*IBM ติดตั้งระบบคลาวด์ สำหรับงานวิจัย GENOME (งานวิจัยกลุ่มยีนในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต)

IBM ติดตั้งระบบคลาวด์ สำหรับงานวิจัย GENOME (งานวิจัยกลุ่มยีนในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต)

ibm13.jpg

สรุปข่าว

จากความก้าวหน้างทางด้านเทคโนโลยีทางด้านระบบ IT ในปัจจุบัน ในเรื่องระบบการจัดเก็บข้อมูลจากเดิม ที่มีการจัดเก็บในลักษณะต่างคน ต่างเก็บ แยกไปตามองค์กร หรือบริษัทจะพบว่าข้อมูล และปัญหาของงานวิจัยและพัฒนาทั้งสินค้า และบริการ ก็ไม่ได้มีการร่วมแชร์ข้อมูลเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นเพียงพอ ถ้ามีก็ส่วนใหญ่จะใช้เวลาหลายวันในการติดต่อประสานงาน ส่งข้อมูลกันไปมา บางทีใช้เวลากันเป็นอาทิตย์ๆ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับงานทางด้านการแพทย์ ก็เช่นกันอย่างในกรณีนี้ ทางไอบีเอ็ม ได้ยื่นมือเข้ามามีส่วนร่วมยกระดับ ความสามารถตรงจุดนี้ ด้วยการเสนอ ระบบ คลาวด์คอมพิวติ้งให้

โดย ไอบีเอ็ม ได้ร่วมมือกับ ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรต่างๆทางการแพทย์ ของมหาวิทยาลัย มิซซูรีในสหรัฐอเมริกา ริเริ่มโครงการพัฒนา งานวิจัยกลุ่มยีนในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต หรือ จีโนรีเสิร์จ (Genome Research) โดยจัดเตรียมระบบ คลาวด์ (Cloud) และคาดหวังว่าจะขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุมไปถึงระดับภูมิภาคให้ได้ในอนาคต
โดยระบบ คลาวด์จะอนุญาติให้ นักวิจัยต่างๆ และบุคลากรทางการแพทย์ สามารถเข้ามาแชร์ข้อมูล การค้นพบ และบันทึกข้อมูลกลุ่มยีนส์เข้าสู่ส่วนกลาง ทำให้การทำงานมีสมรรถนะดีขึ้น ทำการต่อยอด ประมวลผล วิเคราะห์ลำดับได้อย่าง รวดเร็ว ในที่นี้ก็ เป็นงานวิจัยถึง Sequencing ของ DNA จากจุดนี้จะช่วยผลักดันงานวิจัย ชีวสารสนเทศศาสตร์ ในปัจจุบันให้มีความก้าวหน้า และจะช่วยปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น

ในงานวิจัย และพัฒนาที่สามารถนำมาใช้กับ ระบบคลาวด์ นี้ ยกตัวอย่างเช่น ศึกษาการเปลี่ยนแปลง พันธุศาสตร์เฉพาะ ในเซลล์มะเร็ง คือช่วยหมอตัดสินใจว่า จะดูแลรักษาคนไข้เหล่านั้นอย่างไรดี เช่น มะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้, มะเร็งปอด, มะเร็งเม็ดเลือดขาว เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงเซลล์มะเร็งเหล่านั้น ในปัจจุบันตัวอย่างของ DNA ต้องถูกส่งไปยังห้องปฎิบัติการ เพื่อวิเคราะห์หา ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่ด้วยการเข้าถึงระบบคลาวด์นี้ ทำให้ Staff สามารถตรวจหาลำดับ และวิเคราะห์ ตัวอย่างเหล่านั้น ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที

นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ได้รวดเร็วต่อไปด้วย ซึ่งนับวันเทคโนโลยีทางชีวสารสนเทศก็มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยนาย Gordon Springer กรรมการด้านวิทยาศาสตร์ของสมาคม Missouri Bioinformatics ของมหาวิทยาลัย Missouri กล่าวว่า “การมีทรัพยากรเหล่านี้จะทำให้การค้นพบต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยทางไอบีเอ็ม จะจัดทำ เป็นโครงการ 3 ระยะด้วยกัน กล่าวคือ ในระยะแรกของโครงการ ระบบ Cloud ทางไอบีเอ็ม กล่าวว่า จะเสนอระบบคอมพิวเตอร์ และซอฟแวร์ประสิทธิภาพสูง ที่ชื่อว่า “iDataPlex” ซึ่งจะช่วยรวบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเข้าไว้ด้วยกัน และเพิ่มความเร็ว ของงานวิเคราะห์ มนุษย์, พืช และสัตว์. ในระยะที่สองของโครงการ ระบบ Big Blue และทางมหาวิทยาลัย จะทำงานด้วยกันเพื่อที่จะสร้างสภาวะต้นแบบของระบบ คลาวด์. และระยะสุดท้าย ก็จะเห็นเป็นระบบ คลาวด์กลุ่มงานวิจัยเกี่ยวกับยีนส์ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ที่กลายมาเป็นระดับปฎิบัติการ และขยายไปสู่ระดับภูมิภาค

แต่ก็ไม่มีกรอบเวลา ระบุเอาไว้ว่า โครงการจะเอาสู่อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ และใช้เวลานานแค่ไหนที่จะเข้าสู่เป้าหมายระยะสุดท้ายของโครงการ ปี ล่าสุดทาง IBM ได้ประกาศ งานวิจัยใหม่ๆผ่านทาง เทคโนโลยี ซึ่งสามารถจะตอบสนองอย่างรวดเร็ว และ ได้มีการดำเนินงานทดสอบเกี่ยวกับกลุ่มยีนของเซลล์สิ่งมีชีวิต ในอดีตที่ผ่านมาบริษัทได้บริจาค ฮาร์ดแวร์ และซอฟแวร์ให้แก่พื้นที่ห่างไกล เพื่อที่ไว้สำหรับเรียนรู้ DNA ของมนุษย์ทั่วโลก ต่อไป และ งานวิจัยศึกษา Blue Gene ตั้งแต่แรกของ ตัวซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นการทำนาย ห่วงโซ่ของหน่วยทางชีวเคมีว่าเป็นอย่างไร

cloud_computing1.jpg

วิเคราะห์ข่าว

จากความร่วมมือ ระหว่างไอบีเอ็ม กับ บุคลากรต่างๆทางการแพทย์ต่างๆ ของมหาวิทยาลัย มิซซูรีในสหรัฐอเมริกา เป็นการชี้ให้เห็นถึง ความก้าวหน้าในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน โดยอาศัยเทคโนโลยี ระบบใหม่ล่าสุดในปัจจุบัน ที่เรียกกันว่า ระบบ คลาวด์ หรือ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) จุดนี้จะช่วยในงานวิจัยพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นไปได้เป็นอย่างมาก อาจจะเรียกว่า ก้าวกระโดดก็เป็นได้ ด้วยการแชร์ข้อมูล และการตอบรับตอบสนองกัน ไปมา ของการวิเคราะห์ผลการทดลอง งานวิจัยต่างๆ จากจุดนี้จะช่วยทำให้การทำงานวิจัยทำได้รวดเร็ว และถูกต้องมากขึ้น สามารถต่อยอดองค์ความรู้ได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวิจัยท่านหนึ่งทำการทดลองศึกษาปฎิกิริยาของสารเคมีชนิดหนึ่ง ต่อกลุ่มยีนเซลล์ (Genome Research) และบันทึกผลการทดลอง รวมทั้งภาพถ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา และแชร์ผลการทดสอบให้นักวิจัยท่านอื่นๆ ได้รับทราบด้วยทำให้เกิดการ discuss กันได้ทันทีชนิดเรียกได้ว่า Real time ทำให้เราสามารถผลิตยาปฎิชีวนะ หรือยาชนิดอื่นๆ รวมไปถึงยารักษาโรคร้ายแรง เช่น ยารักษาโรคเอดส์ หรือโรคไข้หวัดนก เป็นต้นให้มีประสิทธิภาพ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นการ Brainstorm

clond.jpg

นอกจากนี้ ระบบคลาวด์ที่มาสนับสนุนงานวิจัยนี้ ยังเป็นการถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยในเชิงปฎิบัติ ช่วยเพิ่มพูน ศักยภาพ และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้มีสุขภาพที่ดีได้ ด้วยการรู้จักนำ เทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเรา ระบบคลาวด์เท่าที่ผ่านมาระบบนี้มีจุดเด่น, จุดด้อย, ข้อได้เปรียบเสียเปรียบดังจะได้กล่าวต่อไป

ถ้ามองทาง ด้านอุปสรรค หรือ Threats ด้านคู่แข่ง ที่จะเข้ามาในระบบ ยังถือว่าแทบจะยังไม่มี เนื่องจากว่า ระบบคลาวด์คอมพิวเตอร์ในวงการด้านงานวิจัยต่างๆ ยังเป็นเทคโนโลยี หรือวิวัฒนาการที่ยังใหม่อยุ่ หรือถ้ามองในแง่ของธุรกิจ เช่นธุรกิจด้านยา ยังไม่มีบริษัทไหนที่เริ่มนำธุรกิจเข้าสู่ระบบ คลาวด์ตรงนี้ หลักๆ ยังคงเป็นในลักษณะอินทราเน็ต คือ ติดต่อสื่อสารระหว่างกันในองค์กรมากกว่า ดังนั้นหากธุรกิจใดเริ่มเร็ว ก็น่าจะมีโอกาสพัฒนางานวิจัยของตนเองให้เหนือกว่าคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

และถ้าหามอง ในแง่ของ ด้านโอกาส หรือ opportunities ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอกนั้น ก็เริ่มมีการตอบสนองในเชิงบวกมากขึ้น สังเกตได้จาก ในวงการ Business ก็ได้เริ่มมีการนำ ระบบ คลาวด์ มาใช้มากขึ้น ในต่างประเทศ ส่วนประเทศไทยก็อยู่ในช่วงเริ่มต้น ดังนั้น โอกาสพัฒนา และได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ ยังมีอีกมากมาย ทั้งจากองค์กรเอกชน อาจจะเป็น บริษัทผลิตยา ต่างๆ หรือ จากหน่วยงานรัฐบาลอีกด้วย เรียกได้ว่า อนาคตยังอีกยาวไกล และไปได้สวยอย่างแน่นอน

swot13.jpg

ถ้ามองทางด้าน ส่วนจุดแข็ง หรือ Strengths หรือข้อดี ที่นำ ระบบ คลาวด์มาใช้ในงานวิจัย และพัฒนาในวงการแพทย์นี้ คือ
* เป็นการช่วยร่นระยะเวลาในการติดต่อ ประสานงานขอข้อมูลสำคัญต่างๆ ระหว่างกัน
* เป็นการช่วยต่อยอด องค์ความรู้ในงานด้านวิจัยต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง
* ในกรณีที่เป็นงานตรวจ Lab ต่างๆ ก็สามารถส่งผลการตรวจแจ้งกลับไปได้อย่างรวดเร็วทันถ่วงที
* ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างๆ
* ลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครือข่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ภายในองค์กร
* ลดค่าใช้จายในการซ่อมบำรุ่ง ปรับปรุงอัพเกรด ซอฟแวร์ให้ทันสมัย ลงได้
* ลดการจ้างพนักงานที่จะเข้ามาดูแลระบบคอมพิวเตอร์ในเรื่องนี้
* มีความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดระบบตามความต้องการ
* ได้เครื่องแม่ข่ายที่มีประสิทธิภาพ มีระบบสำรองข้อมูลที่ดี มีเครือข่ายความเร็วสูง
* มีผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบและพร้อมให้บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

และสุดท้าย คือส่วนของจุดอ่อน หรือ Weaknesses หรือข้อเสีย ของการทำระบบ คลาวด์มาใช้ในวงการงานวิจัยพัฒนา นี้ คือ

  • เนื่องจากเป็นการใช้ทรัพยากรที่มาจากหลายที่หลายแห่งทำให้อาจมีปัญหาในเรื่องของความต่อเนื่องและความเร็วในการเข้าทรัพยากรมากกว่าการใช้บริการ Host ที่ Local หรืออยู่ภายในองค์การเอง
  • ยังไม่มีการรับประกันในการทำงานอย่างต่อเนื่องของระบบและความปลอดภัยของข้อมูล
  • ความไม่มีมาตรฐานของแพลทฟอร์ม ทำให้ผู้ใช้มีข้อจำกัดสำหรับตัวเลือกในการพัฒนาหรือติดตั้งระบบ

ข่าวต้นฉบับ

จาก The CNET.COM ออนไลน์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:35 นาฬิกา
ที่มาข่าว: http://news.cnet.com/8301-11386_3-20009556-76.html?tag=mncol

IBM setting up cloud for genome research: By Lance Whitney

IBM is looking to help genome experts further their research by providing a cloud where they can better share information with their colleagues. IBM and the University of Missouri announced Friday a new initiative to develop a cloud-computing environment where universities and medical professionals could work together on genome research on a large-scale, regional basis.

Tapping into Big Blue's high-performance computers, the joint IBM-Missouri cloud would let researchers share their findings and discoveries with each other more quickly and efficiently than they do now. Such advancement would push the university's current bioinformatics research even further, potentially improving people's lives, IBM said.

ITReport.jpg

As one example, specific genetic changes in cancer cells help doctors decide how best to treat their patents for breast cancer, colon cancer, lung cancer, and leukemia. To detect those changes, DNA samples must currently be sent out to labs for sequencing and analysis, a process that can take weeks. But by accessing IBM's genomics cloud, medical staff could sequence and analyze those samples in just a few minutes, according to IBM. "This collaboration with IBM provides our researchers, and those being trained to become tomorrow's researchers and educators, access to critical high performance computing resources needed to process massive data sets and apply increasingly more sophisticated bioinformatics tools and technologies," Gordon
Springer, scientific director of the University of Missouri Bioinformatics Consortium, said in a statement. "The availability of these resources will enable discoveries that will benefit mankind and the environment."

In the first phase of the cloud project, IBM said it will offer Missouri an iDataPlex high-performance computer and software that will tie in the university's existing computers and speed up the DNA sequencing and analysis of humans, plants, and animals. In the second phase, Big Blue and the university will work together to create a prototype of the cloud environment. The final phase should see the genomics cloud become fully operational and expand to a regional scale

No specific time frame was given as to when the project would formally get off the ground or how long it might take to reach the final phase.
This isn't Big Blue's first foray into the world of genomics research.
Last year IBM announced new research into technology that can quickly and relatively cheaply conduct genetic testing. In the past the company has also donated hardware and software to remote areas to further study human DNA around the world. And the original job of IBM's Blue Gene supercomputer was to predict how chains of biochemical building blocks described by DNA fold into proteins.

อ้างอิง