IT Report 1 : โตชิบาชูเครื่องถ่ายเอกสารกินไฟ 1 วัตต์

วรัษญา วรุณธารทิพย์ 5220211025 RMBA - 65

IT Report 1 :โตชิบาชูเครื่องถ่ายเอกสารกินไฟ 1 วัตต์

สรุปข่าว

โตชิบาได้แนะนำผลิตภัณท์เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันที่มีคุณสมบัติเด่นที่การประหยัดพลังงาน ออกมาใหม่ถึง 9 รุ่น พร้อมเทคโนโลยีประหยัดไฟจากเดิม 20-25 เท่า ในโหมดพร้อมใช้งาน ซึ่ง นายปริญญา ทองแสง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โตชิบา สิงคโปร์ สำนักงานประเทศไทย ให้ข้อมูลถึงเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ที่เปิดตัวว่า ทางโตชิบาเน้นที่จะเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียว ลดโลกร้อน ทำให้บรรจุนวัตกรรมในการประหยัดพลังงานในโหมดพร้อมใช้งาน "Super Sleep Mode" ที่ใช้ไฟฟ้าเพียง 1 วัตต์ ซึ่งถ้าเทียบกับเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันทั่วไปในตลาด จะมีอัตราการกินไฟในโหมดพร้อมใช้งานราว 20-25% การที่ทางโตชิบาสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงเหลือเพียง 1 วัตต์ ถือเป็นการประหยัดไฟฟ้า 20-25 เท่า หรือกินไฟเท่ากับเปิดโทรทัศน์แอลซีดีทิ้งไว้ในโหมดสแตนบาย

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ที่ปราศจากสารฮาโลเจน ระบบการใช้งานโทนเนอร์ 100% รวมไปถึงฟังก์ชัน Original Outside Erase ช่วยให้สามารถถ่ายเอกสารได้โดยไม่ต้องปิดฝา โดยการลบพื้นที่สีดำรอบๆจากงานถ่ายและสแกนเอกสาร ทำให้ลดการสิ้นเปลืองโทนเนอร์ โดยเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชัน Toshiba e-Studio ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด 9 รุ่น ประกอบไปด้วย e-Studio 181/211 และ 182/212/242 สำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี e-Studio 255/305 สำหรับองค์กรขนาดกลาง และ e-Studio 355/455 สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายองค์กร พร้อมความสามารถในการถ่ายเอกสาร พรินต์ สแกน แฟกซ์ ส่งเอกสารผ่านอีเมล และบันทึกลงแฟลชไดร์ฟได้ทุกรุ่น ในส่วนของเครื่องสี Toshiba e-Studio 5520c, 5530c และ 6530c ที่สามารถถ่ายเอกสารสีและขาวดำได้ 55 และ 65 หน้าต่อนาทีตามเลขรุ่น สามารถสั่งพิมพ์งานผ่านยูเอสบี และพิมพ์กระดาษแบนเนอร์ความยาว 1.2 เมตร ความละเอียด 1200dpi ระบบจัดการสีด้วย ICC Profile และระบบ Toner on the fly ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตลับหมึกได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดการทำงานของเครื่อง

ซึ่งทางบริษัทได้ตั้งเป้าไว้ว่าเพื่อเป็นการผลักดันยอดขายครึ่งปีหลังให้โต 5-10% หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาโตกว่า 11% เกินเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย จากตลาดรวมเครื่องถ่ายเอกสาร 1 หมื่นล้านบาท โดยนายอุกฤษณ์ เตชะไชยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เอฟเอ็มเอ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โตชิบา ดิจิตอลมัลติฟังก์ชัน "e-Studio" รายเดียวในประเทศไทยระบุว่า กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันเป็นตลาดองค์กรเป็นหลัก จึงไม่ได้รับผลกระทบในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมามากนัก ทำให้ยอดขายโตอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากธุรกิจส่งออก รวมไปถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อบางอุตสาหกรรมเท่านั้น โดยปัจจุบันเรามีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10-12% ซึ่งยังมีการขยับตัวตลอด ขณะที่แนวโน้มการเติบโตตลาดเครื่องถ่ายเอกสารปีนี้อยู่ประมาณ 5-10% ในประเทศไทยนั้นมีมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มเครื่องถ่ายเอกสารประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จัดเป็นลูกค้าองค์กรขนาดเล็กถึงกลางประมาณ 40% กลางถึงใหญ่ประมาณ 40% ที่เหลือ 20% เป็นลูกค้าในกลุ่มราชการ โรงเรียน ซึ่งขณะนี้โตชิบาติด 1 ใน 5 ผู้นำเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันในประเทศไทย ส่วนในต่างประเทศ โตชิบามียอดขายเป็นอันดับ 1 ในทวีปเอเชีย ติดต่อกันถึง 3 ปี และยังครองตลาดในประเทศจีนมา 10 ปี ขณะที่ในอินเดียก็ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดติดต่อกัน 4 ปีแล้ว จึงมีการตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทยให้ได้ในอนาคต

วิเคราะห์ข่าว

โลกธุรกิจยุคปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันเพื่อเป็นอันดับหนึ่งในตลาดก็เปลี่ยนจากกระแสของการลดต้นทุน มาเป็นกระแสด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการพูดถึงและนำมาใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆในทุกวงการผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็รวมไปถึง ผลิตภัณฑ์เครื่องถ่ายเอกสาร หากผู้ผลิตรายใดสามารถผลิตสินค้าเพื่อมาตอบสนองต่อลูกค้าซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมออกมาจำหน่ายก่อน ก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ ซึ่งจากข่าวนี้บริษัทเอฟเอ็มเอ กรุ๊ป โตชิบ้าได้แนะนำผลิตภัณท์เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันที่มีคุณสมบัติเด่นที่การประหยัดพลังงาน ซึ่งจากเนื้อความสามารถช่วยประหยัดพลังงานเมื่ออยู่ในโหมดพร้อมใช้ได้มากถึง 20-25 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันอื่นๆ(ใช้ไฟเพียง 1 วัตต์เมื่ออยู่ในโหมดพร้อมใช้ หรือกินไฟเท่ากับการเปิดโทรทัศน์แอลซีดีทิ้งไว้ในโหมดสแตนบาย) นอกจากนั้นจากความแรงของกระแส เทคโนโลยีสีเขียว ทำให้โตชิบาเอาใจใส่ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ ให้ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุรีไซเคิลที่ปราศจากสารฮาโลเจนซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (สารฮาโลเจนมักถูกนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการผลิต แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่ผลิตภัณฑ์นั้นถูกทำลายด้วยการเผาไหม้ สารฮาโลเจนจะปล่อยสารพิษที่ชื่อ dioxins เข้าสู่ชั้นบรรยากาศอันก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมได้) นอกจากนั้นยังมีระบบการใช้งานโทนเนอร์ 100% ผ่านฟังก์ชัน Original Outside Erase ช่วยให้สามารถถ่ายเอกสารได้โดยไม่ต้องปิดฝา โดยการลบพื้นที่สีดำรอบๆจากงานถ่ายและสแกนเอกสาร ทำให้ลดการสิ้นเปลืองโทนเนอร์ จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถประหยัดในส่วนนี้ได้อีกด้วย ด้วยการดีไซน์เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้อย่างเหมาะสมทำให้มีหลายรุ่นหลายขนาดที่ลูกค้าสามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของตน โดยรวมแล้วถือว่าเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานกลุ่มลูกค้าได้ดี

การที่บริษัทมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งและสามารถพัฒนาสินค้าใหม่ออกมาสู่ตลาดได้ โดยสามารถตามทันกระแสเทคโลโลยีสีเขียวในโลกยุคปัจจุบันได้ถือว่าเป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่มีเหนือคู่แข่งได้ แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าอีกไม่นานทุกยี่ห้อคงจะต้องหันมาให้ความสำคัญในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือบริษัทจะต้องพัฒนาต่อไปไม่หยุดยั้ง แม้ว่าในขณะนี้จะเป็นเจ้าตลาดได้ในหลายประเทศ และตั้งเป้าหมายว่าจะขึ้นเป็นเจ้าตลาดในไทย แต่ก็คงต้องคิดหากลยุทธ์ใหม่ๆออกมาใช้เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ออกไปให้กว้างยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นองค์กรเป็นหลักและรูปแบบการทำการค้าเปลี่ยนจากการขายกลายเป็นการให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารมากขึ้น ซึ่งยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก เพราะการให้เช่ามีความสะดวกต่อลูกค้ามากกว่า

เนื้อหาข่าวต้นฉบับ

ข่าวเมื่อวันที่ : 6 กรกฎาคม 2553
เก็บข่าววันที่ : 6 กรกฎาคม 2553
โดย : ASTV ผู้จัดการออนไลน์
ที่มา : http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000092959

เรื่อง : โตชิบาชูเครื่องถ่ายเอกสารกินไฟ 1 วัตต์

เอฟเอ็มเอ กรุ๊ป เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันภายใต้แบรนด์โตชิบา 9 รุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยีประหยัดไฟจากเดิม 20-25 เท่า ในโหมดพร้อมใช้งาน หวังผลักดันยอดขายครึ่งปีหลังโต 5-10% หลังครึ่งปีที่ผ่านมาโตกว่า 11% เกินเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย จากตลาดรวมเครื่องถ่ายเอกสาร 1 หมื่นล้านบาท

นายอุกฤษณ์ เตชะไชยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เอฟเอ็มเอ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โตชิบาดิจิตอลมัลติฟังก์ชัน "e-Studio" รายเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า การทำตลาดเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันในปัจจุบันจะเน้นไปที่ตลาดองค์กรเป็นหลัก ทำให้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงต้นปีที่ผ่านจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

"ดีมานต์ของกลุ่มลูกค้าองค์กรไม่ค่อยได้รับผลกระทบทางการเมือง เนื่องจากธุรกิจส่งออก รวมไปถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อบางอุตสาหกรรมเท่านั้น โดยปัจจุบันเรามีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10-12% ซึ่งยังมีการขยับตัวตลอด ขณะที่แนวโน้มการเติบโตตลาดเครื่องถ่ายเอกสารปีนี้อยู่ประมาณ 5-10%"

ปัจจุบันตลาดรวมเครื่องถ่ายเอกสารในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยรวมทั้งเครื่องเก่าและใหม่ในตลาด แบ่งเป็นลูกค้าองค์กรขนาดเล็กถึงกลางประมาณ 40% กลางถึงใหญ่ประมาณ 40% ที่เหลือ 20% เป็นลูกค้าในกลุ่มราชการ โรงเรียน ซึ่งขณะนี้โตชิบาติด 1 ใน 5 ผู้นำเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันในประเทศไทย

ในต่างประเทศ โตชิบามียอดขายเป็นอันดับ 1 ในทวีปเอเชีย ติดต่อกันถึง 3 ปี และยังครองตลาดในประเทศจีนมา 10 ปี ขณะที่ในอินเดียก็ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดติดต่อกัน 4 ปีแล้ว จึงมีการตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทยให้ได้ในอนาคต

นายปริญญา ทองแสง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โตชิบา สิงคโปร์ สำนักงานประเทศไทย ให้ข้อมูลถึงเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ที่เปิดตัวว่า ทางโตชิบาเน้นที่จะเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียว ลดโลกร้อน ทำให้บรรจุนวัตกรรมในการประหยัดพลังงานในโหมดพร้อมใช้งาน "Super Sleep Mode" ที่ใช้ไฟฟ้าเพียง 1 วัตต์

"ถ้าเทียบกับเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันทั่วไปในตลาด จะมีอัตราการกินไฟในโหมดพร้อมใช้งานราว 20-25% การที่ทางโตชิบาสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงเหลือเพียง 1 วัตต์ ถือเป็นการประหยัดไฟฟ้า 20-25 เท่า หรือกินไฟเท่ากับเปิดโทรทัศน์แอลซีดีทิ้งไว้ในโหมดสแตนบาย"

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ที่ปราศจากสารฮาโลเจน ระบบการใช้งานโทนเนอร์ 100% รวมไปถึงฟังก์ชัน Original Outside Erase ช่วยให้สามารถถ่ายเอกสารได้โดยไม่ต้องปิดฝา โดยการลบพื้นที่สีดำรอบๆจากงานถ่ายและสแกนเอกสาร ทำให้ลดการสิ้นเปลืองโทนเนอร์

โดยเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชัน Toshiba e-Studio ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด 9 รุ่น ประกอบไปด้วย e-Studio 181/211 และ 182/212/242 สำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี e-Studio 255/305 สำหรับองค์กรขนาดกลาง และ e-Studio 355/455 สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายองค์กร พร้อมความสามารถในการถ่ายเอกสาร พรินต์ สแกน แฟกซ์ ส่งเอกสารผ่านอีเมล และบันทึกลงแฟลชไดร์ฟได้ทุกรุ่น

ในส่วนของเครื่องสี Toshiba e-Studio 5520c, 5530c และ 6530c ที่สามารถถ่ายเอกสารสีและขาวดำได้ 55 และ 65 หน้าต่อนาทีตามเลขรุ่น สามารถสั่งพิมพ์งานผ่านยูเอสบี และพิมพ์กระดาษแบนเนอร์ความยาว 1.2 เมตร ความละเอียด 1200dpi ระบบจัดการสีด้วย ICC Profile และระบบ Toner on the fly ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตลับหมึกได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดการทำงานของเครื่อง