษัท และ นักลงทุน ที่จะทำการลงทุนในระบบ 3G และสร้างโอกาสที่จะติดตลาดได้ง่ายกว่าบริษัทที่ไม่มีชื่อเสียง
จุดอ่อน – การแก้ปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังคงเป็นจุดอ่อนสำหรับบริษัทด้านดิจิตอลมัลติมีเดีย เพราะ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ RS อาจต้องประสบภาวะขาดทุนในกิจการ
ข่าวต้นฉบับ
3จีฟื้นยุคทองธุรกิจเพลง อาร์เอสปรับทัพลุยสื่อใหม่
• 18 สิงหาคม 2553 เวลา 11:43 น.
สิ่งที่อาร์เอสตื่นเต้นกว่ากลับเป็นการเปิดประมูลระบบโทรศัพท์ เคลื่อนที่ 3จี เพราะจะส่งผลต่อธุรกิจเพลงซึ่งเป็นธุรกิจหลักให้ก้าวสู่ยุคทองอีกครั้ง….
โดย…ทีมข่าวธุรกิจตลาด
แม้รายได้จากการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010 จะเข้ามาสร้างความตื่นเต้นให้ อาร์เอส โดยเฉพาะไตรมาส 2 กวาดรายได้ไปกว่า 1,000 ล้านบาท
แต่สิ่งที่อาร์เอสตื่นเต้นกว่ากลับเป็นการเปิดประมูลระบบโทรศัพท์เคลื่อน ที่ 3จี เพราะจะส่งผลต่อธุรกิจเพลงซึ่งเป็นธุรกิจหลักให้ก้าวสู่ยุคทองอีกครั้ง
พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า การเข้ามาของระบบ 3จี จะทำให้ธุรกิจเพลงเข้าสู่ยุคทองอีกครั้ง เพราะเป็นโอกาสให้เจ้าของคอนเทนต์คิดสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับคอนเทนต์ที่มีได้อีกมหาศาล ซึ่งในส่วนของอาร์เอสจะเตรียมคนเพื่อรองรับการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ จากระบบ 3จี ตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป
“จากนี้ไปผู้ให้บริการคอนเทนต์ต้องต่อสู้กันด้วยนวัตกรรมใหม่ที่จะพัฒนา ขึ้นจากระบบ 3จี เมื่อถนนใหญ่ขึ้นการพัฒนาดัดแปลงคอนเทนต์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่ามีโอกาสมากมายมหาศาล”
อาร์เอสตั้งความหวังว่าระบบ 3จี จะทำให้รายได้ของธุรกิจเพลงและดิจิตอล เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 40-50% เพราะจากระบบนี้จะไม่ใช่แค่การหารายได้จากเพลงเท่านั้น แต่ยังนำศิลปินมาผสมผสานเพื่อสร้างรายได้ให้หลากหลายรูปแบบ สร้างสรรค์ลูกเล่นใหม่ๆ ได้อีกมาก
อย่างไรก็ตาม กว่าจะได้เห็นบริการใหม่จากอาร์เอสคงจะเป็นปีหน้า โดยระหว่างนี้บริการที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะตามนโยบาย Fully Digital Music หรือการมุ่งให้บริการเพลงผ่านรูปแบบดิจิตอลทั้งโทรศัพท์มือถือ ดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้รายได้ของธุรกิจเพลงเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 40-50%
แต่สิ่งสำคัญคือการทำให้ผลกำไรของบริษัทดีขึ้นมากจาก 16.4 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ของปีก่อน เป็น 145 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ของปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 800%
สำหรับบริษัท อาร์เอส ถือเป็นค่ายเพลงที่ก้าวข้ามยุคถดถอยของวงการ หลังเจอปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก โดยรื้อโครงสร้างธุรกิจใหม่ ลดพึ่งพารายได้จากการจำหน่ายซีดีและวีซีดี แต่มุ่งให้บริการเพลงผ่านระบบสมาชิกของโทรศัพท์มือถือ เช่น บริการซูเปอร์เหมา *339 ที่เปิดตัวบริการเมื่อเดือน ก.ค. 2552 เพียง 3 เดือน มีสมาชิก 1 ล้านราย และใน 1 ปี มีสมาชิก 3 ล้านราย จนถึงสิ้นปีนี้คาดเพิ่มถึง 3.5 ล้านราย
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้บริษัทได้เพิ่มอัตราค่าบริการผ่านระบบโทรศัพท์ มือถือ เช่น บริการซูเปอร์เหมา *339 จาก 20 เป็น 29 บาทต่อเดือน เพิ่มค่าบริการเสียงเพลงรอสายจาก 20 เป็น 40 บาท เชื่อว่าจะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายรายได้ 2,900 ล้านบาท ตามที่วางไว้ จากครึ่งปีแรกทำรายได้ 1,567 ล้านบาท
นอกจากนี้ อาร์เอส ยังได้ออกสินค้าแบบเอ็มพี 3 ซึ่งเดิมเป็นสินค้าสำหรับตลาดละเมิดลิขสิทธิ์ แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าประเภทนี้มากกว่าสินค้าซีดีและวี ซีดีแบบเดิม การออกสินค้าดังกล่าวจึงเข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และส่งผลดีต่อบริษัทเช่นเดียวกัน เพราะเพลงในระบบเอ็มพี 3 ส่วนหนึ่งเป็นเพลงเก่าที่มีอยู่แล้ว ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยลงทุนไม่มากนัก
สิ่งที่อาร์เอสจะบุกต่อคือทีวีดาวเทียมเพราะเป็นสื่อใหม่ และเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปีที่ผ่านมาอาร์เอสเปิด 2 ช่อง คือ สบายดี ทีวี และยู แชนแนล และไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเปิดอีก 2 ช่อง ซึ่งเป็นคอนเทนต์ใหม่ที่แตกต่าง ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากทีวีดาวเทียมมีไม่ถึง 5% แต่ปีหน้าคาดว่าจะมีสัดส่วน 10% และใน 3-5 ปี จะเพิ่มเป็น 20-25% จากรายได้รวม
เมื่อหันมาดูค่ายคู่แข่งอย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ทิศทางที่ก้าวไปของธุรกิจเพลงคล้ายกับอาร์เอส คือมุ่งดิจิตอลและสื่อใหม่ คือทีวีดาวเทียม ซึ่งตอนนี้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มีช่องทีวีดาวเทียมแล้ว 4 ช่อง และจะเปิดช่องเพิ่มขึ้น
ในมุมมอง “สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” นายใหญ่ของอาร์เอส เชื่อว่าธุรกิจนี้ใครเปิดก่อนเปิดหลังไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าของที่มีจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับการทำเพลง ถ้าเพลงฮิตโอกาสต่อยอดธุรกิจมีมากมาย เมื่อผนวกกับเทคโนโลยีอันทันสมัย โอกาสทองของธุรกิจเพลงก็อยู่แค่เอื้อม
อ้างอิง





