5210211081 1 Mvno 3g

สรุปข่าว
นายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการกลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจโทรคมนาคม ถือเป็นกลจักรสำคัญ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เป็นอันดับ 3 รองจากกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 15-20% ในอีก 2 ปีข้างหน้า
หลังจากที่ กทช. ได้มีการผลักดันให้มีการประมูลใบอนุญาต 3G มาตลอด ถึงตอนนี้ก็ได้มีผู้เสนอรายชื่อเข้าร่วมประมูลมาแล้ว ต่อจากนี้ไป ทาง กทช. ก็มีเจตนารมณ์ว่า จะทำอย่างไรให้ไทยได้อยู่ในแถวหน้าของอาเซียนให้ได้ ทำให้ต้องมีการพัฒนาเข้าสู่เทคโนโลยี 3.9G
ถึงแม้ในปัจจุบันนี้จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ในไทย จะมีมากถึง 60-70 ล้านเลขหมาย เรียกได้ว่าพอๆกับจำนวนประชากร แต่ก็ยังคงมีช่องว่างอยู่มาก เนื่องจากส่วนมากจะเป็นการใช้บริการทางด้านโทรเข้าโทรออกมากกว่า ยังมีช่องว่างในเรื่องการบริการทางอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งปัจจุบันมีการใช้บริการเพียง 3% เท่านั้น ในขณะที่โทรศัพท์พื้นฐานครอบคลุมเพียง 10% ดังนั้นการขยายพอร์ตลูกค้าบรอดแบนด์ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโทรศัพท์บ้าน จึงมีข้อจำกัดด้านระยะเวลา ดังนั้น 3G จะเข้ามาอุดช่องว่าง 90% ที่เหลือที่โครงข่ายเดิมไปไม่ถึง อีกทั้งยังจะช่วยให้การสื่อสารในเมืองและต่างจังหวัดไม่มีความเหลื่อมล้ำ รวมถึงประสิทธิภาพ และการเปลี่ยนแปลงทุกด้านของสังคมไทย
นอกจากนี้การประมูล 3G จะช่วยพัฒนาให้ผู้ประกอบการรายเล็ก(MVNO) มีโอกาสในการเติบโต เพราะ กทช.กำหนด ให้ 40% ของคลื่นที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานจะต้องจัดสรรให้ผู้ประกอบการรายอื่นไปพัฒนา เพื่อในอนาคตผู้ประกอบการรายเล็กๆอาจได้ก้าวขึ้นเป็นรายใหญ่และมาร่วมประมูลใบอนุญาต 4G ในอีก10 ปีข้างหน้า และยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มผู้ผลิต คอนเทนต์หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆด้วย

นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) มีความสนใจที่จะเข้าร่วมทำ MVNO เนื่องจากต้องการเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคมนานแล้ว แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความเชี่ยวชาญ แต่การที่ กทช.เปิดให้ทำ MVNO ได้ เป็นหนทางให้แกรมมี่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจกิจนี้ง่ายขึ้น อีกทั้ง ทางแกรมมี่เอง ก็มีความถนัดและมีคอนเทนต์ในด้านบันเทิงครบวงจรอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพยนตร์ รายการเคเบิล หรือการท่องเที่ยว ซึ่ง 3G จะเป็นช่องทางนำคอนเทนต์ที่แกรมมี่มีเข้าสู่ผู้ใช้บริการโดยอาจจะทำซิมสำหรับแกรมมี่ โดยแกรมมี่ได้ตั้งงบประมาณสำหรับลงทุนเป็น MVNO ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาขอให้บริการ MVNO กับดีแทค เอไอเอสและทรูมูฟ'
ส่วนทางทรูมูฟเอง ก็ได้ออกมาบอกว่า ได้พิจารณาเปิดทางให้พันธมิตรต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในบริษัท หากได้รับใบอนุญาต3G เนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยบริษัทเห็นว่าสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติควรอยู่ระดับ25% ซึ่ง ทางกลุ่มทรูได้เข้ารับซองเอกสารประมูลใบอนุญาต3Gในนามทรูมฟ และ บริษัท เอส แอนด์ เค ไวร์เลส จำกัด ซึ่งบริษัท มีแผนเปลี่ยนชื่อเป็น"เรียลมูฟ"เพื่อให้สอดคล้องกับ ทรูมูฟ อีกทั้ง เอส แอนด์ เคฯ เป็นชื่อที่ใกล้เคียงกับผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของเกาหลี จึงกังวลว่าอาจทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดได้

วิเคราะห์ข่าว

MVNO (Mobile Virtual Network Operator) แปลเป็นไทยว่าผู้ให้บริการเสมือน หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่ไม่ได้วางโครงข่ายเอง แต่ไปเหมาจากเจ้าของโครงข่ายมาให้บริการต่ออีกทอดหนึ่ง ประเด็นเกิดจากว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมไทยหรือ TOT มีศักยภาพในด้านการวางโครงข่ายและดำเนินงานทางวิศวกรรม แต่ไม่มีความสามารถในด้านการตลาด MVNO คือคำตอบ เมื่อ ทีโอที กับ กสท. ถนัดงานช่าง งานวิศวกรรม ในการทำโครงการ การวางเครือข่ายแต่ขาดทักษะการให้บริการและทำการตลาด ก็เปิดโอกาสให้เอกชนเช่าช่วงเหมาต่อแทน ซึ่ง MVNO นี้ ใช้กันมาทั่วโลกแล้ว เรียกได้ว่าเป็นการใช้โครงข่ายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในตอนนี้มีผู้เสนอชื่อขอไลเซนส์ MVNO มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น i-mobile ,J-mart หรือ M Conzult Asia ซึ่ง MVNO แต่ละรายก็มีความถนัดที่โดดเด่นแตกต่างกันไป แต่จะมีความถนัดในเรื่องการตลาดที่มากกว่า TOT ไม่ว่าจะเป็น การจัดโปรโมชั่นต่างๆให้โดนใจผู้ใช้บริการ ซึ่งต้องอาศัยความรู้ในเรื่อง brand และ ประสบการณ์กับผู้บริโภคมากกว่า
หน้าที่ของ MVNO ที่สำคัญคือการให้บริการในเรื่อง data service ซึ่งการให้บริการกับ 3G ไม่ใช่แค่การให้บริการทั่วๆไปแต่จะเป็นเน้นในเรื่อง multimedia data, broadband ,application และการที่ MVNO รายใดจะครองใจผู้ใช้บริการได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ความแตกต่างของการให้บริการ ว่าจะดึงดูด หรือว่าโดนใจผู้ใช้งานมากแค่ไหน เพราะส่วนหนึ่งก็ต้องน่าสนใจมากพอที่จะดึงให้กลุ่มลูกค้าที่ยังคงใช้โทรศัพท์ในรูปแบบเดิม คือ แค่ใช้โทรเข้าโทรออก หันมาสนใจและพร้อมที่จะจ่ายค่าบริการเลือกใช้บริการของตนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะเข้าตลาดที่ตัวเองถนัด ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือการเข้าถึงประชาชน

อย่างในกรณี GMM เอง มีพื้นฐานการให้บริการในเรื่อง คอน เทนต์จากธุรกิจเดิมมากอยู่แล้ว มีทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงาน ซึ่งก็คือ กลุ่มเดียวกับผู้ที่มีแนวโน้มที่จะใช้บริการ 3G ในอนาคต ซึ่งนั่นก็คือจุดยืนที่ชัดเจนของ แกรมมี่ และเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างให้GMM จาก MVNO รายอื่น เช่น i-mobile ที่มีความพร้อมในเรื่อง handset มีจุดเด่นในเรื่อง มีโทรศัพท์ที่หลากหลาย และมีเครื่องลูกข่ายหรือโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ไอ-โมบาย ในระบบ 3G ที่พร้อมเข้ามาทำตลาดในระดับราคาที่ 5 พัน-1 หมื่นบาท เป็นการเพิ่มช่องทางให้กับผู้ที่ต้องการใช้บริการ 3G ที่มีกำลังซื้อไม่สูงมาก ซึ่งตอบโจทย์กับความต้องการของ กทช.เอง ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำเรื่องการสื่อสารของคนในเมืองและในต่างจังหวัด อีกทั้งยังส่วผลในเรื่องการเปลี่ยนแปลง พัฒนาด้านต่างๆของประเทศไทยได้อีกด้วย
จะเห็นได้ว่า นอกจาก MVNO จะเป็นทางออกให้กับ TOT ในเรื่องการทำการตลาดแล้ว ยังเพิ่มโอกาสและรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้ามาร่วมธุรกิจประเภทโทรคมนาคม และยังส่งผลประโยชน์โดยตรงต่อผู้ใช้งานด้วย เนื่องจาก ผู้ให้บริการแต่ละรายต้องให้บริการได้ตรงกับหลักการของเทคโนโลยี 3G คือต้องตอบสนองการรับส่งข้อมูลจำนวนมากได้รวดเร็ว เนื่องจากการใช้งานของผู้บริโภคในปัจจุบันได้เปลี่ยนไป social networking เข้ามามีบทบาทมากขึ้น อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การมี MVNO หลายราย จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันและพัฒนาให้เกิดคุณภาพของสินค้าและบริการที่ดีและโดนใจผู้บริโภคได้มากที่สุด และสุดท้ายเทคโนโลยีเหล่านี้ก็จะเข้ามาช่วยลดช่องว่าง ลดความแตกต่างระหว่างคนเมืองและคนต่างจังหวัดได้บ้างไม่มาก็น้อย เพราะ3G จะเข้ามาอุดช่องว่างของ บรอดแบรนด์ ทำให้ข้อมูลข่าวสารสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้น

เนื้อหาข่าว
'อากู๋' เตรียม 1 พันล.บริการ MVNO 3G
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง Telecom Innovation Growth and 3G Opportunity ว่าการผลักดันให้มีการประมูลใบอนุญาต 3G มาตลอดระยะเวลา 5 ปี ของ กทช.ถึงวันนี้เจตนารมณ์ของ กทช.คือทำอย่างไรที่ไทยจะได้อยู่แถวหน้าของอาเซียน ดังนั้นจึงต้องการที่จะให้พัฒนาโครงข่ายสู่เทคโนโลยี 3.9G

อย่างไรก็ตามจากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือของไทย 60-70 ล้านเลขหมายถือว่า ยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก ทั้งกลุ่มที่ยังใช้เบอร์เดียว ที่สำคัญคือบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่ปัจจุบันมีการใช้บริการเพียง 3% ของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น ขณะที่โทรศัพท์พื้นฐานครอบคลุมเพียง 10% ดังนั้นการขยายพอร์ตลูกค้าบรอดแบนด์ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานจึงมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาดังนั้น 3G จะเข้ามาอุดช่องว่าง 90% ที่เหลือที่โครงข่ายเดิมไปไม่ถึง อีกทั้งยังจะช่วยให้การสื่อสารในเมืองและต่างจังหวัดไม่มีความเหลื่อมล้ำ รวมถึงประสิทธิภาพ และการเปลี่ยนแปลงทุกด้านของสังคมไทย

นอกจากนี้ ในแง่ของการลงทุน 3G ยังมีโอกาสให้กับผู้ประกอบการขนาดย่อม ด้วยเงื่อนไขการให้ใบอนุศาตที่กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องเปิดให้มีผู้ให้บริการรายย่อย (MVNO) อย่างน้อย 40% เพื่อให้คนไทยที่มีทุนน้อยได้มีโอกาสประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งในอนาคตผู้ประกอบการรายเล็กเหล่านี้จะก้าวขึ้นเป็นรายใหญ่ ที่จะสามารถเข้าร่วมการประมูลใบอนุญาต 4Gในอีก 10 ปีข้างหน้า อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มผู้ผลิตเนื้อหา (คอนเทนต์) แอปพลิเคชั่น ต่างๆอีกด้วย

พ.อ.นที กล่าวว่า ใบอนุญาต 3G ยังจะทำให้ผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ที่จะเข้ามาสามารถแข่งขันได้อย่างเสรี ด้วยกฎเกณฑ์การเชื่อมต่อเลขหมาย (อินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จ หรือ ไอซี) ประกาศการใช้โครงข่ายร่วม บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทบิลิตี้) และยังมีโอกาสจากการที่รัฐบาลพยายามเปลี่ยนผ่านระบบสัมปทานมือถือเดิมสู่ระบบใบอนุญาต

นายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. กล่าวว่า การเปิดเสรีโทรคมนาคมในอนาคตที่จะมีมากขึ้น 3Gจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนไทยฟื้นได้ จากการคาดการณ์การเติบโตของผู้ใช้มือถือในอาเซียน 500 ล้านเลขหมาย ในปี 2015 การที่ไทยมี 3G จึงจะมีส่วนช่วยอย่างมากและยังทำให้ไทยเลิกจากตลาดกินรวบแบบ 2 Gในปัจจุบันเป็นลักษณะแบ่งกันกิน มีผู้ประกอบการเกิดขึ้นจำนวนมากทั้งรายใหญ่ รายเล็ก

นายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการกลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจโทรคมนาคม ถือเป็นกลจักรสำคัญ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีทุนเป็นปัจจัยสำคัญ บริษัทที่เข้าจดทะเบียนในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จำนวน 26 บริษัท คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) รวมกันกว่า 5.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 8.2% เป็นอันดับ 3 รองจากกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 15-20% ในอีก 2 ปีข้างหน้า

นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สนใจธุรกิจนี้มานานแล้วเพราะมองว่าธุรกิจมีเดียและธุรกิจโทรคมนาคมจะหลอมรวมกันในอนาคต ที่ผ่านมาไม่สามารถเข้าสู่ธุรกิจนี้ได้เป็นเพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความเชี่ยวชาญ แต่การที่ กทช.เปิดให้ทำ MVNO ได้ เป็นหนทางให้แกรมมี่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจกิจนี้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้สำหรับบริการ 3G และ 4G ต้องการใช้งานคอนเทนต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งแกรมมี่เป็นผู้ประกอบการรายหนึ่งที่มีคอนเทนต์ ด้านบันเทิง เพลง หนัง ท่องเที่ยว รายการโทรทัศน์ผ่านเคเบิล เป็นจำนวนมาก ซึ่ง 3G จะเป็นช่องทางนำคอนเทนต์ที่แกรมมี่มีเข้าสู่ผู้ใช้บริการโดยอาจจะทำซิมสำหรับแกรมมี่

'เราวางงบประมาณสำหรับลงทุนเป็น MVNO ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาขอให้บริการ MVNO กับดีแทค เอไอเอสและทรูมูฟ'

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าบริษัทอาจจะพิจารณาเปิดทางให้พันธมิตรต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในบริษัท ทรูมูฟ หากได้รับใบอนุญาต3G เนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยบริษัทเห็นว่าสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติควรอยู่ระดับ25% แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินวงเงินทุนที่จำเป็นต้องใช้ด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มทรูได้เข้ารับซองเอกสารประมูลใบอนุญาต3Gในนามทรูมฟ และ บริษัท เอส แอนด์ เค ไวร์เลส จำกัด ซึ่งบริษัท มีแผนเปลี่ยนชื่อเป็น"เรียลมูฟ"เพื่อให้สอดคล้องกับ ทรูมูฟ อีกทั้ง เอส แอนด์ เคฯ เป็นชื่อที่ใกล้เคียงกับผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของเกาหลี จึงกังวลว่าอาจทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดได้

อ้างอิง
http://news.hatyaicart.com/?p=10556
http://www.marinerthai.com/forum/index.php?topic=746.msg2050#msg2050
http://forum.asteriskthailand.com/index.php?PHPSESSID=b68disvu8kcrj601hmlsdgort1&topic=1890.msg2429#msg2429
http://article.wn.com/view/WNAT3baec425ef42a7661cb8a03091b7136a/
http://www.blognone.com/node/14127
http://www.aircardshop.com/AIRCARD-EDGE-3G-AIS-DTAC-Sierra-2-80.html