รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (TH e-GIF)
ก.ไอซีที เปิดเวทีวิพากษ์คู่มือมาตรฐานรายการข้อมูล TH e-GIF

สรุปข่าว
กระทรวงไอซีที ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนากรอบแนวทางการเชื่อมโยงพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (TH e-GIF) เพื่อให้หน่วยงานสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถบริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระทรวงฯ ได้ดำเนินโครงการ TH e-GIF มาอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะที่ 4 ในปี 2553 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อจัดทำแผนการดำเนินงาน หรือ Roadmap ในการจัดทำมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ระยะสั้น 1 ปี ระยะกลาง 3 ปี และระยะยาว 5 ปี พร้อมทั้งส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ กระทรวงฯ ได้จัดทำกรอบแนวทางมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแห่งชาติ หรือ TH e-GIF เวอร์ชั่น 1.1 ขึ้นในปี 2550 พร้อมทั้งได้เผยแพร่และนำส่งให้ทุกส่วนราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ใช้เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และในปี 2552 ได้ทำการปรับปรุงกรอบแนวทางการเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในเวอร์ชั่น 2.0 ขึ้น เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันรวมทั้งให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งสร้างแผนการดำเนินงาน หรือ Roadmap ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนนำกรอบแนวทางการเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ เวอร์ชั่น 2.0 ไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำมาตรฐานข้อมูลขึ้นจำนวน 3 ระบบข้อมูล (Transaction) และกระทรวงฯ ยังได้นำประสบการณ์จากการจัดทำมาตรฐานข้อมูล รวมทั้งการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไปจัดทำเป็นคู่มือการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ส่วนของการวิเคราะห์
กรอบแนวทางการเชื่อมโยงอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ” หรือ “Thailand e-Government Interoperability Framework” (TH e-GIF) ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ดำเนินโครงการจัดทำกรอบแนวทางมาตรฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างระบบสารสนเทศภาครัฐที่มีความแตกต่างกันได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อนำไปสู่การสร้างระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถให้บริการร่วมแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวกัน และบูรณาการเชื่อมโยงระบบข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐได้
ข้อดีและประโยชน์ของการนำโครงการมาใช้

- จะช่วยขจัดอุปสรรคในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เดิมขาดการใช้กฎกติการ่วมในการพัฒนาระบบให้สอดคล้องกันและลดปัญหาของโครงสร้างและรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการออกแบบ
- การประสาน การพัฒนา การกำกับดูแล การรวบรวม และ ปรับปรุงมาตรฐานการเชื่อมโยงนี้อย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่สำคัญในการผลักดันการสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศให้มีความก้าวหน้าและมีความสามารถในการประสานความร่วมมือเชิงอิเล็กทรอนิกส์ (Collaborative e-Services) ในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต
- ใช้เป็นคู่มือในการสร้างระบบไอซีทีที่มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและปฏิบัติงานร่วมระหว่างระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสมและคุ้มค่า ต่อไป
- มีระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถให้บริการร่วมและเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวกันได้ (Link-up Service หรือ One Stop Service ) อันจะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุดแก่ทางราชการ รวมทั้งเกิดประโยชน์แก่ประชาชนในการที่จะได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น
- เป็นการสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาระบบเชื่อมโยงสารสนเทศและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และธุรกิจภายในประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงกับนานาประเทศ

ข้อจำกัดของโครงการ
- กระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาและบริหารจัดการมาตรฐานนี้ต้องได้รับความร่วมมือ และมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นภาพธรรมและชัดเจนจึงจะเกิดผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพ
- ในเรื่องของบุคลากรที่ต้องมีการฝึกอบรม ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบ เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของโครงการได้อย่างเหมาะสม
- เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรฐานทางเทคนิคในกรอบแนวทางมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแห่งชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
- การขาดมาตรฐานในการจัดเก็บข้อมูล รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลและโครงสร้างของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บมีความแตกต่างกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ
- การขาดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลในลักษณะของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายไม่สอดคล้องกัน
- การขาดกลไกมาตรฐานเพื่อบริหารการบูรณาการ กล่าวคือ ยังไม่มีระบบกลางที่เป็นตัวเชื่อมโยงระบบต่างๆ ให้เชื่อมโยงกันได้อย่างสมบูรณ์และสามารถประมวลผลภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การมีแม่ข่าย UDDI (Universal Description Discovery and Integration) แห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นเสมือนสมุดหน้าเหลือง/หน้าขาว ในการสืบหาข้อมูลที่ได้รับการเชื่อมโยงทั้งหลาย เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งหมดดังกล่าวอันจะนำไปสู่เป้าหมายOne Stop Service MICT ได้มีการจัดทำ "กรอบแนวทางมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแห่งชาติ" หรือ "แนวทางบูรณาการข้อมูลภาครัฐด้วยการสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมระหว่างระบบประเทศไทย"(Thailand e-Government Interoperability Framework)
สรุป
เทคโนโลยีไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่บ่งชี้ความสำเร็จในการบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐและการพัฒนาระบบบริการร่วมอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถให้บริการแบบเบ็ดเสร็จจากจุดเดียวกัน กล่าวคือ การพัฒนาระบบที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินการด้านนโยบาย การจัดตั้งกลไกองค์กร การปรับกฎระเบียบ การลดรูปขั้นตอนการดำเนินงานและเอกสารที่เกี่ยวข้องขนานไปด้วย ปัจจัยของความสำเร็จในการพัฒนาระบบบริการร่วมอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ การกำหนดนโยบายที่ชัดเจน การมีหน่วยงานเจ้าภาพที่เข้มแข็ง การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การกำหนดขอบเขตของโครงการให้ชัดเจนและมีการติดตามประเมินผลตลอดทุกขั้นตอน การออกแบบระบบเพื่อการดำเนินการต้องคำนึงถึงความพร้อมพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารที่แท้จริงของประเทศ ตลอดจนสภาวะความพร้อมของกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ที่ดี จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ข่าวต้นฉบับ
ก.ไอซีที เปิดเวทีวิพากษ์คู่มือมาตรฐานรายการข้อมูล TH e-GIF
นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการวิพากษ์คู่มือการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการพัฒนากรอบแนวทางการเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ระยะที่ 4 ว่า กระทรวงไอซีที ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนากรอบแนวทางการเชื่อมโยงพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (TH e-GIF) เพื่อให้หน่วยงานสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถบริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“กระทรวงฯ ได้ดำเนินโครงการ TH e-GIF มาอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะที่ 4 ในปี 2553 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อจัดทำแผนการดำเนินงาน หรือ Roadmap ในการจัดทำมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ระยะสั้น 1 ปี ระยะกลาง 3 ปี และระยะยาว 5 ปี พร้อมทั้งส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ กระทรวงฯ ได้จัดทำกรอบแนวทางมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแห่งชาติ หรือ TH e-GIF เวอร์ชั่น 1.1 ขึ้นในปี 2550 พร้อมทั้งได้เผยแพร่และนำส่งให้ทุกส่วนราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ใช้เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และในปี 2552 ได้ทำการปรับปรุงกรอบแนวทางการเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในเวอร์ชั่น 2.0 ขึ้น เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันรวมทั้งให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น” นายธานีรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งสร้างแผนการดำเนินงาน หรือ Roadmap ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนนำกรอบแนวทางการเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ เวอร์ชั่น 2.0 ไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำมาตรฐานข้อมูลขึ้นจำนวน 3 ระบบข้อมูล (Transaction) และกระทรวงฯ ยังได้นำประสบการณ์จากการจัดทำมาตรฐานข้อมูล รวมทั้งการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไปจัดทำเป็นคู่มือการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
“สำหรับการวิพากษ์คู่มือการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลฯ ครั้งนี้ กระทรวงฯ ได้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็น พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะในการปรับปรุงคู่มือการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ให้สามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐเกิดการพัฒนามาตรฐานรายการข้อมูลและยกระดับคุณภาพในการใช้ข้อมูลร่วมกัน อันเป็นการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและส่งเสริมการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนด้วย” นาย ธานีรัตน์ กล่าว
แหล่งที่มาของข่าว: http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=3442&filename=index
อ้างอิง: http://egif.mict.go.th/document/12022010-DrAsanee-Intro.pdf





