สุธิณี นาคสุข 5220211026 เรื่องไอแพดฟีเวอร์ สัญญาณร้ายธุรกิจไฮเทคญี่ปุ่น

IT Report 1
ไอแพดฟีเวอร์ สัญญาณร้ายธุรกิจไฮเทคญี่ปุ่น
_สรุปเนื่อหาข่าว_
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยวิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนแปลงไปต้องมีการเดินทางหรือประชุมตลอดเวลา ย่อมต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีความคล่องตัวในการพกพา ใช้งานง่าย หนึ่งในทางเลือกในการพิจารณาเลือกซื้อ นั่นคือ Tablet PC ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดสมบูรณ์แบบที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดเครื่องเท่ากับสมุดบันทึกขนาดเท่ากระดาษจดหมาย tablet PC ที่สร้างกระแสความนิยมให้กับผู้ใช้จำนวนมากนั่นคือ iPad จาก Apple iPad คือ อุปกรณ์ mobile ใหม่ที่อยู่ระหว่าง iPhone และ Macbook โดยเทคโนโลยีที่มีอยู่ล่าสุดใน iPhone ได้นำมาใส่ไว้ใน iPad ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น จอ Capacitive Multitouch หน้าจอแบบ High Definition (HD) ขนาด 9.7 นิ้ว และสเปกอื่นๆ
ในรายงานชิ้นนี้ได้มุ่งเน้นไปที่ความสนใจในส่วนของความนิยมในiPadของคนในประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจสินค้าไฮเทคของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ประกอบการด้านคอมพิวเตอร์รายใหญ่จำนวนมาก เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งทางการตลาดของคอมพิวเตอร์(รวมไปถึงคอมพิวเตอร์แบบแท๊บเลต) ในเดือน พ.ค .2553 พบว่าAppleครองส่วนแบ่งการตลาด 11.5% จากเดิมที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 3.5% ทำให้Appleเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากกว่าโซนี่ที่อยู่ในอันดับที่5 โดยAppleตามหลังToshiba Fujitsu และ NEC ที่คองส่วนแบ่งการตลาดในอันดับที่1,2 และ 3 ตามลำดับ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้iPadได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่นมาจากความเชื่อมั่นของลูกค้าในคุณภาพของแบรนด์แอบเปิ้ล เช่นกรณีของไอโฟน ที่ได้ไปแทรกแซงอารยธรรมการบริโภคสินค้าไฮเทคของคนญี่ปุ่นก่อนหน้านั้นแล้ว จึงเป็นการง่ายต่อiPadในการสร้างความนิยมในคนญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดของiPadมีขนาดเล็กและเหมาะมือ สะดวกในการพกพา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ถือว่าiPadมีความเหมาะสมกับวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่มีความชื่นชอบในอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก รวมไปถึงการใช้สื่อออนไลน์ในการส่งผ่านข่าว ความเห็นต่างๆจึงทำให้กระแสการตอบรับในiPadเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความนิยมในiPadไม่ได้ส่งผลต่อรายได้ของAppleเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อธุรกิจอื่นๆในการปรับเปลี่ยนกิจกรรมทางการตลาดแนวใหม่โดยธุรกิจนั้น เช่น การได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึก จากลูกค้ามากขึ้น รวมไปถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเพื่อช่วยลูกค้าในการตัดสินใจ ตัวอย่างของธุรกิจนำเอาiPadไปใช้ คือกิจการให้บริการจัดงานแต่งงานให้กับคู่บ่าวสาว ที่ใช้iPadช่วยลูกค้าเลือกชุดวิวาห์ โดยแสดงเป็นภาพนิ่งหลากหลายแบบ รวมถึงคลิปวีดีโอที่มีนางแบบในชุดเจ้าสาวแบบต่างๆเพื่อให้เจ้าสาวตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
จากกระแสความต้องการในiPad รวมถึงการตอบรับของตลาดที่มากขึ้น ย่อมส่งผลต่อผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์รายอื่นๆ ในการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้ออกมาแข่งขันกับiPad ซึ่งถ้าหากผู้ประกอบการนั้นๆไม่ทำการปรับตัว ก็อาจจะต้องเสียส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้นให้กับAppleได้ในอนาคต

_วิเคราะห์ข่าว_
ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าในแต่ละ market segment คือปัจจัยสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การที่iPadจะเข้ามาครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดในด้านคอมพิวเตอร์ในระยะสั้นในญี่ปุ่นอาจะเป็นไปได้ แต่ในระยะยาวอาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะการที่จะทำให้ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ต้องอาศัยความเข้าใจในตัวลูกค้าในเชิงลึก โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าแอปเปิลควรแยกวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าว่าลูกค้าในประเทศที่ต่างกัน ก็จะมีความต้องการในรูปแบบที่ต่างกัน ซึ่งในส่วนนี้ธุรกิจสินค้าไฮเทคในญี่ปุ่นน่าจะมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่า เพราะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกว่าว่าลูกค้าที่อยู่ในประเทศเดียวกับตนมีพฤติกรรมหรือความต้องการในด้านใดบ้างซึ่งจะทำให้จัด market segment ได้อย่างแม่นยำมากขึ้นและผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละ segment นั้นๆ อย่างในกรณีที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะมีจินตนาการสูง ไม่ชอบการยอมแพ้ ก็ควรจะหากิจกรรมที่ทำให้เกิดการแข่งขันในการแสดงออกของจินตนาการ เช่น การประกวดให้ออกแบบผลิตภัณฑ์ การประกวดไอเดียในการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ซึ่งธุรกิจผลิตสินค้าไฮเทคเหล่านี้อาจจะได้แนวคิดที่ดีในการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และถ้าหากวิเคราะห์ว่าประเทศญี่ปุ่นเกิดภัยธรรมชาติบ่อยมากๆ การอยู่กันเป็นกลุ่มจะช่วยเหลือกันได้ดีกว่าอยู่โดดๆเพราะฉะนั้นคนญี่ปุ่นก็จะมีเทคนิคในการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ก็อาจจะนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้กับกลยุทธ์ของธุรกิจ เช่นการสร้างพันธมิตรธุรกิจระหว่างกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน ในกรณีของบทความข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีการประยุกต์ใช้iPadกับธุรกิจบริการการแต่งงาน ซึ่งจริงๆแล้วคอมพิวเตอร์แท๊บเล๊ตแบรนด์อื่นก็มีฟังก์ชันในการแสดงภาพนิ่ง รวมถึงคลิปวิดีโอได้เช่นกัน แต่ทำไมถึงต้องเป็นiPad ก็อาจจะต้องเข้าไปเจาะลึก ให้ได้ว่ามีธุรกิจใดบ้างที่มีการใช้งานแท๊บเล็ตคอมพิวเตอร์ในอัตราที่สูง และทำการวิจัยออกมาว่ามีฟังก์ชันใดบ้างที่ลูกค้ากลุ่มนั้นๆต้องการเป็นพิเศษ ต้องการรูปแบบผลิตตภัณฑ์แบบใด เพื่อปรับโมเดลทางธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

มองหาจุดด้อยของ iPad เพื่อมาปรับปรุงให้ผลิตภัณฑ์ของตนเหนือกว่า
จุดด้อยของ iPad ข้อหนึ่งคือ iPad อาจจะยังไม่น่าสนใจเพียงพอสำหรับเกมเมอร์ เพราะ กระบวนการพัฒนาของ Apple ในด้านเกมที่ค่อนข้างที่จะเชื่องช้า คือพัฒนาจากเกมทั่วไปในลักษณะเดียวกับเกมของ iPhone / iPod Touchแล้วจึงค่อยพัฒนาขึ้นมาเป็นเกมในคุณภาพที่เทียบเท่ากับ PSP ดังนั้นถ้าธุรกิจคอมพิวเตอร์ของญี่ปุ่นทำการพัฒนาในด้านเกมให้มากขึ้นก็จะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม iPad ยังไม่สามารถเติมเต็มประสบการณ์ในการท่องเวบให้กับผู้ใช้งานได้เพราะiPad ไม่รองรับ Adobe Flash ซึ่งเหล่านักพัฒนาเวบไซต์ใช้ในการเสริมแต่งลูกเล่นให้เวบตัวเองดูสวยงาม และเป็นลูกเล่นหลักที่เวบไซต์ชื่อดังอย่าง Youtube ใช้ รวมถึงการที่ผู้ใช้งานไม่สามารถเปิดโปรแกรมหลายๆ ตัวพร้อมกันได้นั้นก็ดูจะเป็นข้อจำกัดทางเทคนิคเช่นกัน และที่มากไปกว่านั้น iPad มีหน้าจอสีแบบ LED backlit ที่ใช้เทคโนโลยี IPS ซึ่งให้ภาพและสีสันที่คมชัด ซึ่งในขณะเดียวกันอาจก่อให้เกิดความเมื่อยหล้าหากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ซึ่งก็อาจจะถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อด้อยของ iPad ในด้านการให้บริการในด้านหนังสือออนไลน์ และอีกหนึ่งข้อเสนอแนะเพิ่มเติมนั่นคือ คนญี่ปุ่นมีความเป็นชาตินิยมสูง จึงทำให้คนญี่ปุ่นนิยมในการบริโภคสื่อ หรือหนังสือที่เป็นภาญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนนี้ธุรกิจคอมพิวเตอร์ในญี่ปุ่นน่าจะมีความได้เปรียบมากกว่าในการค้นหาพันธมิตรร้านขายหนังสือภาษาญี่ปุ่น
ในอดีตนั้นคนญี่ปุ่นสามารถคิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นได้ แม้บางอย่างญี่ปุ่นอาจไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิด แต่ญี่ปุ่นกลับคิดทำได้เหนือชั้นกว่าชาติที่เป็นต้นกำเนิดได้ และขายตีตลาดโลกได้ โดยส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่าธุรกิจคอมพิวเตอร์ในญี่ปุ่นสามารถครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดให้มากขึ้นได้อย่างแน่นอน

_เนื้อหาข่าว_
ไอแพดฟีเวอร์ สัญญาณร้ายธุรกิจไฮเทคญี่ปุ่นสำหรับผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ด้านคอมพิวเตอร์ของญี่ปุ่นแล้ว กระแสความคลั่งไคล้ในไอแพดของผู้ประกอบการแอปเปิล คงไม่สร้างความเจ็บปวดให้มากนัก หากไม่ใช่เพราะว่าไอแพดฟีเวอร์ที่ว่านี้เกิดขึ้นในตลาดญี่ปุ่นเองเพราะปรากฏการณ์เช่นนี้ออกจะหยามแบรนด์ดังด้านคอมพิวเตอร์ของญี่ปุ่นมากไปหน่อย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นโซนี่ โตชิบา ฟูจิตสึ หรือเอ็นอีซีก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซนี่ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าตลาดของนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์มาก่อน หากมีการนับรวมคอมพิวเตอร์แบบแท็บเลตเข้าไปเป็นคอมพิวเตอร์ด้วย ความสำเร็จในการสร้างยอดการจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นของแอปเปิลครั้งนี้ ได้เพิ่มความสามารถในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของแอปเปิลขึ้นไปกว่า 3 เท่าจากส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 3.5% เมื่อเดือนเมษายน เป็นกว่า 11.5%ในเดือนพฤษภาคม
ปรากฏการณ์ไอแพดฟีเวอร์ครั้งนี้ ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของแอปเปิลแซงหน้าส่วนแบ่งทางการตลาดคอมพิวเตอร์ของโซนี่ที่อยู่ที่ 9.3% ลดลงไปเป็นอันดับ 5 ของตลาดญี่ปุ่นไปแล้ว ขณะที่แอปเปิลก้าวขึ้นไปครองตำแหน่งผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ4ของญี่ปุ่นแทน อย่างไรก็ดี นอกจากโซนี่แล้ว ผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์รายอื่นของญี่ปุ่นที่เป็นยักษ์ใหญ่ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งทางการตลาดไว้ได้เป็นส่วนใหญ่
ผู้ประกอบการที่ว่านี้ได้แก่ โตชิบา ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 22.1% ฟูจิตสึที่ครองตลาดไป 17.4% และเอ็นอีซีที่มีส่วนแบ่งตลาด16.05ตามลำดับ แต่กระนั้นก็ตาม แนวโน้มที่ลูกค้าในญี่ปุ่นนิยมชมชอบกับไอแพดของแอปเปิลอย่างมากมาย ทำให้เชื่อว่าในอนาคตคงหนีไม่พ้นที่บรรดาผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นจะต้องสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับแอปเปิลมากขึ้น หากอิทธิพลของไอแพดต่อคนญี่ปุ่นยังคงไม่ลดลงไปจากปัจจุบัน หากจะเปรียบเทียบว่ากระแสความนิยมในไอแพดมากผิดปรกติแค่ไหน ก็อาจจะเทียบกับเมื่อครั้งที่แอปเปิลนำไอโฟนออกวางตลาดเมื่อปี 2008 โดยพบว่าการจำหน่ายไอแพดในรอบ 10 วันแรกของการวางตลาดและการเปิดตัวในญี่ปุ่น สร้างสถิติเร็วกว่าไอโฟน 3G ไม่น้อยกว่า 3 เท่าตัว ทั้งนี้ยังไม่รวมยอดการจำหน่ายไอแพดที่จำหน่ายได้จากร้านค้าปลีกของแอปเปิลเอง ซึ่งหากประเมินจากประสบการณ์ในระยะที่ผ่านมา ยอดการจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกของแอปเปิลก็มีสัดส่วนไม่น้อยทีเดียว
พฤติกรรมความคลั่งไคล้ในไอแพดดูเหมือนว่าจะวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลได้ยากเนื่องจากยังเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นนับจากวันที่เปิดตัวในตลาดญี่ปุ่น หากแต่เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าอารยธรรมไอโฟนที่ได้มีโอกาสแทรกตัวเข้าไปผสมผสานกับอารยธรรมการซื้อสินค้าไฮเทคของคนญี่ปุ่นในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่น เป็นส่วนสำคัญไม่น้อยในการสนับสนุนความสำเร็จของไอแพดในวันนี้ ซึ่งคิดไปแล้ว อาจไม่แตกต่างมากนัก จากสมัยที่โซนี่สามารถนำเอาวอล์กแมนเข้าไปแทรกในอารยธรรมในการฟังเพลงของคนญี่ปุ่นและของคนทั่วโลกมาแล้ว
อารยธรรมและวิถีชีวิตอย่างหนึ่งที่ชัดเจนของชาวญี่ปุ่นในเวลานี้และอนาคตคือ ความนิยมชมชื่นอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่มีขนาดจิ๋ว ขนาดเล็ก โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก และยังมีพฤติกรรมในการใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกันในการรับและส่งข้อมูลทางอีเมลระหว่างกัน
แม้ว่าตัวของไอแพดจะยังคงต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ในการแบ็กอัพ แต่การที่ขนาดของไอแพดออกมาเล็กเหมาะมือ และสะดวกในการพกพามากกว่าเน็ตบุ๊ก และเมื่อบวกกับความง่ายในการใช้งาน จึงเป็นปัจจัยที่สนับสนุนและเสริมความนิยมที่เหมาะเจาะลงตัวพอดีของไอแพด
นอกจากตลาดญี่ปุ่นแล้ว เมื่อประเมินระดับของความสำเร็จทางการตลาดของไอแพดจากค่ายแอปเปิลในตลาดเอเชียโดยรวมแล้ว พบว่าไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าตลาดญี่ปุ่นเลย แม้แต่ในตลาดเกาหลีใต้อีกตลาดหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีสินค้าไฮเทคที่ก้าวหน้าไม่แพ้ประเทศทางตะวันตกก็มีกระแสของความตื่นตัวในไอแพดมากและแพร่หลายอย่างรวดเร็วภายในเวลาสั้นๆเช่นกัน อาจกล่าวได้ว่า ไอแพดเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางการตลาดอย่างรวดเร็วที่สุดอย่างหนึ่งเท่าที่เคยมี

นักวิเคราะห์ชี้ว่ากระแสของไอแพดฟีเวอร์ที่รวดเร็ว และแพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวางจนเกินกว่าที่เคยปรากฏมานั้น น่าจะยกให้เป็นประโยชน์จากการแพร่ข้อมูลแบบปากต่อปากผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีการโพสต์เรื่องนี้อย่างมากมาย และความแพร่หลายของการส่งข่าวและความเห็นกันในสื่อสังคมออนไลน์นี้ ทำให้ภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น ทั่วโลกรู้จักและสนใจในไอแพดพร้อมๆกัน เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเอง แอปเปิลได้สร้างยอดการจำหน่ายไอแพดไปแล้วกว่า 2 ล้านเครื่อง นับจากเดือนเมษายนที่เริ่มมีการเปิดตัวสินค้าออกไปสู่ตลาด จนทำให้ผู้บริหารงานการตลาดของแอปเปิลต้องตัดสินใจออกมาเลื่อนเวลาในการเปิดตัวไอแพดในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เนื่องจากเกรงว่าหากเปิดตัวไปแล้ว จะไม่สามารถทำการผลิตไอแพดได้ทันกับปริมาณความต้องการของลูกค้าทั่วโลก กระแสการตอบรับไอแพดที่กระหึ่มในภูมิภาคเอเชียนั้น ไม่ได้มีผลต่อรายรับและความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นของแอปเปิลเพียงรายเดียวเท่านั้น หากแต่ได้เปิดช่องและพลิกผันวิถีทางของการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดแนวใหม่ในระบบโมบายให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจการที่รับจัดงานแต่งงานให้กับคู่บ่าวสาวที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะปิดดีลแต่ละรายได้กิจการโรงแรมและแม้แต่กิจการสายการบิน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าผู้ประกอบการในหลายธุรกิจเหล่านี้จะใช้ไอแพดเป็นช่องทางในการเข้าถึงและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ารายตัวของตนได้มากขึ้น อย่างเช่นในญี่ปุ่น กิจการให้บริการจัดงานแต่งงานให้กับคู่บ่าวสาวหลายแห่ง เริ่มใช้ไอแพดช่วยลูกค้าของตนในการเลือกชุดวิวาห์ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าสาว โดยแสดงเป็นภาพของชุดเจ้าสาวหลากหลายแบบที่มีอยู่ในร้านของตน นอกจากแสดงด้วยภาพนิ่งแล้ว ไอแพดยังทำให้เจ้าสาวเห็นคลิปวิดีโอที่เป็นนางแบบในชุดเจ้าสาวแบบต่างๆ เพื่อให้เจ้าสาวจริงตัดสินใจเลือกชุดได้ง่ายขึ้น
ผลของการที่รายได้จากการจำหน่ายไอแพดของแอปเปิลที่อยู่นอกตลาดสหรัฐฯ ได้เพิ่มสัดส่วนเป็น 3 ใน 5 ของมูลค่าการตลาดทั้งหมดของไอแพดและการตอบรับจากตลาดที่เกินกว่าความคาดหมายย่อมส่งผลต่อผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์อื่นๆ นักการตลาดคาดหมายว่าทั้งฮิวเลตต์-แพคการ์ด เดลล์ โนเกีย หรือแม้แต่โซนี่ รวมทั้งผู้ประกอบการอื่นๆ คงจะอดทนไม่ได้อีกต่อไป และคงพากันเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะออกมาแข่งขันกับไอแพดของแอปเปิลภายในปีนี้

ที่มา : http://www.wiseknow.com/content/view/3301/2/
อ้างอิง : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/innovation/20100201/98020/iPad-%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81--.html