ลุยแดนมังกร พิสูจน์มือถือโนเกีย

ลุยแดนมังกร พิสูจน์มือถือโนเกีย

สรุปข่าว

0acc5_12-16-08-nokia-china.jpg

มือถือในยุคปัจจุบันนี้พบว่ามีมากมายหลายรุ่น หลากยี่ห้อ ให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้กันเต็มที่ ซึ่งการผลิตมือถือเครื่องหนึ่งๆ นั้น ก็ผ่านกระบวนการผลิตต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ, การเลือกวัสดุที่จะนำมาใช้ ขั้นตอนการผลิต, ขั้นตอนการทดสอบ การบรรจุผลิตภัณฑ์ จนกระทั่งไปถึงกระบวนการจัดวางจำหน่าย ตามห้างร้านต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนั้นล้วนมีความสัมพันธ์กันและกัน และมีความสำคัญทั้งสิ้น
ส่วนในเรื่องของโรงงานการผลิต ก็ถือว่า เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของความสำเร็จ ในการก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของโลก รวมไปถึงระยะเวลาในการครองบัลลังก์การเป็นเจ้าตลาดอีกด้วย ซึ่งก็คือ มือถือยี่ห้อ โนเกีย นั่นเอง โนเกียมีโรงงานผลิตมือถือ ทั้งสิ้น 10 แห่งใน 9 ประเทศทั่วโลก โดยมี 2 แห่งตั้งอยู่ในประเทศจีน ที่เมือง ดองกวน และ เมืองปักกิ่ง ในเขตอุตสาหกรรมซิงหวาง ทั้ง 2 แห่งนั้นก็มีคุณภาพการผลิตในระดับโลกเหมือนกันทุกๆ โรงงานทั่วโลก และโรงงานที่กรุงปักกิ่งนั้น จะอยู่รวมกับสำนักงานใหญ่ ศูนย์ทดสอบ และ Supplier อีกกว่า 20 กว่าราย
จากปี 2552 ที่ผ่านมา โนเกียมียอดขายถึง 72.6 ล้านเครื่อง และพบว่าประชาชนชาวจีนที่ใช้มือถือยี่ห้อ โนเกีย ก็มียอดสูงถึง 200 ล้านคน นับเป็นเครื่องมือที่แสดงถึงศักยภาพที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี และได้มีการไปพิสูจน์ความสำเร็จนี้ ที่สำนักงานใหญ่โนเกีย ที่กรุ่งปักกิ่ง เข้าไปสัมผัสห่ววโซ่อุตสาหกรรม อันประกอบด้วย งานการวิจัย และพัฒนา, โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า การขายการตลาด การบริการ ฝ่ายบริหาร และที่สำคัญก็คือ การผลิต และการทดสอบผลิตภัณฑ์ และ ณ ที่แห่งนี้ การวิจัยก็ถือเป็นศูนย์การวิจัยที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง ของโนเกีย ตั้งแต่ แบบแม่พิมพ์เขียว, การทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และมือถือทุกเครื่องจะถูกทดสอบสภาพฝุ่น แดด อุณหภูมิ และการกระแทกพื้น รวมไปถึงการจำลองการเสียดสีในกระเป๋ากางเกง
และคาดว่า หลายๆ ท่านคงคิดว่า ทางโนเกียไม่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือมีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจใหม่ๆ แต่ความจริงก็คือว่า โนเกียกำลังคิดค้น สร้างมือถือในอนาคต ต่างๆ เช่น คอนเท็กซ์ เบส หรือการสนทนาโต้ตอบแปลงระบบเสียงเป็นข้อความ และข้อความเป็นเสียง ซึ่งนับว่ามีประโยชน์อย่างมาในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ก็คือ เทคโนโลยี การนำมือถือมาใช้เป็นโปรเจ๊กเตอร์ และใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวของมือ ควบคุมการทำงานของโปรเจกเตอร์มือถือ และจุดเด่นอีกอย่างของโนเกีย ก็คือ อาคารสถานที่ของโนเกีย ก็สร้างจากวัสดุรีไซเคิล มากกว่า ร้อยละ 10 โดยสามารถลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 20 ส่วนน้ำ ร้อยละ37 และพืนที่ร้อยกว่า 77.4 ก็ออกแบบให้ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติ ผนังม่านกระจกทำด้วยกระจกเคลือบสองชั้น สามารถควบคุมอุณหภูมิห้องได้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็ทำให้คู่แข่งที่คิดจะมาแข่งขันมีทุนอย่างมากมายมหาศาล

วิเคราะห์ข่าว

จากปัจจุบันการแข่งขันทางการเครื่องมือสื่อสารนั้น นับวันยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องของรูปแบบที่หลากหลายสไตด์ และระบบปฎิบัติการที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะ Open-Source มากขึ้น กล่าวคือ เป็นระบบปฎิบัติการที่อนุญาติให้ผู้พัฒนา แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ สามารถรันโปรแกรมที่ตนได้เขียนขึ้นมา ได้บนระบบปฎิบัติการนั้นๆ และนอกจากนั้นการแข่งขันในเรื่องของราคา ที่มีหลากหลายครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคทุกๆ กลุ่มตั้งแต่ระดับต้น (ราคาต่ำกว่า 10,000 บาทลงไป), ระดับกลาง (ราคาตั้งแต่ 10,000 – 20,000 บาท) และระดับพรีเมี่ยม (ราคาตั้งแต่ 20,000 บาทเป็นต้นไป) ซึ่งมือถือเครื่องหนึ่งๆ ต้องผ่านกระบวนการมากมาย เริ่มตั้งแต่ ขั้นตอนการออกแบบ, ขั้นตอนการเลือกวัสดุ, ขั้นตอนการผลิต, ขั้นตอนการทดสอบ, ขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์ จนกระถึงการจัดจำหน่ายถึงมือลูกค้า ซึ่งกระบวนการต่างๆ ล้วน เกี่ยวพันธ์ซึ่งกัน และกัน และมีความสำคัญทั้งสิ้น ในส่วนของโนเกีย ก็ทราบตรงจุดเหล่านี้เป็นอย่างดี จากการที่โนเกียนั้นยังสามารถครองเป็นเจ้าตลาดมือถือยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ที่ครองแชมป์มาอย่างยาวนาน
และจากยอดขายในประเทศจีนถึง 200 ล้านคน ถือเป็นบทพิสูจน์ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศจีนเก่งในเรื่องเกี่ยวกับการ copy และผลิตสินค้าเลียนแบบแบรนด์ดังต่างๆ ออกมามากมายอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน แต่โนเกียนั้นก็ยังสามารถ สร้างยอดจำหน่ายได้สูงอยู่เช่นเดิม โนเกียมีโรงงานผลิตมือถือเป็นของตนเองถึง 10 แห่งใน 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่ง ตั้งอยู่ที่ประเทศจีนถึง 2 แห่ง คือ เมือง ดองกวน และ เมืองปักกิ่ง ในเขตอุตสาหกรรมซิงหวาง โดยสามารถผลิตสินค้าได้อยู่ในระดับเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก และยังมีสร้างสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งจุดนี้ก็เป็นการชี้ให้เห็นชัดถึง ความตั้งใจจริงในการลงทุนสร้างฐานการผลิตให้ครอบคลุมรองรับการจัดจำหน่าย ไปยังประเทศต่างๆ ในแถบเอเซีย
ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ของโนเกียประจำภูมิภาคเอเชีย+แปซิฟิก อยู่ที่ อเล็กซานดรา เทคโนพาร์ค ประเทศสิงคโปร์ และเป็นผู้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในกว่า 30 ตลาดทั่วภูมิภาค.
นอกจากนี้ โนเกียยัง มีการสร้าง ศูนย์การวิจัยที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง ในประเทศจีน ซึ่งเป็นการ เริ่มตั้งแต่สร้างแบบพิมพ์เขียว จนกระทั่งออกมาเป็นสินค้าต่างๆ และเท่าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันทางทีมงานวิจัยของโนเกียก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องเทคโนโลยี ยังมีการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่น คอนเท็กซ์ เบส เซอร์วิส หรือการสนทนาโต้ตอบแปลงระบบเสียงเป็นข้อความและข้อความเป็นเสียง เทคโนโลยีนี้ก็ถือว่าเป็นการตอบโจทย์ความต้องการการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างตรงจุด ตรงตามการใช้งานจริง ซึ่งเหมาะกับนักธุรกิจที่ต้องการการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ทันถ่วงที และนอกจากนั้นก็มี เทคโนโลยี ในการนำมือถือมาใช้เป็นโปรเจกเตอร์และใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวของมือควบคุมการสั่งงานของจอโปรเจกเตอร์มือถือ และอีกเช่นกันถือว่า ตอบสนองได้ตรงตามการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเสนอสินค้า และบริการใหม่ๆ แก่ลูกค้า ทั้งรายเก่า และรายใหม่ๆ รวมทั้งการนำเสนอผลงานต่างๆ แต่เทคโนโลยีเหล่านี้คิดว่าก็ไม่ได้สร้างความโดดเด่น หรือความน่าดึงดูดใจของกลุ่มบริโภคทั่วๆไป ได้มากนัก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางโนเกียก็ได้สร้างจิตสำนึก และตอบสนองคุณค่าทางสังคม และสิ่งแวดล้อมด้วยการก่อสร้างอาคารด้วยวัสดุรีไซเคิลมากกว่าร้อยละ 10 โดยสามารถลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 20 และลดการใช้น้ำได้ร้อยละ 37 และร้อยละ 77.4 ของพื้นที่กว่า 70,000 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบให้รับแสงสว่างจากธรรมชาติ

Nokia SWOT:
Strength:
• มีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า ทั้งในเรื่องของสินค้า และบริการได้เป็นอย่างดี เนื่องจากโนเกียมีประวัติศาสตร์การเปิดบริษัทมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ปี 1898 จึงทำให้มีฐานข้อมูลลูกค้าในเรื่องต่างๆ มากมายทั่วโลก
• การที่บริษัทมีลักษณะของ First Mover จึงทำให้สามารถครองใจ และเข้าใจคนในท้องถิ่น รวมทั้งมีพนักงานที่เป็นคนในท้องถิ่นมากกว่า จึงทำให้เข้าถึงได้มากกว่า และมีฐานลูกค้าที่มากกว่า และกว้างกว่า
• มีโรงงาน และศูนย์วิจัยพัฒนา (R&D) เป็นของตนเอง ทำให้การผลิตสินค้านั้นทำได้ง่าย และรวดเร็วกว่า สามารถควบคุมต้นทุนการผลิต ต่างๆได้ และมีอำนาจต่อรองในการสั่งซื้อวัตถุดิบ และเลือก supplier ได้อีกด้วย
• การที่ทำตลาดมาอย่างยาวนาน จึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก จึงทำให้มือถือโนเกีย จึงเป็นที่น่าสน และพิจารณาในการเลือกในอันดับต้นๆ ก่อนยี่ห้ออื่นๆ

Weakness:
• เนื่องผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่มักจะชอบของฟรี ทั้งในส่วนของโปรแกรมเสริม และเกมต่างๆ ซึ่งมีอยู่ในระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นระบบเปิด (Open Source) ส่วนระบบ Symbian นั้นยังเป็นระบบปิด จึงทำให้โปรแกรม หรือเกมต่างๆนั้น ผู้ใช้งานต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลดมาใช้งาน อาจจะส่งผลเสีย ในด้าน Market Share ได้
• ความแข็งแกร่งทางธุรกิจต่อไปในอนาคต ที่น้อยลง เมื่อเทียบกับ อีกระบบคือ ระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งมีการจัดตั้งรวมเป็นกลุ่มพันธมิตร (OHA- Open Handset Alliance) ซึ่งคอยให้การสนับสนุน และช่วยเหลือในหลายๆด้าน ในขณะที่โนเกีย มีเพียงแค่เจ้าเดียวไม่ได้มองหา หรือสร้างกลุ่มพันธมิตรที่ชัดเจนเหมือนอย่างระบบแอนดรอยด์

Opportunities:
• ผู้บริษัทมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป มีความต้องการมือถือที่หลากหลายแบบ รวมไปถึง ความต้องการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ดูหนัง, ฟังเพลง, อัดเสียง หรือ แม้แต่การเล่นเกมบนมือถือ
• ผู้ให้บริการเครือข่าย มีการปรับตัว คือมีการเปลี่ยนแปลงรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เช่น จาก 2G มาเป็น 3G หรือ 4G ในอนาคต ทำให้มีโอกาสจำหน่ายมือถือ รุ่นใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา
• ผู้คนมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มากขึ้น อาจจะเป็นด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีมากขึ้น รองรับสิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้น
• เทคโนโลยีมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลง ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอๆ

Threat:
• อุตสาหกรรม มีคู่แข่งจำนวนมากราย เช่น Motorola, Samsung, LG, Sony Ericson, Acer เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าทดแทนได้
• อุปสรรคทางด้าน การเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม ในปัจจุบันที่ยังไม่ดีเพียงพอ ยังไม่มีเสถียรภาพนัก เนื่องจากวิกกฤษเศรษฐกิจเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ข่าวต้นฉบับ

จาก ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ ออนไลน์ วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ที่มาข่าว : http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9530000115918

nokia1.jpg

ในโลกแห่งมือถือยุคปัจจุบันมีหลากหลายรุ่นหลากหลายแบรนด์ออกมาให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้สัมผัสเป็นเจ้าของ และเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่น แต่ในเบื้องหลังของกระบวนการผลิตโทรศัพท์มือถือแต่ละแบรนด์นั้น กว่าที่จะออกมาเป็นมือถือแต่ละรุ่นที่วางขายก็ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย ไล่ตั้งแต่การดีไซน์ การเลือกวัสดุที่จะนำมาใช้ ขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนการทดสอบ การบรรจุผลิตภัณฑ์ จนถึงการวางจำหน่าย ทั้งหมดมีความสำคัญอย่างมาก

และการที่โทรศัพท์มือถือค่ายหนึ่งค่ายใดจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลก และสามารถครองบัลลังก์ได้อย่างยาวนานนั้น ย่อมมีปัจจัยที่สนับสนุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของโรงงานผลิตมือถือ ซึ่งผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ได้เป็นหนึ่งในสื่อมวลชนจากเอเชียแปซิฟิกที่ได้ไปร่วมสัมผัสโรงงานมือถือของโนเกียที่เป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งของโลกในเวลานี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ทั้งนี้ โนเกียมีโรงงานผลิตมือถือ 10 แห่งใน 9 ประเทศทั่วโลก โดยมี 2 แห่งอยู่ในประเทศจีน โดยโรงงานแต่ละแห่งของโนเกียนั้นจะมีคุณภาพการผลิตในระดับโลกเหมือนกันทุกโรงงาน

โรงงานโนเกียที่กรุงปักกิ่งนั้น จะอยู่รวมกับสำนักงานใหญ่ ศูนย์ทดสอบและซัปพลายเออร์อีกกว่า 20 ราย ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมซิงหวาง ส่วนโรงงานอีกแห่งตั้งอยู่ที่ดองกวน โดยโรงงานทั้งสองแห่งผลิตสินค้าให้กับหลายประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เฉพาะมือถือโนเกียที่ขายในประเทศจีนในปี 2552 ที่ผ่านมาก็มียอดขายถึง 72.6 ล้านเครื่อง และปัจจุบันมีคนจีนที่ถือโทรศัพท์มือถือโนเกียถึง 200 ล้านคน เป็นเครื่องยืนยันความเป็นมือถืออันดับหนึ่งของโนเกียในดินแดนแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

การที่สื่อมวลชนจากหลายประเทศได้ไปพิสูจน์สำนักงานใหญ่โนเกียที่ปักกิ่ง เสมือนการได้ไปสัมผัสห่วงโซ่อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยงานวิจัยและพัฒนา โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า การตลาดและการขาย การบริการ ฝ่ายบริหาร และที่สำคัญคือการผลิตและการทดสอบ

การผลิตมือถือเริ่มต้นที่สตูดิโอออกแบบของโนเกียที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์การวิจัยที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโนเกีย นักออกแบบได้ใช้เครื่องมือที่ทันสมัย สร้างพิมพ์เขียวของผลิตภัณฑ์ ก่อนจะถ่ายโอนการออกแบบไปยังเครื่องจักรที่ผลิตต้นแบบ สร้างแม่พิมพ์ 3 มิติของมือถือ โดยโทรศัพท์จะต้องมีขนาดที่ผู้บริโภคสามารถใส่ในกระเป๋ากางเกงได้

หลังจากนั้นมือถือจากแบบร่างจะเปลี่ยนเป็นของจริงในโรงงาน ทุกส่วนถูกประกอบเป็นโทรศัพท์ เช่น ทัชสกรีน และกล้อง โดยมือถือทุกเครื่องจะผ่านการทดสอบจากศูนย์ทดสอบ เช่นการทดสอบการพิมพ์ที่แป้นโดยการกดซ้ำแล้วซ้ำเล่า การทดสอบในสภาพฝุ่น อุณหภูมิสูง การเผาของแดด และการนำโทรศัพท์มือถือมาหล่นกระแทกพื้นนับร้อยๆ ครั้ง หรือแม้การจำลองกางเกงยีนส์เพื่อทดสอบการเสียดสีหากใส่มือถือไว้ในกางเกงยีนส์

นี่คือกระบวนการผลิตมือถือของโรงงานโนเกียที่ปักกิ่ง ก่อนที่มือถือจะถูกส่งถึงมือผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่ง เดวิด แทง รองประธานโนเกีย ประเทศจีน กล่าวว่า ที่ปักกิ่งโนเกียใช้มาตรฐาน กระบวนการและคุณภาพเดียวกัน ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ในประเทศจีนและส่วนอื่นๆ ของโลกไม่มีความแตกต่างกัน และยังเป็นการการันตีผลิตภัณฑ์ Made in China แต่โนเกียก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับโลก

สิ่งที่ได้สัมผัสและพิสูจน์อีกอย่างหนึ่ง และทำให้สิ่งที่หลายคนคิดว่าโนเกียไม่มีอะไรใหม่สำหรับโลกมือถือเหมือนอย่างเช่นคู่แข่งขันสำคัญในตลาดนี้ ต้องกลับมาดูโนเกียอีกครั้ง เนื่องจากศูนย์วิจัยโนเกียปักกิ่งได้โชว์เทคโนโลยีใหม่ที่จะเกิดขึ้นบนโทรศัพท์มือถือในอนาคต เช่นเรื่องคอนเท็กซ์ เบส เซอร์วิส หรือการสนทนาโต้ตอบแปลงระบบเสียงเป็นข้อความและข้อความเป็นเสียง เพราะในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ หากคุณต้องอยู่ในโรงภาพยนตร์หรือสถานที่ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยเสียงได้ ถ้ามีสายเข้ามามือถือก็จะใช้แอปพลิเคชั่นดังกล่าว เปลี่ยนข้อความโต้ตอบของคุณให้เป็นตัวหนังสือ ส่วนคู่สนทนาจะได้ยินเป็นคำพูด แม้ว่าคุณจะใช้วิธีพิมพ์ส่งข้อความก็ตาม

อีกโชว์เทคโนโลยีหนึ่งของโนเกียคือการนำมือถือมาใช้เป็นโปรเจกเตอร์และใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวของมือควบคุมการสั่งงานของจอโปรเจกเตอร์มือถือ ภาพที่เห็นจากการใช้งานเทคโนโลยีก็คือการใช้มือถือฉายภาพขึ้นบนกระดานดำในห้องเรียน โดยอาจารย์ผู้สอนจะใช้ท่าทางเพื่อสัมผัสไปบนภาพนั้น ไม่ว่าจะเป็นการโบกมือเพื่อเลื่อนจอภาพหรือข้อความบนกระดานดำที่ฉายภาพจากมือถือ

จุดเด่นของโนเกียปักกิ่งอีกอย่างหนึ่งคืออาคารโนเกียที่ก่อสร้างจากวัสดุรีไซเคิลมากกว่าร้อยละ 10 ถือเป็นอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดแห่งหนึ่งในจีน โดยลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 20 และลดการใช้น้ำได้ร้อยละ 37 และร้อยละ 77.4 ของพื้นที่กว่า 70,000 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบให้รับแสงสว่างจากธรรมชาติ ผนังม่านกระจกทำด้วยกระจกเคลือบสองชั้น สามารถควบคุมอุณหภูมิของห้องได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านระบบความร้อนและเย็นในอาคาร

หากใครจะก้าวขึ้นมาแข่งขันกับโนเกีย คงต้องทุ่มเทอย่างมหาศาล เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่แดนมังกร โนเกียแข็งแกร่งกว่าที่หลายคนเห็นมากนัก