ข่าวเรื่อง : เอชพีเปิดตลาดโซลูชั่นพิมพ์ผ่านคลาวด์ฯ
สรุปข่าว
บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี ได้เผยถึงโอกาสในการทำตลาดในเอเชียแปซิฟิก จากผลวิจัยถึงยอดจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน พบว่า การบริโภคสิ่งเหล่านี้มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่า อีก 3 ปี หรือปี 2556 จะมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกถึง 700 ล้านครัวเรือน ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วยผู้ใช้ในเอเชียแปซิฟิกมากกว่าครึ่ง นอกจากนี้ปี 2556 เช่นเดียวกันที่คาดว่าแนวโน้มการใช้สมาร์ทโฟนจะมีมากถึง 1 พันล้านเครื่อง โดยเป็นผู้ใช้ภายในเอเชียแปซิฟิกถึง 1 ใน 3 ของจำนวนดังกล่าว รวมแล้วจะมีแนวโน้มการเติบโตของตลาดถึง 31%
เอชพีเต้องการเปิดตลาดใหม่เพื่อผลักดันการเติบโตของบริษัท มีแนวความคิดที่ว่า เมื่อมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมากขึ้นจะส่งผลให้ผู้ใช้ได้พบกับข้อมูลมากมายมหาศาล และเหตุนี้เองจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ใช้เกิดความต้องการพิมพ์สูงขึ้น โดยปัจจุบันอัตราการพิมพ์จากอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องประมาณ 35% แล้ว ดังนั้นบริษัทเอชพีจึงเปิดตลาดโซลูชั่นการพิมพ์แบบใหม่ในการใช้ “อีพริ้นต์เซ็นเตอร์” ผ่านแนวคิด “คลาวด์ คอมพิวติ้ง” ซึ่งถือเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมภาพและการพิมพ์
เครื่องพิมพ์ทุกรุ่นมีโซลูชั่นอี-พริ้นต์รองรับในการพิมพ์ผ่านคลาวด์ เซอร์วิส ซึ่งมีราคาที่ไม่แพง เพราะเชื่อว่า การทำราคาเครื่องให้ต่ำลง ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นในการพิมพ์ได้ทุกที่ รวมกับแอพพลิเคชันต่างๆ จะสามารถดึงดูดและกระตุ้นลูกค้าให้หันมาพิมพ์มากขึ้น นอกจากนี้แล้วโซลูชั่นการพิมพ์บนพื้นฐานแนวคิดระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ยังเป็นการแชร์ใช้ทรัพยากรและช่วยประหยัดต้นทุนในด้านไอทีให้กับองค์กร
ก่อนหน้านี้เอชพีได้ทดลองตลาดโซลูชั่นดังกล่าวในสหรัฐอเมริกามาแล้ว ผลปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดย 20% ของผู้ซื้อเครื่องทำการดาวน์โหลด “อีพริ้นต์” มาใช้งานด้วย เนื่องจากโซลูชั่นดังกล่าวใช้หลักการของ “คลาวด์ คอมพิวติ้ง” ซึ่งเครื่องพิมพ์ทุกรุ่นจะมีที่อยู่อีเมลล์ของเครื่องใช้สำหรับเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์กลางหรือ “เอชพี อีพริ้นต์เซ็นเตอร์” และผู้ใช้จะทำการส่งข้อมูลที่ต้องการพิมพ์ผ่านอีเมลล์นี้เพื่อสั่งเครื่องดังกล่าวให้พิมพ์ โดยจะเห็นได้ว่า ระบบนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งพิมพ์งานจากอุปกรณ์ใดๆ ที่รองรับการใช้งานอีเมลล์ ยกตัวอย่างเช่น มือถือ และแทบเล็ต เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถจัดการและแก้ไขงานพิมพ์หรือแม้แต่ตั้งเวลาในการพิมพ์ได้ผ่านเวบ “HP ePrintCenter” แต่เครื่องพิมพ์จะต้องเชื่อมต่อกับบริการตลอดเวลาเช่นเดียวกับมือถือที่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย สำหรับไฟล์ที่รองรับประกอบไปด้วย กลุ่มออฟฟิศ พีดีเอฟ อีเมลล์ และเจพีจี จำกัดขนาดของไฟล์ไม่เกิน 5 เมกะไบต์
เอชพีออกแบบให้โซลูชั่นดังกล่าวปลอดภัยต่อการใช้งาน โดยกำหนดอีเมลล์เครื่องให้ยากต่อการทำซ้ำ หรือปลอมแปลง รวมทั้งผู้ใช้สามารถตั้งค่าการพิมพ์ทุกอย่างได้ พร้อมระบบกรองสแปม
ทั้งนี้เอชพีตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่องและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยมีแผนเปิดตัวโซลูชั่นดังกล่าวสำหรับตลาดองค์กรในช่วงปลายปี เน้นกลุ่มเลเซอร์เจ็ทและผลิตภัณฑ์กลุ่มออฟฟิศเจ็ท
วิเคราะห์ข่าว
ปัจจุบันการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ขยายวงกว้างอย่างแพร่หลายและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในทวีปเอเชียแปซิฟิกซึ่งนั่นรวมถึงประเทศไทยด้วย ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รูปภาพและเสียงผ่านเว็บไซด์ต่างๆ ทั่วโลก ทำให้ปริมาณเนื้อหาเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีต่างๆ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ก่อให้เกิดนวัตกรรมและแนวคิดใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา หนึ่งในนั้นคือ เทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแนวดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็วนี้เองทำให้เอชพีเล็งเห็นถึงช่องทางในการทำตลาดใหม่ที่น่าสนใจโดยการนำเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง และยอดการใช้อินเตอร์เน็ตของผู้บริโภคที่สูงขึ้น มาประยุกต์สร้างโซลูชั่นการพิมพ์แบบใหม่ที่จะเพิ่มทางเลือกในการพิมพ์ให้กับลูกค้าทั้งประเภทองค์กรและผู้ใช้ตามบ้าน มากขึ้น
ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้งเป็นการนำทรัพยากรของระบบไอทีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาแบ่งปันในรูปแบบการให้บริการในระดับการประมวลผลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันนั้นอาจอยู่ในห้องเดียวกันหรือห่างไกลกันก็ได้ สำหรับเอชพี อีพริ้นติ้งเซ็นเตอร์ จะเป็นเซิร์ฟเวอร์แม่ซึ่งเป็นแหล่งให้ลูกค้ามาพิมพ์เอกสารและยังสามารถจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้บนเว็บได้อีกด้วย
ข้อดีของโซลูชั่นพิมพ์ผ่านระบบคลาวด์ฯ
1.ราคาไม่สูง
2.ใช้ง่ายและสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ :
-ผู้ใช้สั่งพิมพ์งานได้ทุกที่ทุกเวลาหรือแม้กระทั่งตั้งเวลาในการพิมพ์ได้ อีกทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้บนเว็บเพื่อแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นได้
-ผู้ใช้สั่งพิมพ์งานจากอุปกรณ์อื่นที่รองรับการใช้งานอีเมลล์ได้นอกเหนือจากพีซี ยกตัวอย่าง แบล็คเบอร์รี่ ซึ่งได้มีการร่วมมือกับเอชพีเพื่อพัฒนาระบบให้ผู้ใช้สามารถสั่งพิมพ์งานจากบีบีแทนพีซีได้เป็นรายแรก (เอชพี อีพริ้นต์ เอ็นเตอร์ไพร์ซ)
-ผู้ใช้เลือกพิมพ์เฉพาะเนื้อหาที่ต้องการได้
3.ประหยัดต้นทุนไอทีให้องค์กรมากขึ้น :
-องค์กรสามารถลดจำนวนการลงทุนสำหรับเครื่องพิมพ์ และระบบเอชพี อีพริ้นต์สร้างทางเลือกใหม่ที่องค์กรสามารถใช้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคนในองค์กรได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบการพิมพ์ของพนักงานในองค์กรได้อีกด้วย
4.เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้กับองค์กร
-เอชพีได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการที่เรียกว่า ระบบควิกเพจ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการพิมพ์บนระบบคลาวด์ คอมพิวติ้งขึ้นมา โดยระบบดังกล่าวจะเป็นช่องทางการเข้ามาใช้บริการเช่าใช้เครื่องพิมพ์ ดูข้อมูลการใช้งาน เก็บข้อมูลการใช้บริการ และการให้การสนับสนุนกับลูกค้า
5.ความปลอดภัยต่อการใช้งานมีระดับหนึ่ง
-เอชพีกำหนดอีเมลล์ของเครื่องให้ยากต่อการทำซ้ำหรือปลอมแปลง
ข้อเสียของโซลูชั่นพิมพ์ผ่านระบบคลาวด์ฯ
1.เครื่องพิมพ์จะต้องเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อออนไลน์ระบบบริการตลอดเวลา
2.จำกัดขนาดของไฟล์ในการพิมพ์ไม่เกิน 5 เมกะไบต์
3.การกระตุ้นความต้องการพิมพ์ให้มากขึ้น ก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมได้ ถึงแม้การนำระบบคลาวด์มาใช้จะทำให้สามารถควบคุมปริมาณการพิมพ์ได้ระดับหนึ่งก็ตาม แต่ยอดการพิมพ์โดยรวมนั้นมีแนวโน้มที่สูงขึ้น
4.ไม่สามารถควบคุมคุณภาพของสิ่งที่พิมพ์ได้ เนื่องจากผู้ใช้และเครื่องพิมพ์อยู่ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน
5.ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวยังไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ใช้ต้องระมัดระวังโดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นความลับและสำคัญมากๆ
แนวโน้มของอุตสาหกรรมการพิมพ์ในอนาคต
แม้ว่าขณะนี้สัดส่วนกว่า 90% ยังคงเป็นการพิมพ์แบบอะนาล็อก แต่การพิมพ์แบบดิจิตัลก็มีแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่าการพิมพ์เนื้อหาแบบอะนาล็อก ซึ่งเอชพีมองว่ายังมีโอกาสเติบโตในตลาดการพิมพ์แบบดิจิตอลอย่างมาก จากที่กล่าวมาข้างต้น เอชพีถือได้ว่าเป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวตลอดเวลา และยังเป็น first mover สำหรับการพิมพ์ผ่านระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง การสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ และนำเสนอออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็วนั้นสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับเอชพีอย่างมาก
นอกจากนี้เอชพียังคงวางแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งระบบการพิมพ์ผ่านเวบ, การพิมพ์ผ่านโทรศัพท์มือถือ, โลคอล คอนเทนท์, แอพพลิเคชันต่างๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น และการสร้างสรรค์บริการในรูปแบบครบวงจร เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทั้งองค์กรขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และผู้ใช้ทางบ้าน แต่อย่างไรก็ตามเอชพียังคงต้องเสริมสร้างจุดแข็งให้กับตนเองเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมการพิมพ์ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
ข่าวต้นฉบับ
จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 8.00 น.
ที่มาข่าว : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20100701/340842/เอชพีเปิดตลาดโซลูชั่นพิมพ์ผ่านคลาวด์ฯ.html
เนื้อหาข่าว
เอชพีเปิดตลาดโซลูชั่นพิมพ์ผ่านคลาวด์ฯ
เอชพี โชว์ผลวิจัยชี้ออนไลน์เอเชียบูม หลังจากยอดคนใช้เน็ต-สมาร์ทโฟนพุ่ง ดันดิจิทัลคอนเทนท์เฟื่อง ประกาศลงสนามคลาวด์ คอมพิวติ้ง ส่ง "อีพริ้นต์เซ็นเตอร์" พร้อมโซลูชั่นครั้งแรกในตลาดนำร่องคอนซูเมอร์ เคาะราคาเครื่องเริ่มต้น 99 ดอลลาร์ ก่อนปูพรมตลาดองค์กรเดือนต.ค. นี้ หวังยึดเก้าอี้ผู้นำต่อเนื่อง
นายจอห์น โซโลมอน รองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า บริษัทได้ปรับแนวทางการทำตลาดเครื่องพิมพ์ในภูมิภาคเอเชียปีนี้ โดยจะเริ่มเปิดตลาดโซลูชั่นการพิมพ์แบบใหม่ผ่านแนวคิด "คลาวด์ คอมพิวติ้ง" ซึ่งจะถือเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม
ทั้งนี้เนื่องจากผลการศึกษาวิจัยคาดการณ์ว่า อีก 3 ปี หรือปี 2556 จะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกราว 700 ล้านครัวเรือน ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่าครึ่งเป็นผู้ใช้ในเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ปีดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะมียอดผู้ใช้สมาร์ทโฟนสูงถึง 1 พันล้านเครื่อง โดยในจำนวนนี้ 1 ใน 3 อยู่ในเอเชียแปซิฟิก และมีแนวโน้มเติบโตของตลาดถึง 31%
เขาระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นโอกาสในการทำตลาดของเอชพีในเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้นจะส่งผลให้เกิดคอนเทนท์จำนวนมหาศาล และเกิดแรงกระตุ้นให้เกิดความต้องการพิมพ์สูงขึ้น โดยปัจจุบันอัตราการพิมพ์จากอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือราว 35%
ขณะที่ตลาดไทยก็มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้ปัจจุบันจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยังไม่ 100% ขณะที่มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนเพียง 10%
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวโซลูชั่นการพิมพ์บนพื้นฐานแนวคิดระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง หรือ "เอชพี อีพริ้นต์" ซึ่งเป็นการแชร์ใช้ทรัพยากรและช่วยประหยัดต้นทุนไอทีให้องค์กรได้มากขึ้น พร้อมกับทำตลาดเครื่องพิมพ์ "โฟโต้สมาร์ท" ซึ่งรองรับอีพริ้นต์ในราคาเริ่มต้นราว 3,400 บาท (99 ดอลลาร์) 3 รุ่นสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป
"การทำราคาเครื่องให้ต่ำลง และสามารถพิมพ์ผ่านคลาวด์ เซอร์วิสได้ก็น่าจะดึงดูดให้คนเข้ามาใช้งานมากขึ้น เพราะคอนเทนท์บางอย่างเช่นหน้าจอมือถือไม่เหมาะกับการอ่านข้อมูลยาวๆ ซึ่งถ้าเราทำให้การพิมพ์เป็นเรื่องง่ายก็น่าจะทำให้คนหันมาพิมพ์มากขึ้น โดยเราเปิดโซลูชั่นนี้พร้อมกันทุกประเทศในเอเชียรวมไทย เพราะอยากให้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการพิมพ์ แต่สิ่งที่สำคัญคือ เรายังต้องพัฒนาต่อในเรื่องของโลคอล คอนเทนท์ และแอพพลิเคชั่นเป็นเฟสถัดไป ซึ่งจะเร็วช้าแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับนักพัฒนาในแต่ละประเทศ" นายโซโลมอน กล่าว
นายโยเมช โจชี รองประธานบริหารกลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) เผยว่า บริษัททดลองทำตลาดโซลูชั่นดังกล่าวในสหรัฐปีที่ผ่านมาและผลปรากฏว่ากระแสตอบรับดี โดย 20% ของผู้ซื้อเครื่องจะนิยมดาวน์โหลด "อีพริ้นต์" ไปใช้งานด้วย เนื่องจากโซลูชั่นดังกล่าวใช้หลักการของ "คลาวด์คอมพิวติ้ง" ซึ่งเครื่องพิมพ์ทุกรุ่นจะมีที่อยู่อีเมลของเครื่อง สำหรับเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์กลางหรือ "เอชพี อีพริ้นต์เซ็นเตอร์" เพื่อให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานได้โดยส่งข้อมูลผ่านอีเมลไปยังเครื่องพิมพ์
เขาเผยว่า ระบบดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งพิมพ์งานจากอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ที่รองรับการใช้งานอีเมลนอกเหนือจากพีซี ยกตัวอย่างเช่น มือถือ และแทบเล็ต รวมทั้งยังสามารถจัดการและแก้ไขงานพิมพ์หรือแม้แต่ตั้งเวลาพิมพ์ได้ผ่านเว็บ "HP ePrintCenter" โดยเครื่องพิมพ์จะต้องเชื่อมต่อกับบริการตลอดเวลาเหมือนกับมือถือที่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย
ขณะเดียวกันก็ออกแบบให้ปลอดภัยต่อการใช้งานโดยเอชพีจะกำหนดอีเมลเครื่องให้ยากต่อการทำซ้ำ หรือปลอมแปลง รวมทั้งผู้ใช้สามารถตั้งค่าการพิมพ์ทุกอย่างได้ พร้อมระบบกรองสแปม ซึ่งบริษัทเชื่อว่า การพิมพ์ที่ง่ายขึ้นจะช่วยตอบสนองการพิมพ์ตามที่ผู้ใช้ต้องการได้มากขึ้น ตามแนวโน้มการเติบโตของการพิมพ์แบบดิจิทัล ซึ่งเน้นการพิมพ์เท่าที่ต้องการ
"ตอนนี้ระบบดังกล่าวจะรองรับไฟล์กลุ่มออฟฟิศ พีดีเอฟ อีเมลและเจพีจี จำกัดขนาดไม่เกิน 5 เมกะไบต์ ก่อนจะเพิ่มเป็น 10 เมกะไบต์ปีหน้า ซึ่งเราเชื่อว่าการทำให้คนพิมพ์งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องผ่านพีซี ยูเอสบี หรือสายต่างๆ และความสามารถในการพิมพ์ตามแบบที่ต้องการก็น่าจะทำให้คนพิมพ์มากขึ้น" นายโจชี กล่าว
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าเป็นผู้นำพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่องและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยมีแผนเปิดตัวโซลูชั่นดังกล่าวสำหรับตลาดองค์กรในช่วงเดือนต.ค.2553 เน้นกลุ่มเลเซอร์เจ็ท และผลิตภัณฑ์ตระกูลออฟฟิศเจ็ท





