IT Report1 5210211084

สรุปเนื้อหาข่าว
ในปัจจุบัน Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter , Youtube สามารถโยงใยให้เราได้เจอบุคคลที่คุยกันในเรื่องที่สนใจได้อย่างคอเดียวกัน สามารถเชื่อมโยงเพื่อนของเรา เข้ากับเพื่อนของเขา สามารถสร้างสรรค์สังคมใหม่ๆให้กับทุกคนสามารถแชร์ประสบการณ์ที่ตนเองได้พบเจอมาก สถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ และยังสามารถเชื่อมโยงการสื่อสารภายในองค์กร และภายนอกองค์กรเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบสนองรูปแบบชีวิตของมนุษย์ยุคปัจจุบันนั่นเอง
คุณพาที สารสิน ในฐานะผู้บริหารสายการบินนกแอร์ เขามีไอเดียในการนำนิว มีเดียมาพัฒนาวงการท่องเที่ยว โดยเขาใช้ทวิตเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในการทำการตลาดของนกแอร์ ซึ่งในหมู่ชาวทวิตเตอร์จะรู้จักเขาในนาม @patee122 ในปัจจุบันมี followers ที่ติดตามการทวีตของเขาเกือบ 12,000 คน

โดยในมุมมองของเขาสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น จะได้รับประโยชน์อย่างมาก เพราะ Social Network สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเดินทางไปถึงที่ไหน ก็สามารถโพสต์ข้อความหรือรูปได้ทันที ยิ่งมีเครือข่ายมาก ข้อมูลจะถูกกระจายในวงกว้าง หากนำไอเดียนี้มาโปรโมทท่องเที่ยวไทยจะทำได้ทันที และในปัจจุบันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆเช่นนักท่องเที่ยวจากจีนที่สนใจและมีความต้องการท่องเที่ยวในบรรยากาศสนุกสนาน มาพักผ่อนมาชอปปิงที่พัทยา หรือกลุ่มตะวันออกกลางที่มาเพื่อแสวงหาความสำราญที่ประเทศเขามีข้อห้าม เป็นต้น ซึ่งอาจจะอาศัย Social Media ต่างๆ เป็นช่องทางโฆษณาประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนต่ำ
แม้การเล่นเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์จะเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน ไม่เกี่ยวกับองค์กร แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายคนผูกโยงไว้กับองค์กรที่ทำงานด้วยเช่นกัน ทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา จะถูกมองว่าเป็นเรื่องของนกแอร์ไปด้วย นอกจากนั้น นกแอร์ยังพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น การซื้อตั๋วนกแอร์ผ่านไอโฟน และทำให้ยอดขายผ่านช่องทางนี้เพิ่มขึ้นถึง 300% และพร้อมจะขยายไปสู่บริการอื่นๆปัจจุบันจำนวนผู้ใช้ไอโฟนในเมืองไทยอยู่ที่ 5 แสนเครื่อง และเชื่อว่าอีกไม่นานจะถึง 1 ล้านเครื่อง ส่วนการใช้ BlackBerry อยู่ที่ 1.5-2 แสนราย เมื่อเทียบกับทั่วโลกที่มีการใช้บีบีและไอโฟนกว่า 40 ล้านคนแล้ว เรียกได้ว่าเมืองไทยยังอยู่ระดับน้อยมากเพียงแค่หลักแสนเท่านั้น แต่โอกาสการเติบโตมีทิศทางดีในอนาคต
ทางด้านคุณ อริยะ พนมยงค์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์และคอนเวอร์เจนซ์ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความคิดเห็นว่าผู้บริโภคมากกว่า 90% อาจจะชมรายการทีวี แต่เปอร์เซ็นต์ของความเชื่อโฆษณาจากรายการทีวีมีต่ำ หากจะเทียบกับความเชื่อจากเพื่อน ดังนั้นช่องทาง Social Network จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะเชื่อมโยงข้อมูลในสังคม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันตัวอย่างในโลกแห่งการท่องเที่ยวปัจจุบัน อาจจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส จากช่องทาง Social Media สร้างเครือข่ายแฟนคลับขึ้นมา เราสามารถให้ข้อมูลต่างๆ ไปสู่เครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว หากเราทราบว่ามีผู้ไม่เข้าใจเรา ก็สามารถตอบกลับได้ทันที เมื่อเราแก้ปัญหา คำติอาจกลายเป็นคำชมก็ได้

วิเคราะห์ข่าว
Facebook และ Twitter เป็น สื่อที่ทรงพลังของการสื่อสารการตลาดบนสังคมออนไลน์ หรือที่เรียกว่าเป็น Social Media Marketing ซึ่งเป็นเทรนที่กำลังมาแรงทางเทคโนโลยีและทางการตลาด ในปัจจุบันมีการนำ Social Media มาใช้ในธุรกิจมากขึ้น เพราะว่า Facebook สามารถช่วยให้ธุรกิจส่ง Message ทางการตลาดได้ถึงและตรงกลุ่มเป้าหมายด้วยต้นทุนต่ำ ดังนั้นผู้ประกอบการต่างๆต้องเร่งทำความเข้าใจในสื่อใหม่ อย่าง Facebook และ Twitter และนำมาประยุต์ใช้ให้เข้ากับ Business Model ในธุรกิจตนเองเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านธุรกิจ แล้วจากการสำรวจ 10 อันดับ Social Media ยอดนิยมในประเทศไทย 2010 จะเห็นได้ว่า Facebook มาเป็นอันดับ1 และ Twitter ก็มีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วและการใช้งานมีหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น Notebook , PC , หรือ Mobile Internet ดังนั้นถ้าผู้ประกอบการรายใดนำ Social Media มาประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมและรวดเร็วก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของ Social Media ในการนำมาใช้กับองค์กร
1. ช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดย สามารถจัดการควบคุม ดูแล และกำหนดรูปแบบต่าง ๆ ได้เอง ทำให้เราสื่อสารได้ในวงกว้าง และสามารถทำได้ตลอดเวลา
2. เป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และเข้าถึงลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องมาหาแบบสำรวจให้มันยุ่งยาก
3. แลกเปลี่ยนความรู้ มีการใช้ social network มาใช้ในองค์กรจะช่วยให้คนในองค์กร ได้แลกเปลี่ยนความรู้และเปลี่ยนเทคนิคระหว่างกันก็กระจายความรู้ไปได้มากขึ้น
4. ง่ายต่อการประสานงาน social network จะช่วยในการบริหารจะเกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการประสานงานในองค์กรก็จะทำได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. เข้าถึงข้อมูล ข่าวสารได้เร็ว การ ใช้ social network จะช่วยให้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ และเทคนิคใหม่ ซึ่งการเรียนรู้เทคนิคพวกนี้จะเกิดขึ้น และเป็นไปอย่างรวดเร็วเพราะจะมีการอัพเดตข่าวสารข้อมูลภายในองค์กรตลอดเวลา

การนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ
ผู้นำองค์กรจะสามารถสื่อสารกับองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถติดต่อกับทุกคน ได้ทุกเวลา ผ่านช่องทาง Social Network นอกจากนี้อาจจะใช้ในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคได้มากขึ้นจากการแนะนำผ่านคนในเครือข่ายด้วยกันให้รู้จักกับแบรด์หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้มากขึ้น Social Network ยังสามารถช่วยให้เกิดการ "สื่อสารระหว่างกิจกรรมในองค์กร" ได้ด้วยและอาจให้ความรู้สึกดีกว่าการประชุมงานในห้องประชุมได้ในบางโอกาส การบันทึกข้อมูลในการติดต่อผ่าน Social Media ไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีตอีกต่อไป การทำงานในแต่ละแผนก สะดวกรวดเร็ว โดยมีผู้บริหารให้คำปรึกษาในแต่ละแผนกได้ทันที รวมไปถึงการส่งโปรโมชั่นใหม่กับศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้สื่อสารกันได้ สะดวกรวดเร็ว และอาจได้รับคำแนะนำใหม่ๆได้อีกด้วย
นักการตลาดที่ดี "ต้องเข้าใจ" และสามารถ "วางกลยุทธ์" ในการผสมผสาน Social Network เข้ากับ E-Commerce ให้ได้อย่างกลมกลืนที่สุด เมื่อนั้น Social Network จะสามารถสร้างยอดขายให้กับ สินค้าหรือ Brand ได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว