วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4237 ประชาชาติธุรกิจ
"กสทฯ"อัดเต็มสูบช่วยผู้ประกอบการ"เอสเอ็มอ"ี ทุ่มโปรโมชั่นสารพัด บริการ "โทร.ตปท.-อินเทอร์เน็ต-ซีดีเอ็มเอ" พร้อมเปิดศูนย์บริการลูกค้ากว่า 100 สาขาทั่วประเทศ เป็นช่องทางกระจายสินค้า ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการได้ไม่ น้อยกว่า 5 พันราย สร้างรายได้กว่า 100 ล้าน
สรุปข่าว
บมจ. กสท โทรคมนาคม ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมด้านการตลาด ประชาสัมพันธ์แก่ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน โดยนำเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงา1น ลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงใช้สำนักงานบริการลูกค้า และ CAT SHOP กว่า 100 สาขา เป็นช่องทางกระจายสินค้าในเบื้องต้น กสทฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษให้สมาชิก สสว.ที่สมัครใช้บริการ ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค. ได้แก่
บริการ CAT2call plus ได้ค่าโทร.อัตราพิเศษ 15 ประเทศปลายทาง
ให้บริการส่วนลดค่าอุปกรณ์เพื่อให้ใช้บริการโทรศัพท์ผ่าน อินเทอร์เน็ต (Voice Over Internet Protocol : VOIP) แบบ Phone to Phone โทรหากันฟรีในเครือข่ายทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง
โปรโมชั่นซื้อโทรศัพท์มือถือ CDMA รุ่น C2900i 1 เครื่อง รับฟรี 1 เครื่อง (จากปกติ 1,490 บาท) รับสิทธิ์แถมซิมพรีเพด ค่าโทร.นาทีละ 50 สตางค์ หรือซิมรายเดือน พร้อมโปร "เหลือเฟือ" เริ่มต้น 199-799 บาทต่อเดือน
โปรโมชั่นซื้อ USB Modem ในราคาพิเศษ 2,541.50 บาท ใช้ฟรี 3 เดือน
บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง "CAT Hinet" มีความเร็วให้เลือกถึง 8 Mbps ลดค่าบริการรายเดือนให้ 10% สำหรับแพ็กเกจมาตรฐาน (ใช้ 1 เครื่อง) และพรีเมี่ยม (ใช้ไม่เกิน 4 เครื่อง) มีส่วนลด 5% หากใช้แพ็กเกจ LitePaq (ไม่เกิน 6 เครื่อง) และ ValuePaq (ใช้ไม่เกิน 8 เครื่อง) โดยมีค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่ 621 บาท
การร่วมมือระหว่าง CAT กับ สสว.ในครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลดีในการพัฒนาและสนับสนุนการให้บริการโทรคมนาคมแก่ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทยให้แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังจะใช้ศูนย์บริการของ กสทฯกว่า 100 สาขาทั่วประเทศเป็นช่องทางการกระจายสินค้าให้ผู้ประกอบการ SMEs ด้วย คาดว่าจะมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 5,000 ราย สามารถสร้างรายได้จากการขายคิดเป็นมูลค่า 100 ล้านบาท
การวิเคราะห์
ข้อมูล
ในปัจจุปันการใช้อินเทอร์เน็ตมีบทบาทกับชีวิตประจำวันมากขึ้น และใช้งานกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำเป็นที่จะต้องติดต่อสื่อสาร อินเตอร์เน็ตจึงได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการสื่อสารรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้จดหมายอินเล็กทรอนิกส์ การติดต่อด้วยเสียง ระบบ VDO Conference การใช้โทรศัพท์บนเครือข่าย เป็นต้น และสิ่งหนึ่งที่มีการพัฒนาต่อมา คือระบบการสื่อสารด้วยเสียงผ่านเครือข่าย IP ที่เรียกว่า เทคโนโลยี Voice over IP หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “VoIP” จนสามารถใช้งานได้ดีขึ้น เพื่อให้ได้รับประโยชน์และมีความสะดวกมากที่สุด VoIP ถูกเริ่มต้นใช้งานกันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสามารถสนทนา ระหว่างกัน ได้ รวมถึงการสนทนากับโทรศัพท์พื้นฐานอีกด้วยโดยไม่เสียค่าบริการแต่อย่างได และคุณภาพของบริการก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆจนเทียบเท่าระบบ โทรศัพท์พื้นฐาน
ซึ่ง VoIP สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ
1. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปยัง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( PC to PC )
2. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปยัง โทรศัพท์พื้นฐาน ( PC to Phone )
โทรศัพท์กับโทรศัพท์ ( Telephony )
ที่มา : http://www.vcharkarn.com/varticle/17875
เนื้อหาข่าว
จากข่าว พบว่าการร่วมมือระหว่าง CAT กับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบ SMEs นำเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารมาใช้ เพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขัน โดยนำประยุกต์เข้าธุรกิจของตนเอง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ได้ดังนี้
การปรับปรุงรูปแบบการทำงาน
เทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารได้ถูกนำเข้ามาใช้จะส่งผลให้กระบวนการทำงานได้เปลี่ยนรูปแบบไป ตัวอย่างเช่น ทำให้การส่งข่าวสารไม่ต้องใช้พนักงานเดินหนังสืออีกต่อไป ตลอดจนลดการใช้กระดาษที่ต้องพิมพ์ข่าวสาร และสามารถส่งข่าวสารไปถึงบุคคลที่ต้องการ ได้เป็นจำนวนมากและรวดเร็ว โดนมีต้นทุนที่ลดลง หรือเทคโนโลยี
เทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารได้ถูกนำเข้ามาใช้จะส่งผลให้กระบวนการทำงานได้เปลี่ยนรูปแบบไป ตัวอย่างเช่น ทำให้การส่งข่าวสารไม่ต้องใช้พนักงานเดินหนังสืออีกต่อไป ตลอดจนลดการใช้กระดาษที่ต้องพิมพ์ข่าวสาร และสามารถส่งข่าวสารไปถึงบุคคลที่ต้องการ ได้เป็นจำนวนมากและรวดเร็ว โดนมีต้นทุนที่ลดลง หรือเทคโนโลยีสำนักงานได้เปลี่ยนรูปแบบของกระบวนการทำงานและประสานงาน ในองค์การให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานของผู้ประกอบการในระดับต่าง ๆ ได้อีกด้วย
การสนับสนุนการดำเนินงาน
เทคโนโลยีสารสนเทศจะผลิตสารสนเทศที่สำคัญให้แก่ผู้ประกอบการ ที่จะใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจและการสร้างความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่งขัน ในอนาคตการแข่งขัน ในแต่ละ SMEs จะมีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ประกอบการจะต้องมีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ มาประกอบในการตัดสินใจ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาและบริหารงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการในอนาคตจะต้องสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การสร้างสารสนเทศที่ดีให้กับตนเองและองค์การ ตัวอย่างเช่น มีการใช้บริการ CAT2call plus ซึ่งจะมีค่าโทรในอัตราพิเศษ ใน15 ประเทศปลายทาง เพื่อให้สามารถส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ เพื่อหาแหล่งตลาดใหม่ๆ เป็นต้น
เครื่องมือในการทำงาน
เทคโนโลยีถูกนำเข้ามาใช้ภายในองค์การ เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ เช่น การติดต่อลูกค้าผ่าน บริการ CAT2call plus หรือ ใช้บริการโทรศัพท์ผ่าน อินเทอร์เน็ต (Voice Over Internet Protocol : VOIP) แบบ Phone to Phone หรือ บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง "CAT Hinet" เป็นต้น ซึ่งเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสามารถที่จะนำมาประยุกต์ได้ โดยเทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนแปลง และปรับปรุงคุณภาพของการทำงานให้ดีขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยลดค่าใช้จ่าย ในเรื่องของแรงงานและวัสดุสิ้นเปลืองต่าง ๆลง แต่ยังคงรักษาหรือเพิ่มคุณภาพในการทำงานหรือการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเทคโนโลยี จะถูกนำเข้ามาใช้ในการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงกระบวนการ ในการดำเนินงานขององค์การมากขึ้นในอนาคต
แนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศขององค์การ แสดงให้เห็นได้ว่าในอนาคต ผู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการจะต้องสามารถใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ และรู้จักการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยผู้ประกอบการในอนาคตจะต้องรู้จักการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับงานของตน มีความคิดในการที่จะสร้างระบบสารสนเทศที่ตนเองต้องการ เพื่อช่วยในการตัดสินใจในภาวะที่มีการแข่งขันสูง ทำให้การบริหารของตนเองมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จอย่างสูง ขณะที่นักวิชาชีพจะใช้ระบบสารสนเทศในการรวบรวมประมวลผล และจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ต่อไปจะวิเคราะห์ในส่วนของ SWOT เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าการท บมจ. กสท โทรคมนาคม ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมด้านการตลาด ประชาสัมพันธ์แก่ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ทำให้มีประสิทธิภาพหรือจุดด้อย อย่างไร
STRENGTHS
มีส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน แะลภาครัฐวิสาหกิจ ที่มีศักยภาพในการสนับสนุนที่จะให้เกิดการนำเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ SMEs และในด้านการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานของระบบโครงข่าย อีกทั้ง มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบ Network อยู่แล้ว และที่สำคัญ ผู้บริหารให้ความสนใจและให้ความสำคัญและ มีองค์กรรับผิดชอบในการดำเนินการที่ชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการประสานงานและพัฒนาศักยภาพต่อไป
WEAKNESSES
กระแสการตื่นตัวในการใช้ เทคโนโลยี การติดต่อสื่อสาร ของภาคประชาชนมีน้อยทักษะและความชำนาญของบุคลากรภาครัฐมีน้อย ในการจัดระบบ Computer
ไม่มีแผนแม่บทที่จะเป็นเครื่องมือกลางในการบูรณาการกิจกรรม/แผนงานต่างๆให้เป็นระบบเดียวกัน
ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่พียงพอกับการลงทุนในด้าน เทคโนโลยี การติดต่อสื่อสาร
มีประสิทธิภาพของอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติต่ำและไม่เพียงพอต่อการรองรับการขยายและพัฒนาระบบในอนาคต
ระบบโครงสร้างเครือข่ายภายใน (Infrastructure) ยังไม่ได้ตามมาตรฐานเทคโนโลยี
OPPORTUNUTIES
เป็นการเพิ่มรายได้แก่ บมจ. กสท โทรคมนาคม เพราะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน หันมาใช้บริการต่างๆมากขึ้น ทำให้ กสท สามารถขยายฐานลูกค้าให้ใหญ่มากขึ้น
THREATS
การพัฒนา เทคโนโลยี การติดต่อสื่อสาร ต้องใช้งบประมาณมากทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไป
กรอบแนวคิดการดำเนินการพัฒนา เทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารไม่ชัดเจน รวมทั้งการสนับสนุนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ปัญหาข้อขัดข้องในด้านกฎ/ระเบียบในการประสานงาน
การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่รวดเร็วและต่อเนื่องเป็นข้อจำกัดต่อการเรียนรู้
ข่าวต้นฉบับ
วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4237 ประชาชาติธุรกิจ
"กสท"ลุยเต็มสูบอัดโปรโมชั่นเอาใจลูกค้าSMEs
"กสทฯ" อัดเต็มสูบช่วยผู้ประกอบการ "เอสเอ็มอี" ทุ่มโปรโมชั่นสารพัดบริการ "โทร.ตปท.-อินเทอร์เน็ต-ซีดีเอ็มเอ" พร้อมเปิดศูนย์บริการลูกค้ากว่า 100 สาขาทั่วประเทศ เป็นช่องทางกระจายสินค้า ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการได้ไม่น้อยกว่า 5 พันราย สร้างรายได้กว่า 100 ล้าน
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมด้านการตลาด ประชาสัมพันธ์แก่ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน โดยนำเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงใช้สำนักงานบริการลูกค้า และ CAT SHOP กว่า 100 สาขา เป็นช่องทางกระจายสินค้า
ในเบื้องต้น กสทฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษให้สมาชิก สสว.ที่สมัครใช้บริการ ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค. เช่น บริการ CAT2call plus ได้ค่าโทร.อัตราพิเศษ 15 ประเทศปลายทาง รวมถึงส่วนลดค่าอุปกรณ์เพื่อให้ใช้บริการโทรศัพท์ผ่าน อินเทอร์เน็ต (Voice Over Internet Protocol : VOIP) แบบ Phone to Phone โทร.หากันฟรีในเครือข่ายทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมโปรโมชั่นซื้อโทรศัพท์มือถือ CDMA รุ่น C2900i 1 เครื่อง รับฟรี 1 เครื่อง (จากปกติ 1,490 บาท) รับสิทธิ์แถมซิมพรีเพด ค่าโทร.นาทีละ 50 สตางค์ หรือซิมรายเดือน พร้อมโปร "เหลือเฟือ" เริ่มต้น 199-799 บาทต่อเดือน หรือซื้อ USB Modem ในราคาพิเศษ 2,541.50 บาท ใช้ฟรี 3 เดือน และถ้าต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง "CAT Hinet" มีความเร็วให้เลือกถึง 8 Mbps ลดค่าบริการรายเดือนให้ 10% สำหรับแพ็กเกจมาตรฐาน (ใช้ 1 เครื่อง) และพรีเมี่ยม (ใช้ไม่เกิน 4 เครื่อง) มีส่วนลด 5% หากใช้แพ็กเกจ LitePaq (ไม่เกิน 6 เครื่อง) และ ValuePaq (ใช้ไม่เกิน 8 เครื่อง) โดยมีค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่ 621 บาท
"เชื่อว่าการร่วมมือระหว่าง CAT กับ สสว.ในครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลดีในการพัฒนาและสนับสนุนการให้บริการโทรคมนาคมแก่ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทยให้แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต"
นอกจากนี้ ยังจะใช้ศูนย์บริการของ กสทฯกว่า 100 สาขาทั่วประเทศเป็นช่องทางการกระจายสินค้าให้ผู้ประกอบการ SMEs ด้วย โดยในระยะแรกจะเป็นการรับสั่งทำของที่ระลึกหรือนำของพรีเมี่ยมไปวางจำหน่าย จากนั้นจะเริ่มจัดพื้นที่เป็นมุมขายสินค้าต่อไป คาดว่าจะมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 5,000 ราย สามารถสร้างรายได้จากการขายคิดเป็นมูลค่า 100 ล้านบาท





