เทคโนโลยียุคที่5 โมบายแอพโอกาสที่มาพร้อมวิกฤต

**

ส่วนสรุปข่าว

**

จากคำกล่าวที่ว่า ตอนนี้เทคโนโลยีเสมือนได้เข้าสู่ยุคที่ 5 แล้ว จะเป็นยุคที่เทคโนโลยีต่างๆจะสามารถใช้งานติดต่อเข้าด้วยกันได้หมดในทุกอุปกรณ์ จึงเป็นเหตุให้ แอพพลิเคชั่นในมือถือต่างๆ มีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น เพราะมือถือ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เข้าถึงเครือข่ายไร้สายได้ง่ายและพกพาสะดวกที่สุด จึงทำให้อาจเป็นโอกาสในการทำกำไรผ่านทางแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้

โดยมีนายวิโรจน์ อัศวรังสี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป ผู้จัดการงานคอมเวิลด์ 2010 ได้บอกไว้ว่า จากการที่มีนิตรสารฟอร์บ สื่อสิ่งพิมพ์ด้านธุรกิจชั้นนำของโลก ได้มีการคาดการไว้ว่าในขณะสังคมของโลกในด้านไอที กำลังเข้าสู่ ยุคที่เรียกว่า ยุคลูกคลื่นที่ 5 ซึ่งยุคนี้จะประกอบไปด้วยเทคโนโลยีในด้าน การใช้แอพพลิเคชั่นผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือการใช้อินเตอร์เนต ,คอนเทนต์ แอพลิเคชั่น รวมถึงสิ่งพิมพ์ หนังสือต่างๆ และเครือข่ายไร้สายที่จะมีการพัฒนามากกว่า 3G และทุกๆสิ่งในยุคนี้จะมีการเสมือนหลวมรวมเทคโนโลยีต่างๆเข้าด้วย จนอาจจะจะเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา และที่สำคัญคือในยุคนี้ไอทีกลายเป็นส่วนคัญในชีวิตของทุกๆคนไปแล้ว

เมื่อกล่าวถึงยุคก่อนหน้าคือยุคคลื่นลูกที่ 4 จะหมายถึงยุคที่เทคโนโลยีจะมีการใช้งานด้านเสิร์ชเอนจิน รวมถึงการใช้งานในส่วนของโซเชียลมีเดีย จะเห็นได้ว่าเป็นคลื่นลูกที่ใหญ่มากแต่ในความสำเร็จกลับมีผลดีต่อแค่บริษัทใหญ่ๆเท่านั้น แต่เมื่อมาถึงในยุคนี้จะมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นสำหรับบริษัทซอร์ฟแวร์เล็กๆ ในการที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ โดยที่จุดเริ่มต้นของยุคได้เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับ ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จะเข้าสู่ตลาดโลกด้านไอที จุดเริ่มที่สำคัญคือการเข้ามาของไอแพต ของบริษัท Apple ที่เข้ามาในช่วงเดือนเม.ย. ในปี 2010 นี้ ซึ่งสามารถก้าวข้าวข้อจำกัดของการใช้งานในด้านไอที โดยที่ผู้ใช้ไม่ว่าจะอายุมากน้อย อย่างเด็กอายุ 1-2 ปี รวมถึงผู้สูงอายุที่อายุมากแล้วก็สามารถเข้าใจและใช้งานได้ง่าย เนื่องมากจากการที่ไอแพต เป็นอุปกรณ์ที่เข้าถึงผู้ใช้ได้ง่ายกว่าการใช้โน้ตบุค

จึงทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รายอื่นๆ ได้มองเห็นช่องทางในการตลาดด้านนี้ จึงนำธุรกิจเข้าสู่ตลาดในด้านนี้อย่างทันทีทันใด ซึ่งเสมือกับครั้งก่อนในยุคของเน็ตบุคที่บริษัท อัสซุสเทค ได้เข้าสู่ตลาดเน็ตบุคด้วย ตัวสินค้า อีอีอีพีซี แต่เหตุการณ์ในยุคนี้มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่กว่าครั้งก่อนแน่นอน อย่างทาง แบล็คเบอรรี่ที่จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ บีบีแพต ในช่วงเดือน ก.ย. ในปี 2010 นี้ นอกจากนี้ยังมีทางบริษัท ซิสโก้จะออกวางผลิตภัณฑ์เซียส(Cius) ในช่วงไตรมาสที่4 และยังมีทางบริษัทไมโครซอฟท์จะทำการออกผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ สเลทออกมาในตลาดเหมอืนกัน ส่วนในทางงประเทศจีนก็มีสินค้าที่ชื่อว่าไอเพต(iPed)ออกมาแข่งขันในตลาดด้วย ทำให้คาดการว่าในอนาคตคงมีผู้ผลิตเข้ามาแข่งขันเพิ่มรายเป็นแน่

มีคำกล่าวของนายวิโรจน์ว่า “ในสหรัฐอเมริกาไอแพดมียอดขาย 3 ล้านเครื่องใน 3 เดือน ปัจจุบันสินค้าไม่พอจำหน่าย ส่วนไทยยังไม่ได้เริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการ แต่มียอดขายแล้วประมาณ 4 หมื่นเครื่อง นี่คือจุดเริ่มต้นของเครื่อง แพด ที่จะมีผู้ผลิตรายอื่นตามออกมาอีกมาก”

แต่นอกเหนือจากไอแพตนั้น สิ่งที่ทำให้ตลาดขับเคลื่อนไปได้ด้วยกันคือเทคโนโลยี 3G ซึ่งถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการทำให้ธุรกิจพัฒนาไปยังยุคคลื่นลูกที่ 5 และสิ่งที่เป็นสัญญาณสำคัญคือการที่ธุรกิจสื่อสารก็มีการเข้าสู่ในตลาดนี้เช่นกัน อย่างผู้ให้บริการ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่

ในธุรกิจการแข่ง จะเกิดการแข่งขันของระบบปฏิบัติการ เช่น วินโดวส์โฟน, ไอโอเอส4 และแอนดรอยด์ จึงกลายเหตุสำคัญที่ทำให้ บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดเล็กมีโอกาสทำตลาดได้มากขึ้น จากในยุคก่อนๆที่มีแต่ทางไมโครซอฟท์ที่ผูกขาดทางตลาดเพียงเจ้าเดียว ส่วนในวงการโฆษณา จะมีการเกิด แอด3.0 คือการทำให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นในตัวกับสินค้าก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ อย่างการการลงทะเบียนทดลองสินค้าฟรี ไนกี้, รถยนต์โฟล์ค หรือโออิชิ ใช้เกมออนไลน์ทำตลาดกับวัยรุ่น
หลังจากที่3G เข้ามาในตลาดแล้ว สิ่งที่ตามาคือ เทคโนโลยีอินเตอร์เนต อัลต้าไฮสปีด วีดีเอสแอลเวอร์ชัน 2 ที่มีความเร็ว 50–100 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งปัจจุบันอินเทอร์เน็ตสายทองแดงยังเป็น เอดีเอสแอล ซึ่งมีความเร็วระหว่าง 2–5 เมกะบิตต่อวินาทีเท่านั้น ถ้า 3จี มา ความเร็วจะได้ 13 เมกะบิตต่อวินาที รวมถึงเมื่อการที่ทางด้านอุปกรณ์ไอที และเครือข่ายมีพร้อมแล้ว ทำให้มีการนำระบบปฏิบัติการเข้ามาคือระบบ คลาวด์คอมพิวติง ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการบริหารข้อมูลและช่วยในการบริการมากขึ้น

จึงเป็นเหตุให้ เมื่อมาสู่เทคโนโลยีไอทีคลื่นลูกที่ 5 แล้วต้องคอยดูทางเทคโนโลยีที่มาทางนอกกระแส พวกอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีการรองรับเทคโนโลยี3G และใช้ ใช้ซีพียูต่ำกว่าระดับ คอร์ไอ ในไม่ช้าผลิตภัณฑ์พวกนี้ จะค่อยๆหายไปจากตลาด จึงต้องมีความรอบ ในการศึกษา ว่าเราจะพร้อมกับเทคโนโลยีหรือไม่


+++วิเคราะห์ข่าว

ยุดนี้เทคโนโลยีทางด้านธุรกิจกำลังเข้าสู่ช่วงยุคที่5 คือยุคที่เทคโนโลยีทางด้านอุสาหกรรมไอทีหลายๆด้านมีการรวมตัวข้าด้วยกัน ทั้งจากทางเครือข่าย ไร้สาย และการบริการทางด้านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ
จะเห็นได้ว่าเมื่อเกิดการหลวมรวมกันขึ้นมา มันทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไอแพต ของทางบริษัทแอปเปิ้ล ทั้งๆที่เห็นในตอนแรกมันมองได้แค่เพียงเป็นเครื่องอ่านหนังสือ E-reader ธรรมดา แต่ท่วามันไม่ใช่อย่างนั้น ทางบริษัทแอปเปิ้ลกลับมองไปว่า มันต้องทำได้มากกว่าเครื่องอ่านหนังสืออิเลคโทรนิคธรรมดาๆ จึงเป็นสาเหตุทำให้ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นส่วนสำคัญในการ พาเทคโนโลยีเข้าสู่ยุคใหม่ ที่แค่เครื่องๆนึงทำงานได้เพียงอย่างเดียว มันไม่เพียงพอแล้ว ต้องมีการรวมเทคโนโลยีในหลายๆด้านเข้าด้วยกัน และที่สำคัญคือการออกแบบดีไซน์ รูปลักษณ์ภายนอกต้องทันสมัย จึงจะสามารถครองใจผู้บริโภคเพื่อที่จะครอบครองตลาดได้

และที่สำคัญอีกอย่างคือ ยุคนี้โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกๆคนเป็นอย่างมาก จึงทำให้เกิดการทำธุรกิจบนโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า โมบายแอพพลิเคชั่น จนกลายเป็นช่องทางหลักในการทำธุรกิจไปแล้วที่นอกเหนือจากการทำผ่านทางอินเตอเน็ต ซึ่งจริงๆแล้วจากเดิมในยุคเทคโนโลยีที่ 4 จะเป็นยุคที่เสิร์ชเอนจินเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะค้นหาข้อมูลจนทุกคนมันไม่ได้ และอีกอย่างคือโซเชียลมีเดีย ที่เห็นได้หลักๆคือเฟชบุค มันกลายเป็นสิ่งที่แทบทุกคนๆ ต้องหันมาใช้มัน อาจเป็นเพราะเนื่องจาก มนุษย์เป็นสัตว์สังคม และยิ่งระบบนี้มันทำให้ตัวเราเหมือนเปิดโลกกว้างเข้าสู่สังคมได้ง่ายขึ้นจึงเหมอืนเป็นการกระตุ้นให้คนเข้ามาใช้งาน จึงทำให้มันกลายเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารหรือช่องทางธุรกิจที่สำคัญ ไปโดยที่เราเองยังไม่รู้ตัวเลยทีเดียว แต่ว่าหลังจากยุคนี้เมื่อเข้าสู่ยุคโมบายแอพพลิเคชั่นนั้น อาจเปนเพราะจากทางไอแพต รวมไปถึงเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่กำลังพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ โมบายแอพพลิเคชั่นจึงกลายเป็นช่องทางในการทำธุรกิจสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่สำคัญได้ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องอาศํยการโฆษณาทุ่มทุนเท่าไรนัก แค่เพียงพัฒนาโปรแกรมที่ใช้งานแล้วทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์ หรือแม้แต่จากพวก แทบเล็ต เองชอบแอพพลิเคชั่นนี้ได้เพียงสักคนนึง มันกก็จะกลายเป็นการเชิญชวนแบบปากต่อปากได้โดยง่าย และยิ่งมีพื้นฐานมาจาก โซเชียลมีเดียในยุคก่อน การกระจายข้อมูลให้ทั่วถึงกันในโลกอินเตอร์เน็ตยิ่งทำได้รวดเร็วกว่าสมัยก่อนเยอะ จึงทำให้การรับรู้ข้อมูลของผู้บริโภคมีหลายช่องทางมากขึ้น จึงเป็นช่องทางที่ทำให้บริษัทรายเล็กๆสามารถหาช่องทางสุ้กับบริษัทรายใหญ่ๆได้

ยุคที่5 นี้ แม้ว่าเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายได้ก้าวข้ามขีดจำกัดในยุคก่อนๆไปมาก ความสามรถด้านอุปกรณที่จะรองรับก็มีส่วนสำคัญ จึงทำให้ผู้บริโภคต้องปรับตัวหาข้อมูลเพื่อที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่มารองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย และมันอาจทำให้ อุปกรณ์ที่ไม่สามารถรอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆเหล่านี้ได้นั้น อาจถูกลืมและเลือนหายไปจากตลาดได้โดยง่ายเลยทีเดียว

การวิเคราะห์ SWOT Analysis ของยุค โมบายแอพ(พลิเคชั่น)

S. Strength จุดเด่น
1. การดาวน์โหลดมาใช้งานทำได้ง่าย เพียงแค่คลิ้ก
2. ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาลดน้อยลงมาก
3. บริษัทขนาดเล็กก็สามารถทำได้ไม่ยาก

W. Weakness จุดอ่อน
1. ด้านราคาของแอพพลิเคชั่น ถ้าสูงเกินไปผู้บริโภคอาจมองข้ามได้โดยง่าย
2. ถ้ามีข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องของโปรแกรมทำให้ ความเชื่อถือในตัวบริษัทลดลงได้ง่าย
3. มีค่าใช้จ่ายในส่วน R&D เพิ่มมากขึ้นต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

O. Opportunity โอกาส
1. จำนวนประเภทของแอพพลิเคชั่นยังคงไม่หลากหลาย ยังมีหลยช่องทางให้การเข้ามาทำธุรกิจ
2. ตลาดของแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ยังโตได้อีกรวมไปถึงพวกแท็บเลตอีกด้วย
3. เข้าถึงตัวผู้บริโภคได้ทั่วโลก มีการนำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่

T. Threat อุปสรรค์
1. บริษัทยักษ์ใหญ่มักมีการทำโปรโมต ที่มากกว่า รวมถึงกดดันในด้านราคาได้
2. ผู้บริโภคยังมีข้อมูลในตัวของแอพพลิเคชั่นน้อย มีไม่ทั่วถึงกันทุกๆคน
3. ถ้ามีข้อผิดพลาด การจะแก้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ใช้เวลานาน เนื่องจากมีตัวทดแทนเยอะ

บทความต้นฉบับ
ที่มา http://www.posttoday.com/ดิจิตอลไลฟ์/ไอที/45932/เทคโนโลยียุคที่5-โมบายแอพโอกาสที่มาพร้อมวิกฤต
เทคโนโลยียุคที่5 โมบายแอพโอกาสที่มาพร้อมวิกฤต

คลื่นลูกที่ 5 ซึ่งจะหลอมรวมไอทีทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้เครือข่ายไร้สายที่มากกว่า 3จี จะเป็นโอกาสหรือวิกฤตให้ผู้ประกอบการสินค้าหรือบริการต่างๆ อย่างไร
โดย….ทีมข่าวธุรกิจตลาด
คลื่นลูกที่ 5 ซึ่งจะหลอมรวมไอทีทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้เครือข่ายไร้สายที่มากกว่า 3จี จะเป็นโอกาสหรือวิกฤตให้ผู้ประกอบการสินค้าหรือบริการต่างๆ อย่างไร
นายวิโรจน์ อัศวรังสี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป ผู้จัดการงานคอมเวิลด์ 2010 บอกว่า จากคาดการณ์ของฟอร์บส์ สื่อด้านธุรกิจในต่างประเทศเชื่อว่าโลกของเทคโนโลยีไอทีและสังคมกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่ 5 หรือที่เรียกว่า โมบาย แอพนั่นคือ โมบาย อินเทอร์เน็ต, คอนเทนต์ แอพพลิเคชัน และเครือข่ายไร้สายที่มากกว่า 3จีจะหลอมรวมจนกลายเป็นสิ่งเดียวกัน และกระตุ้นให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นในโลกไอทีที่ทุกคนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งไปแล้ว
เดิมยุคคลื่นลูกที่ 4 เป็นโลกของเสิร์ชเอนจินและโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างความสำเร็จให้กับบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ต่อไปจะเป็นโอกาสให้บริษัทซอฟต์แวร์เล็กๆ ก็สามารถกลับมาผงาดได้เช่นเดียวกัน และจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้าสู่กระแสหลัก เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวไอแพดของแอปเปิลเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยไอแพดถือว่ามีส่วนทลายกำแพงผู้ใช้ไอที เพราะจากการสำรวจพบว่า เด็กอายุ 1-2 ปี ก็สามารถเล่นไอแพดได้แล้วเช่นเดียวกับผู้สูงอายุเฉียด 100 ปีก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน เพราะไอแพดไม่ใช่โน้ตบุ๊ก แต่เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงคนใช้ได้ง่ายกว่า
นี่คือจุดเริ่มต้นให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่นๆ กระโดดเข้าสู่ตลาดนี้ทันที เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่ง อัสซุสเทค เคยเปิดตัวเน็ตบุ๊ก อีอีอีพีซีมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นอะไรที่ใหญ่กว่านั้นแบล็คเบอร์รี่เตรียมเปิดตัว บีบีแพด ประมาณเดือน ก.ย.นี้ ซิสโก้เตรียมเปิด เซียส (Cius) ในไตรมาส 4 หรือไมโครซอฟท์ที่เตรียมทำตลาด สเลท เช่นเดียวกัน แม้แต่จีนก็ออกสินค้าที่ ชื่อว่า ไอเพด (iPed) มาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เชื่อว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็กำลังเร่งหาพันธมิตรเพื่อออกสินค้ามาแน่นอน
“ในสหรัฐอเมริกาไอแพดมียอดขาย 3 ล้านเครื่องใน 3 เดือน ปัจจุบันสินค้าไม่พอจำหน่าย ส่วนไทยยังไม่ได้เริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการ แต่มียอดขายแล้วประมาณ 4 หมื่นเครื่อง นี่คือจุดเริ่มต้นของเครื่อง แพด ที่จะมีผู้ผลิตรายอื่นตามออกมาอีกมาก” นายวิโรจน์ กล่าว
สิ่งที่ดันตลาดไอทีพร้อมๆ กับแพด คือ 3จี ที่ฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับหลายๆ คน แต่ 3จี ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้โลกไอทีก้าวเข้าสู่คลื่นลูกที่ 5 สิ่งที่เป็นสัญญาณสำคัญคือ ธุรกิจสื่อก็สนใจเข้าสู่ตลาดผู้ให้บริการเช่นกัน เช่น จีเอ็มเอ็มแกรมมี่
ในภาคการแข่งขันทางธุรกิจ จะเกิดการแข่งขันของระบบปฏิบัติการ เช่น วินโดวส์โฟน, ไอโอเอส4 และแอนดรอยด์ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดเล็กมีโอกาสทำตลาดได้มากขึ้น จากเดิมที่ตลาดถูกผูกขาดโดยไมโครซอฟท์วินโดวส์เพียงรายเดียว และวงการโฆษณาจะเกิด แอด 3.0 นั่นคือ มีการเสนอประสบการณ์ให้ผู้บริโภค เช่น การลงทะเบียนทดลองสินค้าฟรี ไนกี้, รถยนต์โฟล์ค หรือโออิชิ ใช้เกมออนไลน์ทำตลาดกับวัยรุ่น
สิ่งที่จะตามมากับ 3จี คือ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต อัลตราไฮสปีด วีดีเอสแอลเวอร์ชัน 2 ที่มีความเร็ว 50–100 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งปัจจุบันอินเทอร์เน็ตสายทองแดงยังเป็น เอดีเอสแอล ซึ่งมีความเร็วระหว่าง 2–5 เมกะบิตต่อวินาทีเท่านั้น ถ้า 3จี มา ความเร็วจะได้ 13 เมกะบิตต่อวินาที
ทั้งนี้ เมื่ออุปกรณ์พร้อม เครือข่ายพร้อมแล้ว สิ่งที่จะตามมาคือ ระบบคลาวด์คอมพิวติง ทำให้ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลต้องยกระดับตัวเองมากขึ้น
ดังนั้นผู้บริโภคยุคไอทีคลื่นลูกที่ 5 ต้องจับตาเทคโนโลยีที่กำลังจะออกนอกกระแส เช่น อินเทอร์เน็ตเอดีเอสแอล หรือจีพีอาร์เอส ที่ความเร็วไม่เพียงพอ อุปกรณ์ไอทีที่ไม่รองรับ 3จี และใช้ซีพียูต่ำกว่าระดับ คอร์ไอ แฟมิลีสิ่งเหล่านี้ไม่ช้าไม่นานจะค่อยๆ หายไปจากตลาด ดังนั้นต้องมีความรอบคอบ และท่องจำไว้ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ก็เข้ามาในชีวิตพวกเราเรียบร้อยแล้ว