ระวังภัย! สแปมบนเฟสบุ๊ก ลวงขาย MLM

เรื่อง : ระวังภัย! สแปมบนเฟสบุ๊ก ลวงขาย MLM
สรุป

%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1.jpg

ในปัจจุบัน นอกจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะต้องพบกับปัญหาสแปมเมล์ หรืออีเมล์ขยะ ที่แฝงตัวเข้ามาในอีเมล์ส่วนตัวโดยที่เราไม่รู้จักผู้ส่งมา ล่าสุดสแปมเหล่านี้ยังเริ่มคืบคลานเข้าสู่กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟสบุ๊ก ซึ่งจะมาในรูปแบบของการเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้สมาชิกกดตอบตกลงเข้าร่วมกิจกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สแปมดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นบนเฟสบุ๊ก แม้ว่าเว็บไซด์เครือข่ายสังคมจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมใช้ในการแสดงตัวตนให้บุคคลอื่นรับรู้ จากปัญหาสแปมที่เริ่มเข้ามาระบาดบนเฟสบุ๊กได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีสมาชิกเว็บบอร์ดพันธุ์ทิพย์ ดอทคอม ห้องเฉลิมไทยได้ออกมาตั้งกระทู้เตือนภัยสแปมดังกล่าว
เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ เพียงแต่ปัจจุบันด้วยกระแสความร้อนแรงของเฟสบุ๊ก จึงทำให้มิจฉาชีพเหล่านี้ เริ่มมองเห็นช่องทางใหม่ในการทำตลาดธุรกิจขายตรง หรือเอ็มแอลเอ็ม เหมือนที่หลายๆ ธุรกิจทำ การแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ผู้บริโภคพอทำได้ในขณะนี้คือการหลีกเลี่ยงการกดตอบรับเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม หรือกรอกข้อมูลส่วนตัว อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ลงไป เพื่อป้องกันการถูกคุกคามทางโทรศัพท์ หรือการรายงานกิจกรรมดังกล่าวไปยังผู้ดูแลระบบ

การวิเคราะห์
Facebook และInternet นั้นเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่คนเหล่านั้น มีสิ่งที่ชอบเหมือนกัน หรือมีความคิดเห็นที่คล้ายๆกัน ซึ่งการเกิดขึ้นของ Social network อาทิเช่น Facebook, Twitter, Hi5, My space, Blogger เป็นต้น นั้นทำให้เกิดเครือข่ายทางสังคมขึ้น เป็นสังคมที่เจอกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ Social network เริ่มที่จะมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก และข้อความต่างๆสามารถถูกหยิบยกไปพูดกันในสื่อกระแสหลักด้วย ทำให้มีความสำคัญมากขึ้นไปอีก และแน่นอนว่าจะต้องมีผู้ที่เห็นประโยชน์จากตรงจุดนี้เข้ามาทำการตลาดในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากว่าเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ หรือแถบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ และนั่นเองก็เป็นช่องทางที่ทำให้พวกมิจฉาชีพเริ่มเห็นช่องทางใหม่ในการทำการตลาด โดยเริ่มมีการพูดถึงกันมากในตอนนี้เป็นปัญหาสแปม ที่เริ่มแฝงตัวเข้ามาสู่กระแส Social network อย่างเช่น Facebook โดยรูปแบบของการเชิญชวนให้เข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ
สแปม เป็นชื่อเรียกการส่งข้อความที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดความไม่พอใจต่อผู้รับข้อความ ในรูปแบบของการโฆษณาชวนเชื่อ หรือโฆษณาขายของ ซึ่งจุดประสงค์คือต้องการที่จะโฆษณาสินค้า หรือบริการต่างๆ ทำให้เกิดความรำคาญใจและเสียเวลาในการกำจัดของผู้ที่ได้รับข้อความเหล่านี้ อีกทั้งทำให้ประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลบน Internet ลดน้อยลงด้วย การส่งสแปมมีความแพร่หลายเนื่องมาจากค่าใช้จ่ายนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับการชักชวน หรือการโฆษณาผ่านช่องทางอื่น อีกทั้งกฎหมายยังเอาผิดได้ยาก

วิธีการป้องกันสแปม ใน Event บน Facebook
โดยหลายๆคนต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับการโฆษณาลักษณะ MLM โดยถูกหลอกให้มีการกรอกข้อมูลส่วนตัว และขึ้นมารบกวน Wall บน Facebook ของผู้ใช้งานด้วย ซึ่งจะมีวิธีป้องกันบุคคลที่อื่น ส่ง Invite โฆษณา สแปมเข้ามาใน Event ของเราได้

1.เข้าไปจัดการ Application Settings

Picture1.jpg

2.หา Events เลือก "Edit Settings"

Picture2.jpg

3.ปรับ Privacy เป็น "Friend Only" เลือกกด Okay

Picture3.jpg

ข้อดีของ Social network
1.ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่าย ทำให้ผู้ที่ห่างไกลกัน หรือคนละทวีปสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา เสมือนกับว่าอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆกันตลอดเวลา
2.ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการรวมกลุ่มบุคคลที่มีความชอบ หรือสนใจในสิ่งที่เหมือนๆกันเข้าด้วยกันจากทั่วทุกมุมโลกที่ Internet สามารถเข้าไปถึง และจะมีการช่วยเหลือ ให้ข้อมูลต่างๆกันภายในกลุ่ม และจากที่เข้าถึงกลุ่มคนเป็นจำนวนมากได้ทำให้มีการทำการตลาด และโฆษณาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
3.เป็นช่องทางสื่อสารที่มีอำนาจมาก เนื่องมากจากสามารถรวมข้อมูลจากหลากหลายกลุ่มคน ทำให้มีการเกิดขึ้นของ Rich content จำนวนมาก เช่น HD Video หรือคอนเซปต์ใหม่ๆเกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ พัฒนารูปแบบอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง
4. มีต้นทุนที่ถูกกว่าช่องทางอื่นๆ นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ทำให้มีผู้ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์จึงหันเข้ามาทำการตลาด หรือโฆษณาในส่วนนี้จำนวนมากเช่นกัน

ข้อเสียของ Social network
1.เป็นแหล่งที่เสี่ยงต่อผู้ที่ไม่หวังดีที่ใช้ประโยชน์จาก Social network ในเชิงธุรกิจผิดกฏหมาย เช่น การหลอกขายสินค้า เป็นต้น โดยการโฆษณาผ่านช่องทางนี้ หรือแม้กระทั่งการส่งสแปมโดยการให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยมาจากความต้องการที่จะใช้ Social network ในการตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่มากเกินไป
2.ก่อให้เกิดผลร้ายต่างๆ ทั้งการถูกล่อลวง การถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือการให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มากเกินไป ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดพฤติกรรมที่อาจจะส่งผลเสียได้ง่ายทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถเพิ่มขึ้นได้จากการที่ความสามารถในการสื่อสารที่เพิ่มมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้นั้นมีวัตถุประสงค์ไม่ดี และด้านที่ผิดต่อศีลธรรม
3.ข้อมูลที่ได้จาก Social network นั้นยากต่อการตรวจสอบว่าข้อมูลเหล่านั้นจริงหรือไม่ เนื่องมาจากได้มาจากบุคคลหลายกลุ่ม และแต่ละคนมีวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ผู้ใช้ต้องมีวิจารณญาณมากขึ้น เพราะสามารถที่จะถูกหลอกลวงได้ง่าย

กฏหมายที่ใช้ในการเอาผิดกับสแปม

พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 11 กล่าวว่า
ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

กรณีได้สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแล้วสามารถนำกฎหมายอาญาเรื่อง การฉ้อโกง มาตรา 341 กล่าวว่า
ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม รวมถึงการหลอกลวงให้ทำ ถอน หรือ ทำลายเอกสารสิทธิ ผู้ที่กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาใช้เพื่อเพิ่มบทลงโทษได้

ในต่างประเทศ เช่น สิงค์โปร์, อเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, อังกฤษ และเกาหลีใต้ ได้ออกกฎหมายต่อต้านสแปมเมลล์
โดยสรุปแล้ว จะเห็นได้ว่ายังพอมีกฎหมายที่จะเอาผิดได้บ้าง เพียงแต่ว่าการหาข้อมูลเพื่อเข้าถึงหลักฐาน หรือความแน่นอนของหลักฐานนั้นทำได้ยาก จึงทำให้การเอาผิดทางกฎหมายนั้นทำได้ยากตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าหากผู้บริโภคนั้นมีความมั่นใจว่าสแปมที่เข้ามาใน Facebook นั้นมาจากที่เดียวกัน ก็สามารถที่จะรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเป็นการปลุกกระแสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นถึงความเดือดร้อนที่ได้รับ และให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทันที อีกทั้งการใช้สื่อ Social network นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ผู้ใช้งานจึงควรมีวิจารณญาณในการไตร่ตรองสิ่งต่างๆ และใช้ในทางที่ถูกต้อง

เนื้อหาต้นฉบับ

ระวังภัย! สแปมบนเฟสบุ๊ก ลวงขาย MLM
ในปัจจุบัน นอกจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะต้องพบกับปัญหาสแปมเมล์ หรืออีเมล์ขยะ ที่แฝงตัวเข้ามาในอีเมล์ส่วนตัวโดยที่เราไม่รู้จักผู้ส่งมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอีเมล์เชิญชวนซื้อสินค้า หรือแนะนำให้เข้าร่วมทำธุรกิจออนไลน์ที่สร้างความรำคาณไม่น้อยให้กับผู้ใช้งาน ล่าสุดสแปมเหล่านี้ยังเริ่มคืบคลานเข้าสู่กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟสบุ๊กซึ่งจะมาในรูปแบบของการเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม
ยกตัวอย่างเช่น “รับทีมโปรโมต web site Magazine Online” “อยากมีตังเยอะๆ อยากไปช็อปปิ้ง” หรือ “รู้ไหมว่าสุขภาพที่ดี ส่งผลกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น!!” เพื่อให้สมาชิกกดตอบตกลงเข้าร่วมกิจกรรม
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สแปมดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นบนเฟสบุ๊ก แม้ว่าเว็บไซด์เครือข่ายสังคมจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมใช้ในการแสดงตัวตนให้บุคคลอื่นรับรู้
นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในเชียงใหม่รายหนึ่งพูดถึงปัญหาสแปมบนเฟสบุ๊กว่า ทุกครั้งที่เข้ามาในเฟสบุ๊กจะเห็นว่ามีกิจกรรมเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่เรายังไม่เคยไปตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจากที่ไหน แต่มันเป็นการเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม
“แต่ละวันจะเข้ามาประมาณ 3-4ครั้ง แม้ว่าเราจะกดไม่เข้าร่วมกิจกรรม มันก็ยังส่งมาอีก แต่เปลี่ยนชื่อคนส่งแทน”
จากปัญหาสแปมที่เริ่มเข้ามาระบาดบนเฟสบุ๊กได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีสมาชิกเว็บบอร์ดพันธุ์ทิพย์ ดอทคอม ห้องเฉลิมไทย ที่ใช้ชื่อล็อกอินว่า "แพนิดา" ออกมาตั้งกระทู้เตือนภัยสแปมดังกล่าว โดยพาดหัวว่า "ฝากเตือน ธุรกิจอาหารเสริม HBL ที่มาในรูปแบบ JUMP magazine online"
ภายในกระทู้ดังกล่าวพูดถึงปัญหานี้ว่า "เราเป็นคนหนึ่งที่เคยโดนนิตยสาร JUMP Magazine online ติดแท๊กรูปของนิตยสารบนเฟสบุ๊ก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงกรอกข้อมูลลงไป หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงโทรมาหา คุยสักพักก็บอกว่าโทรมาจากบริษัท Global Adverting ซึ่งเราจำได้ว่าเป็นธุรกิจของยาลดน้ำหนักยี่ห้อ Herbalife"
"เจ้าหน้าที่พยายามจะบอกเราว่า บริษัทรับทำแม๊กกาซีน ออนไลน์ โดยเรียกให้เราไปอบรมวิธีการโฆษณาผ่านแม๊กกาซีน ออนไลน์ ที่ตึกเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ถ.สาธร แต่จริงๆ แล้วเป็นการเรียกไปอบรมเพื่อให้รู้ว่า ถ้าทำเฮอร์บาไลฟ์ แล้วจะได้เงินเยอะแค่ไหน"
เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ เพียงแต่ปัจจุบันด้วยกระแสความร้อนแรงของเฟสบุ๊ก จึงทำให้มิจฉาชีพเหล่านี้ เริ่มมองเห็นช่องทางใหม่ในการทำตลาดธุรกิจขายตรง หรือเอ็มแอลเอ็ม เหมือนที่หลายๆ ธุรกิจทำ การแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ผู้บริโภคพอทำได้ในขณะนี้คือการหลีกเลี่ยงการกดตอบรับเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม หรือกรอกข้อมูลส่วนตัว อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ลงไป เพื่อป้องกันการถูกคุกคามทางโทรศัพท์ หรือการรายงานกิจกรรมดังกล่าวไปยังผู้ดูแลระบบ โดยกดด้านล่างสุดของหน้าเว็บเพจ จากนั้นเลือกเหตุผลในการร้องเรียน
ตัวแทนจากสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า ถ้าผู้บริโภคมั่นใจว่าสแปมที่เข้ามาในเฟสบุ๊กมาจากบริษัทเดียวกัน สามารถรวมตัวกันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว เพื่อเป็นการปลุกแสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นถึงความเดือดร้อนที่ได้รับ และเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทันท่วงที
Company Related Link :
Facebook
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 สิงหาคม 2553 15:35 น.