5210211087 นายวิชุพันธ์ วิจิตรดำเกิง เรื่อง 'เดลล์-กูเกิล' ซื้อบริษัทอุตลุต

สรุปข่าว

เดลล์ประกาศซื้อบริษัท 3PAR เป็นจำนวนเงิน 1,150 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งบริษัท 3PAR เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบันทึกและจัดการข้อมูลดิจิตอล โดยเดลล์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ 3PAR จะทำให้ผู้ใช้เดลล์สามารถจัดการระบบไอทีได้ง่ายในราคาประหยัดยิ่งขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีการทำงานเสมือนของ 3PAR นั้นสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์และค่าพลังงานได้จริง

ส่วนกูเกิลประกาศซื้อบริษัท Jambool ซึ่งเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีชำระเงินออนไลน์ที่สามารถแปลงสกุลเงินในโลกจริงให้เป็นเงินเสมือนเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ โดยผู้บริหารของ Jambool ระบุว่าต้องการให้นักพัฒนาเกมสามารถจัดการระบบเศรษฐกิจเสมือนได้จากทุก พื้นที่ทั่วโลก

วิเคราะห์ข่าว

การที่เดลล์นั้นประกาศซื้อบริษัท 3PAR ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบเก็บข้อมูลหรือดาต้าสตอเรจ จะทำให้เดลล์สามารถจัดการระบบไอทีได้ง่ายขึ้นในราคาประหยัดยิ่งขึ้น และมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น การที่เดลล์เห็นความสำคัญของระบบจัดการฐานข้อมูลนี้ เพราะว่าบริษัทที่ไม่มีระบบไอทีมาช่วยในการจัดการด้านข้อมูลจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆดังต่อไปนี้

1. การประมวลผลกับระบบแฟ้มข้อมูลยุ่งยาก เนื่องจากเดลล์มีการจัดเก็บข้อมูลในปริมาณที่มากไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าหรือ supplier และการดำเนินงานกับแฟ้มข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์นั้นจำเป็นจะต้องเขียนคำสั่งต่างๆ ในโปรแกรมเพื่อสร้างแฟ้มข้อมูล เพื่อใช้ในการจัดเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูล และปรับปรุงแฟ้มข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน รูปแบบของคำสั่งเหล่านี้ถูกกำหนดไว้ในภาษาคอมพิวเตอร์ต่างๆ แล้ว ส่วนโปรแกรมก็จะต้องพัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของภาษา เช่นหากภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้นั้นกำหนดว่าจะต้องระบุชื่อแฟ้มข้อมูลในโปรแกรม ผู้เขียนโปรแกรมก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การใช้แฟ้มข้อมูลในแบบที่กล่าวมานี้มีลักษณะจำกัดอย่างหนึ่งคือจะต้องระบุรายละเอียดของแฟ้ม หากกำหนดรายละเอียดผิดไปหรือกำหนดไม่ครบก็จะทำให้โปรแกรมทำงานผิดพลาดได้ ซึ่งเดลล์อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการกับข้อมูลพวกนี้และอาจจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นในอนาคตได้

2. แฟ้มข้อมูลไม่มีความเป็นอิสระของข้อมูล เนื่องระบบแฟ้มข้อมูลถ้ามีการแก้ไขโครงสร้างข้อมูลจะกระทบถึงโปรแกรมด้วย เนื่องจากในการเรียกใช้ข้อมูลที่เก็บอยู่ในระบบแฟ้มข้อมูลนั้น ต้องใช้โปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อเรียกใช้ข้อมูลในแฟ้มข้อมูลนั้นโดยเฉพาะ เช่น เมื่อต้องการรายชื่อพนักงานที่มีเงินเดือนมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน โปรแกรมเมอร์ต้องเขียนโปรแกรมเพื่ออ่านข้อมูลจากแฟ้มข้อมูลพนักงานและพิมพ์รายงานที่แสดงเฉพาะข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของแฟ้มข้อมูลข้อมูลเช่น ให้มีดัชนี (index) ตามชื่อพนักงานแทนรหัสพนักงาน ส่งผลให้รายงานที่แสดงรายชื่อพนักงานที่มีเงินเดือนมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือนซึ่งแต่เดิมกำหนดให้เรียงตามรหัสพนักงานนั้นไม่สามารถพิมพ์ได้ ทำให้ต้องมีการแก้ไขโปรแกรมตามโครงสร้างดัชนี (index) ที่เปลี่ยนแปลงไป ลักษณะแบบนี้เรียกว่าข้อมูลและโปรแกรมไม่เป็นอิสระต่อกัน สำหรับระบบฐานข้อมูลนั้นข้อมูลภายในฐานข้อมูลจะเป็นอิสระจากโปรแกรมที่เรียกใช้ สามารถแก้ไขโครงสร้างทางกายภาพของข้อมูลได้ โดยไม่กระทบต่อโปรแกรมที่เรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล เนื่องจากระบบฐานข้อมูลมีระบบจัดการฐานข้อมูลทำหน้าที่แปลงรูป (mapping) ให้เป็นไปตามรูปแบบที่เดลล์ต้องการ

3. แฟ้มข้อมูลมีความซ้ำซ้อนมาก เนื่องจากการใช้งานระบบฐานข้อมูลนั้นต้องมีการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อให้มีความซ้ำซ้อนของข้อมูลน้อยที่สุด จุดประสงค์หลักของการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อการลดความซ้ำซ้อนนั่นเองสาเหตุที่ต้องลดความซ้ำซ้อน เนื่องจากความยากในการปรับปรุงข้อมูล กล่าวคือถ้าเก็บข้อมูลซ้ำซ้อนกันหลายแห่ง เมื่อมีการปรับปรุงข้อมูลแล้วปรับปรุงข้อมูลไม่ครบทำให้ข้อมูลเกิดความขัดแย้งกันของข้อมูลตามมา และยังเปลืองเนื้อที่การจัดเก็บข้อมูลด้วย เนื่องจากข้อมูลชุดเดียวกันจัดเก็บซ้ำกันหลายแห่งนั่นเอง ถึงแม้ว่าความซ้ำซ้อนช่วยให้ออกรายงานและตอบคำถามได้เร็วขึ้น แต่ความซ้ำซ้อนทำให้ข้อมูลมีความขัดแย้งกัน ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องและมีความขัดแย้งกันแล้ว การออกรายงานจะทำได้เร็วเท่าใดนั้นจึงไม่มีความหมายแต่อย่างใด ดังนั้นจึงต้องมีวิธีการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลให้มากที่สุด ขณะที่การออกรายงานช้านั้นใช้ความสามารถของฮาร์ดแวร์ช่วยได้

4. แฟ้มข้อมูลมีความถูกต้องของข้อมูลน้อย เนื่องจากแฟ้มข้อมูลไม่สามารถตรวจสอบกฎบังคับความถูกต้องของข้อมูลให้ได้ ถ้าต้องการควบคุมข้อมูลผู้พัฒนาโปรแกรมต้องเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมกฎระเบียบต่างๆ เองทั้งหมด ถ้าเขียนโปรแกรมครอบคลุมกฎระเบียบใดไม่ครบหรือขาดหายไปบางกฎอาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ซึ่งต่างจากระบบฐานข้อมูลที่ระบบจัดการฐานข้อมูลจะมีกฎบังคับความถูกต้อง โดยนำกฎเหล่านั้นมาไว้ที่ฐานข้อมูล ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูลที่จะจัดการเรื่องความถูกต้องของข้อมูลให้แทน และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและพัฒนาโปรแกรมด้วยเนื่องจากระบบจัดการฐานข้อมูลจัดการให้นั่นเอง

5. แฟ้มข้อมูลมีความปลอดภัยน้อย ในระบบฐานข้อมูล ถ้าหากทุกคนสามารถเรียกดูและเปลี่ยนแปลงข้อมูลในฐานข้อมูลทั้งหมดได้ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลได้ และข้อมูลบางส่วนอาจเป็นข้อมูลที่ไม่อาจเปิดเผยได้หรือเป็นข้อมูลเฉพาะของผู้บริหาร หากไม่มีการจัดการด้านความปลอดภัยของข้อมูล ฐานข้อมูลก็จะไม่สามารถใช้เก็บข้อมูลบางส่วนได้ ระบบฐานข้อมูลส่วนใหญ่จะมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ดังนี้

- มีรหัสผู้ใช้ (user) และรหัสผ่าน (password) ในการเข้าใช้งานฐานข้อมูลสำหรับผู้ใช้แต่ละคน

- ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database Administrator; DBA) สามารถสร้างและจัดการตารางข้อมูลทั้งหมดในฐานข้อมูล ทั้งการเพิ่มผู้ใช้ ระงับการใช้งานของผู้ใช้ อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเรียกดู เพิ่มเติม ลบและแก้ไขข้อมูล หรือบางส่วนของข้อมูลได้ในตารางที่ได้รับอนุญาต

- ผู้บริหารฐานข้อมูล (DBA) สามารถใช้วิว (view) เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้เป็นอย่างดี โดยการสร้างวิวที่เสมือนเป็นตารางของผู้ใช้จริงๆ และข้อมูลที่ปรากฏในวิวจะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้ใช้เท่านั้น ซึ่งจะไม่กระทบกับข้อมูลจริงในฐานข้อมูล

- ระบบฐานข้อมูลจะไม่ยอมให้โปรแกรมใดๆ เข้าถึงข้อมูลในระดับกายภาพ (physical) โดยไม่ผ่าน DBMS

- มีการเข้ารหัสและถอดรหัส (encryption/decryption) เพื่อปกปิดข้อมูลแก่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น มีการเข้ารหัสข้อมูลรหัสผ่าน ซึ่งในส่วนต่างๆเหล่านี้ในระบบแฟ้มข้อมูลจะไม่มี

6. ไม่มีการควบคุมจากศูนย์กลาง ระบบแฟ้มข้อมูลจะไม่มีการควบคุมการใช้ข้อมูลจากศูนย์กลาง เนื่องจากข้อมูลที่หน่วยงานย่อยใช้สามารถใช้ข้อมูลได้อย่างเสรีโดยไม่มีศูนย์กลางในการควบคุม ทำให้ไม่ทราบว่าหน่วยงานใดใช้ข้อมูลในระดับใดบ้าง ใครเป็นผู้นำข้อมูลเข้า ใครมีสิทธิแก้ไขข้อมูล และใครมีสิทธิเพียงเรียกใช้ข้อมูล

จากที่กล่าวมาแล้วการที่เดลล์เข้าไปซื้อบริษัท 3PAR จะทำให้เดลล์ได้ผลประโยชน์ในขั้นต้นจากการใช้ระบบจัดเก็บฐานข้อมูลดังนี้

1. ลดการเก็บข้อมูลที่ซ้ำซ้อน ข้อมูลบางชุดที่อยู่ในรูปของแฟ้มข้อมูลอาจมีปรากฏอยู่หลาย ๆ แห่ง เพราะมีผู้ใช้ข้อมูลชุดนี้หลายคน เมื่อใช้ระบบฐานข้อมูลแล้วจะช่วยให้ความซ้ำซ้อนของข้อมูลลดน้อยลง เช่น ข้อมูลอยู่ในแฟ้มข้อมูลของผู้ใช้หลายคน ผู้ใช้แต่ละคนจะมีแฟ้มข้อมูลเป็นของตนเอง ระบบฐานข้อมูลจะลดการซ้ำซ้อนของข้อมูลเหล่านี้ให้มากที่สุด โดยจัดเก็บในฐานข้อมูลไว้ที่เดียวกัน ผู้ใช้ทุกคนที่ต้องการใช้ข้อมูลชุดนี้จะใช้โดยผ่านระบบฐานข้อมูล ทำให้ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลและลดความซ้ำซ้อนลงได้

2. รักษาความถูกต้องของข้อมูล เนื่องจากฐานข้อมูลมีเพียงฐานข้อมูลเดียว ในกรณีที่มีข้อมูลชุดเดียวกันปรากฏอยู่หลายแห่งในฐานข้อมูล ข้อมูลเหล่านี้จะต้องตรงกัน ถ้ามีการแก้ไขข้อมูลนี้ทุก ๆ แห่งที่ข้อมูลปรากฏอยู่จะแก้ไขให้ถูกต้องตามกันหมดโดยอัตโนมัติด้วยระบบจัดการฐานข้อมูล

3. การป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลทำได้อย่างสะดวก การป้องกันและรักษาความปลอดภัยกับข้อมูลระบบฐานข้อมูลจะให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เข้าไปใช้ฐานข้อมูลได้เรียกว่ามีสิทธิส่วนบุคคล (privacy) ซึ่งก่อให้เกิดความปลอดภัย (security) ของข้อมูลด้วย ฉะนั้นผู้ใดจะมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงข้อมูลได้จะต้องมีการกำหนดสิทธิ์กันไว้ก่อนและเมื่อเข้าไปใช้ข้อมูลนั้น ๆ ผู้ใช้จะเห็นข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลในรูปแบบที่ผู้ใช้ออกแบบไว้

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สร้างตารางข้อมูลขึ้นมาและเก็บลงในระบบฐานข้อมูล ระบบจัดการฐานข้อมูลจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ลงในอุปกรณ์เก็บข้อมูลในรูปแบบของระบบจัดการฐานข้อมูลซึ่งอาจเก็บข้อมูลเหล่านี้ลงในแผ่นจานบันทึกแม่เหล็กเป็นระเบียน บล็อกหรืออื่น ๆ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้ว่าโครงสร้างของแฟ้มข้อมูลนั้นเป็นอย่างไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล
ดังนั้นถ้าผู้ใช้เปลี่ยนแปลงลักษณะการเก็บข้อมูล เช่น เปลี่ยนแปลงรูปแบบของตารางเสียใหม่ ผู้ใช้ก็ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลของเขาจะถูกเก็บลงในแผ่นจานบันทึกแม่เหล็กในลักษณะใด ระบบการจัดการฐานข้อมูลจะจัดการให้ทั้งหมด ในทำนองเดียวกันถ้าผู้ออกแบบระบบฐานข้อมูลเปลี่ยนวิธีการเก็บข้อมูลลงบนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ผู้ใช้ก็ไม่ต้องแก้ไขฐานข้อมูลที่เขาออกแบบไว้แล้ว ระบบการจัดการฐานข้อมูลจะจัดการให้ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า ความไม่เกี่ยวข้องกันของข้อมูล (data independent)

4. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ เนื่องจากในระบบฐานข้อมูลจะเป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ ผู้ใช้แต่ละคนจึงสามารถที่จะใช้ข้อมูลในระบบได้ทุกข้อมูล ซึ่งถ้าข้อมูลไม่ได้ถูกจัดให้เป็นระบบฐานข้อมูลแล้ว ผู้ใช้ก็จะใช้ได้เพียงข้อมูลของตนเองเท่านั้น เช่น ดังภาพที่ 4.9 ข้อมูลของระบบเงินเดือน ข้อมูลของระบบงานบุคคลถูกจัดไว้ในระบบแฟ้มข้อมูลผู้ใช้ที่ใช้ข้อมูลระบบเงินเดือน จะใช้ข้อมูลได้ระบบเดียว แต่ถ้าข้อมูลทั้ง 2 ถูกเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลซึ่งถูกเก็บไว้ในที่ที่เดียวกัน ผู้ใช้ทั้ง 2 ระบบก็จะสามารถเรียกใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้ ไม่เพียงแต่ข้อมูลเท่านั้นสำหรับโปรแกรมต่าง ๆ ถ้าเก็บไว้ในฐานข้อมูลก็จะสามารถใช้ร่วมกันได้

5. มีความเป็นอิสระของข้อมูล เมื่อผู้ใช้ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับโปรแกรมที่เขียนขึ้นมา จะสามารถสร้างข้อมูลนั้นขึ้นมาใช้ใหม่ได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อระบบฐานข้อมูล เพราะข้อมูลที่ผู้ใช้นำมาประยุกต์ใช้ใหม่นั้นจะไม่กระทบต่อโครงสร้างที่แท้จริงของการจัดเก็บข้อมูล นั่นคือ การใช้ระบบฐานข้อมูลจะทำให้เกิดความเป็นอิสระระหว่างการจัดเก็บข้อมูลและการประยุกต์ใช้

6. สามารถขยายงานได้ง่าย เมื่อต้องการจัดเพิ่มเติมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะสามารถเพิ่มได้อย่างง่ายไม่ซับซ้อน เนื่องจากมีความเป็นอิสระของข้อมูล จึงไม่มีผลกระทบต่อข้อมูลเดิมที่มีอยู่

7. ทำให้ข้อมูลบูรณะกลับสู่สภาพปกติได้เร็วและมีมาตรฐาน เนื่องจากการจัดพิมพ์ข้อมูลในระบบที่ไม่ได้ใช้ฐานข้อมูล ผู้เขียนโปรแกรมแต่ละคนมีแฟ้มข้อมูลของตนเองเฉพาะ ฉะนั้นแต่ละคนจึงต่างก็สร้างระบบการบูรณะข้อมูลให้กลับสู่สภาพปกติในกรณีที่ข้อมูลเสียหายด้วยตนเองและด้วยวิธีการของตนเอง จึงขาดประสิทธิภาพและมาตรฐาน แต่เมื่อมาเป็นระบบฐานข้อมูลแล้ว การบูรณะข้อมูลให้กลับคืนสู่สภาพปกติจะมีโปรแกรมชุดเดียวและมีผู้ดูแลเพียงคนเดียวที่ดูแลทั้งระบบ ซึ่งย่อมต้องมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันแน่นอน

ในด้านของ Google การที่เข้ามาซื้อ Jambool ซึ่งเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีชำระเงินออนไลน์ที่สามารถแปลงสกุลเงินในโลกจริงให้เป็นเงินเสมือนเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ น่าจะเป็นการเข้ารุกตลาดเกมส์ออนไลน์อย่างแท้จริงของ Google และยังเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบเงินตราที่สามารถใช้ได้ในเกมส์ออนไลน์และยังคงมีค่าในชีวิตจริง เพื่อเป็นการที่จะสามารถแข่งขันกับทาง Facebook(Buxter ระบบชำระเงินบนเฟซบุ๊ก) และในปัจจุบันได้เริ่มมีการสร้างเมืองจำลองขึ้นมาในโลกของการออนไลน์แล้ว ถ้ามองในระยะยาวแล้วการซื้อ Jambool ของ Google ครั้งนี้ ถือเป็นการติดเขี้ยวเล็บเพื่อต่อสู้ในอนาคตอย่างแท้จริง ในอนาคตระบบเงินตราอาจจะเปลี่ยนไปเป็นการใช้เงินทางออนไลน์ก็เป็นได้ และอาจจะมีการแลกเปลี่ยนหรือมีตลาดเงินทางออนไลน์ที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือการที่จะก้าวไปถึงจุดที่มีตลาดเงินบนโลกเสมือนจริงนั้นอาจจะต้องมีการป้องกันตรวจสอบกันอย่างเข้มงวดมากขึ้น

Buxter ระบบชำระเงินบนเฟซบุ๊ก

ปัญหาอย่างหนึ่งที่หลาย ๆ คนเห็นตรงกันก็คือ ระบบการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต เมื่อใช้บริการเว็บต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ยิ่งสำหรับเว็บแบบโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีเกมหลากหลาย และมีโอกาสทำเงินจากของขวัญเสมือนจริง ก็ยิ่งพบข้อจำกัดเพราะต่างเกมต่างบริษัททำให้ผู้เล่นเกิดปัญหายุ่งยาก

แนวคิดหนึ่งก็คือ ทำอย่างไรบนอินเทอร์เน็ตหรือบนเว็บ ก็คือการมี “เงินตราเสมือน” สกุลเดียวที่ใช้ในธุรกิจทุกอย่างได้ แทนที่จะต้องไปลงทะเบียนใช้บัตรเครดิตกับทุกเจ้าที่เข้าไปใช้บริการ แทนที่จะใช้เงินจริงซื้อเครดิตหรือ “เงินเสมือนจริง” แล้วก็ใช้ไปได้กับทุก ๆ อย่างบนนั้น

แน่นอนว่าแนวคิดนี้ในทางปฏิบัติน่าจะเป็นได้ยาก อย่างน้อยในระยะสั้น ๆ ในอนาคตยาว ๆ ก็ไม่แน่

flickr:4931563273

บนเฟซบุ๊กตอนนี้มีแอปพลิเคชั่นเสริม ตัวหนึ่งที่นำเสนอบริการ ซึ่งอาจจะพัฒนาไปสู่จุดที่ว่านั้นได้อย่างน้อยก็สำหรับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ปัจจุบันมีราว ๆ 500 ล้านคนทั่วโลก

บักซ์เตอร์ (www.buxter.com) เป็นแอปพลิเคชั่นที่บริการ “เงินเสมือนจริง” สำหรับนำไปใช้ ทั้งในระดับบุคคลที่จะโอนเงิน ให้แก่กัน การบริจาคเงินให้องค์กรการกุศลต่าง ๆ หรือนำไปใช้ในเกม โดยผู้ใช้บริการที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่นตัวนี้จะสามารถ ใช้เงินจริงเพื่อนำเงินเสมือนจริงไปใช้ได้ ผู้รับเงินเสมือนจริงก็สามารถเปลี่ยนเป็น เงินจริง ๆ ได้ หรือสามารถนำไปใช้ซื้อ “สินค้าเสมือนจริง“ ในเกมบนเฟซบุ๊กที่นำ ระบบดังกล่าวไปใช้ โดยตอนนี้หนึ่งในบริษัทพัฒนาเกมบนโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เริ่มใช้บักซ์เตอร์ในเกมก็คือ Platogo จากออสเตรีย บักซ์เตอร์เป็นเฟซบุ๊กแอปพลิเคชั่นที่เป็นผลงานของ คลิกแอนด์บาย (ClickandBuy. com) บริษัทที่ให้ บริการระบบชำระเงินออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการอยู่ประมาณ 16 ล้านคน และมีร้านค้าที่ “รับชำระเงิน” ผ่านคลิกแอนด์บายราว 16,000 แห่งที่พอจะรู้จักกันก็เช่น ไอจูน สโตร์ ของแอปเปิล เอ็มเอสเอ็น และ เอโอแอล เป็นต้น มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มา 10 ปีแล้ว

ข่าวต้นฉบับ

'เดลล์-กูเกิล' ซื้อบริษัทอุตลุต

ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่สัญชาติอเมริกันอย่างเดลล์ประกาศเทเงิน หลักพันล้านเหรียญสหรัฐซื้อบริษัท 3PAR ผู้ให้บริการระบบเก็บข้อมูลหรือดาต้าสตอเรจ ขณะที่กูเกิลประกาศซื้อบริษัทผู้สร้างเทคโนโลยีชำระเงินออนไลน์ที่สามารถ แปลงสกุลเงินในโลกจริงให้เป็นเงินเสมือนเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์

3PAR ด้วยเงิน 1,150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 36,500 ล้านบาท โดย 3PAR นั้นเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบันทึกและจัดการข้อมูลดิจิตอลที่เปิด ดำเนินงานมานาน 11 ปี โดยเดลล์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ 3PAR จะทำให้ผู้ใช้เดลล์สามารถจัดการระบบไอทีได้ง่ายในราคาประหยัดยิ่งขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีการทำงานเสมือนของ 3PAR นั้นสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์และค่าพลังงานได้จริง

3PAR ในเมือง Fremont ทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียไว้ และจะควบรวมผลิตภัณฑ์ของ 3PAR เข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดาต้าสตอเรจของเดลล์ คาดว่าการควบรวมบริษัทจะเสร็จสิ้นกระบวนการภายในปลายปีนี้

บริษัทผู้สร้างเทคโนโลยีชำระเงินออนไลน์น้องใหม่นาม Jambool ได้ประกาศว่าถูกยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตอย่างกูเกิลซื้อไป ไม่เปิดเผยมูลค่าเม็ดเงินซื้อขายแต่อย่างใด

Jambool นั้นเป็นบริษัทผู้สร้างระบบชำระเงินออนไลน์ในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมหลาย ค่ายในชื่อ Social Gold ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการชำระเงินที่ผู้สร้างเกมออนไลน์จะสามารถรับเงินจากการ ซื้อขายสินค้าเสมือนได้ โดยผู้บริหาร Jambool ระบุว่าต้องการให้นักพัฒนาเกมสามารถจัดการระบบเศรษฐกิจเสมือนได้จากทุก พื้นที่ทั่วโลก

บอกใบ้ว่าก้าวต่อไปของบริษัทเหล่านี้คืออะไร สำหรับกรณีของเดลล์ เท่ากับว่าผู้ใช้จะได้เห็นเดลล์รุกหนักในตลาดสตอเรจอย่างจริงจังในอนาคต เช่นเดียวกับกูเกิล ที่คาดว่ายักษ์ใหญ่กูเกิลจะให้ความสำคัญกับวงการผู้สร้างและจำหน่ายแอปพลิเค ชันออนไลน์แบบเข้มข้นขึ้น

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2553 11:53 น.

อ้างอิง