สรุปข่าว
บมจ.สัมมากรได้ร่วมมือกับบริษัท TOT ในการบริการสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งสามารถส่งข้อมูลภาพและเสียง ด้วยเทคโนโลยี FITx โดยใช้บริการบรอดแบนด์ด้วยความเร็วตั้งแต่ 10 เมกะบิต ด้วยระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสงถึงบ้านลูกค้า เพราะทางบริษัทสัมมากรคิดว่าน่าจะช่องทางที่จะหารายได้ให้กับบริษัทอีกวิธีการนึง โดยคิดว่าจะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 90% ของผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการนี้ อายุสัญญา 5 ปี รายได้ตั้งเป้าไว้ที่ 17.5 ล้านบาท โปรเจคนี้ทำกันที่โครงการของบริษัทสัมมากร ชื่อโครงการ Aqua Divina ซึ่งอยู่ที่ซอยรามคำแหง 94 ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ โดยโครงการนี้ตกลงกันว่า ทีโอที จะติดตั้งอุปกรณ์และวางระบบโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง ส่วนสัมมากรจะก่อสร้างท่อร้อยสายเคเบิลภายในโครงการพร้อมติดตั้งระบบชุมสาย โดยมีทีโอทีเป็นผู้ดูแลตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการก่อสร้างท่อสายเคเบิล มีรูปแบบการให้บริการ 2 รูปแบบ คือ 1.บริการเลขหมายโทรศัพท์ 1 เลขหมาย พร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 10 เมกะบิต และบริการสัญญาณภาพและเสียงจำนวน 40 ช่องรายการ อัตราค่าบริการ 1,600 บาท 2.บริการเลขหมายโทรศัพท์ 1 เลขหมายพร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 10 เมกะบิต อัตราค่าบริการ 1,300 บาท โดยค่าใช้โทรศัพท์ของทั้งสองรูปแบบ เป็นไปตามอัตราค่าบริการมาตรฐานของ ทีโอที
วิเคราะห์ข่าว
การที่บริษัท TOT ร่วมมือกับสัมมากรวางระบบเคเบิลใยแก้วนำแสงและออกบริการรูปแบบใหม่อย่างนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ถือเป็นโครงการแรกที่เสนอบริการแบบนี้ให้แก่ลูกค้า การลงทุนให้บริการบรอดแบรนด์ด้วยความเร็วตั้งแต่ 10 เมกะบิตไปยังบ้านลูกค้า จากการวิเคราะห์ของบริษัทสัมมากร คิดว่าลูกค้าที่อยู่ในโครงการต้องการใช้บริการระดับนี้ แม้ว่าจะต้องรองรับค่าใช้จ่ายที่สูงก็ตาม จากโครงการนี้ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน ดังนั้นการวิเคราะห์ต่างๆจึงเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา ซึ่งตามข่าวจะสามารถวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของโครงการดังนี้
ข้อดี
1. สร้างจุดขายให้กับโครงการ
2. เป็นช่องทางในการสร้างรายได้
3. เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า
ข้อเสีย
1. มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง ดังนั้นควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนจะลงทุน
2. ค่าบริการแพงเมื่อเทียบกับราคาตลาด
แหล่งที่มาของข้อมูล
แหล่งที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/106246
โดย ไทยรัฐ : วันพฤหัสที่ 26 สิงหาคม 2553
ทีโอที วางFTTx อัพโครงการสัมมากร คาดกวาดรายได้ 90%
ทีโอที จับมือ สัมมากร วางระบบเคเบิลใยแก้วเต็มรูปแบบ ใช้เทคโนโลยี FTTx ในโครงการ Aqua Divina ลูกค้าเฮใช้ฟรี 24 เดือน ขณะที่ตั้งเป้ารายได้ให้บริการ 5 ปี กว่า 90% ของผู้ที่เข้าอยู่อาศัยในโครงการ คิดเป็นเงินประมาณ 17.5 ล้านบาท…
วานนี้ 25 ส.ค. บมจ.ทีโอที จับมือ สัมมากร ลงนามความร่วมมือวางระบบเครือข่ายเคเบิลใยแก้ว หรือ ไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic) เต็มรูปแบบทั้งโครงการสัมมากร ซอยรามคำแหง 94 ในโครงการ Aqua Divina ถ.รามคำแหง ตอบสนองไลฟ์สไตล์สังคมออนไลน์ยุคใหม่ ในโครงการบ้านพักอาศัย และผู้ประกอบธุรกิจภายใน สัมมากร ราม 94 โดยเป็นการวางระบบที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอ็นด์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามรูปแบบโครงการ ของสัมมากร อวา ดิวิน่า รามคำแหง 94 ไม่ใช่แค่บ้าน แต่คือการสร้างสมดุลชีวิตตลอด 365 วัน Balance Your Life โดยมีนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทีโอที และนายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บมจ. สัมมากร ร่วมกันแถลงข่าว
สำหรับ การดำเนินการครั้งนี้ ทีโอที จะติดตั้งอุปกรณ์และวางระบบโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง โดยสัมมากร จะดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายเคเบิลภายในโครงการพร้อมอาคารติดตั้งระบบชุมสาย และส่งมอบให้ ทีโอที เป็นผู้ดูแลตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการก่อสร้างท่อสายเคเบิล ทั้งนี้ สัมมากรเป็นผู้รับผิดชอบการเดินสายภายในอาคารบ้านพักทุกหลัง มีรูปแบบการให้บริการ 2 รูปแบบ คือ 1.บริการเลขหมายโทรศัพท์ 1 เลขหมาย พร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 10 เมกะบิต และบริการสัญญาณภาพและเสียงจำนวน 40 ช่องรายการ อัตราค่าบริการ 1,600 บาท 2.บริการเลขหมายโทรศัพท์ 1 เลขหมายพร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 10 เมกะบิต อัตราค่าบริการ 1,300 บาท โดยค่าใช้โทรศัพท์ของทั้งสองรูปแบบ เป็นไปตามอัตราค่าบริการมาตรฐานของ ทีโอที
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี FTTx (Fiber To The X ) มาออกแบบบริการ ให้สามารถรองรับบริการในรูปแบบ ทริปเปิลเพลย์ ทั้งวอยซ์ ดาต้า และวีดีโอ โดยให้บริการบรอดแบนด์ ด้วยความเร็วตั้งแต่ 10 เมกะบิต ด้วยระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสงถึงบ้านลูกค้า (FTTx) เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ที่ต้องการเทคโนโลยีและการสื่อสาร ความสะดวกรวดเร็ว โดยตั้งเป้ารายได้จากการให้บริการตลอดอายุสัญญา5 ปี ประมาณ 90% ของผู้ที่เข้าอยู่อาศัยในโครงการ คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 17.5 ล้านบาท
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บมจ. สัมมากร กล่าวว่า บริษัทวางใจให้ ทีโอที ดำเนินการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมส่งข้อมูลภาพและเสียง โดยใช้เทคโนโลยี FTTx โดยใช้สาย Optic Fiber Cable เชื่อมต่อจนถึงบ้านลูกค้าทั้งโครงการทั้งสิ้น 202 หลัง โดยโครงการนี้ จะเป็นผู้ออกค่าใช้บริการมัลติมีเดีย คอนเทนต์ (Multimedia Content) รูปแบบที่1.ในราคา 1,600บาท/เดือน หรือรูปแบบที่2.ราคา1,300บาท/เดือนให้กับลูกค้าทุกหลังเป็นเวลา 24 เดือน โดยลูกค้าจะป็นผู้เลือกรูปแบบการให้บริการตามที่ ทีโอที กำหนด
ที่ผ่านมา ทีโอที ได้วางระบบไฟเบอร์ออฟติก เพื่อให้ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหัวหิน รวมถึงให้บริการทั่วจังหวัดภูเก็ต อาทิ ธุรกิจโรงแรม-ที่พัก ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจการเงินการธนาคาร ธุรกิจขนส่งต่างๆ และบ้านพักอาศัยระดับไฮเอ็นด์ รวมถึงการให้บริการแก่กลุ่มโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของประเทศไทยที่นำระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่มีความทันสมัยบนโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงบนเทคโนโลยี





