พลังคลิก..พลิกโลก

สรุปข่าว : พลังคลิก..พลิกโลก
โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงคนทั้งโลกเข้าด้วยกันได้อย่างทันทีทันควัน ทุกที่ทุกเวลาและมีบทบาทอย่างมากต่อวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันไปเสียแล้ว นอกจากนี้ Social Media (สื่อสังคม) เป็นสื่อที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆได้โดยอิสระเสรี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคม เพราะโลกบนโซเชียลมีเดีย ก็เหมือนชุมชนบนโลกอินเตอร์เน็ตที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมให้เข้มแข็งนั่นเอง
เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่มีชนชาติต่างๆมาอยู่รวมกัน มีความหลากหลายของประชากรสูง เคยประสบปัญหามากมายทั้งสังคม เศรษฐกิจ และอาชญากรรมอย่างหนัก ก็ได้ใช้กระบวนการที่เรียกว่า Appreciative Inquiry มาใช้จนกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ 4 วิธี ดังนี้

1. Discovery (ค้นหา) โดยมีเทคนิค คือ ให้เยาวชนในชุมชนสอบถามจากผู้สูงอายุให้ทราบว่าในชุมชนของตนเองเคยมีอะไรดีๆ ที่น่าภูมิใจอยู่บ้างที่น่าจะนำมาพัฒนาต่อไปหรืออนุรักษ์ไว้ ข้อดีที่ให้เด็กเป็นคนค้นหา ก็คือ เด็กจะมีพลัง และเมื่อค้นพบก็จะมีความตื่นเต้น และแรงผลักดันสำหรับขั้นตอนต่อไป
2. Dream (ฝัน) เมื่อค้นพบแล้วก็จะเปิดโอกาสให้คนในชุมชนฝันร่วมกันว่าจากนี้ไปอีก 5 ปี หรือ 10 ปี เราอยากเห็นชุมชนของเราเป็นอย่างไร คนในชุมชนมีความเป็นอยู่อย่างไร
3. Design (ออกแบบ) หลังจากนั้น ก็จะมีการวางแผนเพื่อหาวิธีการสู่เป้าหมาย เช่น หากจะพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
4. Destiny (สู่จุดหมาย) เป็นขั้นตอนในการทำแผนปฏิบัติการและปฏิบัติจริง

ภายหลังกระบวนการเสร็จสิ้นพบว่าคนในชุมชนมีความสามัคคีกันมากขึ้น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ โดยเวทีที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สมัยก่อนจะใช้ที่ร้านกาแฟ แต่ในสมัยนี้เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่จะช่วยนำพาคนจากหลากหลายอาชีพ ต่างวัย ต่างประสบการณ์ให้ได้รู้จักกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตจนกระทั่งมีโอกาสได้มาเจอกันจริงๆ ซึ่งสถานที่นัดพบเจอในปัจจุบันก็เป็นร้านกาแฟอีกเช่นกัน จนเป็นที่มาของ The World Cafe’ (www.theworldcafe.org) เครือข่ายที่ช่วยให้เกิดการรวมตัวเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5-6 คน ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยเกี่ยวกับ Topic ที่น่าสนใจ ก็จะทำให้เกิดความคิดที่หลากหลาย และแนวทางที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

โซเชียลมีเดีย นอกจากจะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวบรวมข้อมูล ติดต่อประสานงานยังเป็นการเชื่อมโยงคนในสังคมเข้าด้วยกันทั้งแบบออนไลน์และแบบดั้งเดิม เพื่อรวมพลังอันมหาศาลของคนในสังคมมาช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงในแบบที่อยากเห็น ซึ่งพลังเล็กๆเหล่านี้ไม่จำเป็นแค่จำนวนมาก แค่เพียง 1% ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ในที่สุด

วิเคราะห์เนื้อหาข่าว : พลังคลิก..พลิกโลก
โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในยุคปัจจุบันนี้ เพราะสามารถเชื่อมโยงคนทั้งโลกเข้ามาอยู่ในโลกของสังคมออนไลน์ ด้วยการเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวบรวมข้อมูล ติดต่อประสานงานสำหรับคนในโลกยุค Web2.0
ในอีกบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของโซเชียลมีเดีย คือการสร้างให้เกิด Online Communities (ชุมชนในโลกออนไลน์) ซึ่งเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่จะช่วยนำพาคนจากหลากหลายอาชีพ ต่างวัย ต่างประสบการณ์ให้ได้รู้จักกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น ซึ่งชุมชนออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมได้ เพราะโซเชียลมีเดีย เปิดโอกาสให้คนทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงในด้านที่ดี เพราะสังคมที่เข้มแข็งเกิดจากคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
ดังนั้นการพัฒนาสังคมไทย สามารถใช้การเชื่อมโยงคนที่มีวิสัยทัศน์และปณิธานอันแรงกล้าในการสร้างสรรค์สังคมเข้าหากัน ผ่านสื่อกลางอย่าง เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้มีการสร้างกลุ่มชุมชนออนไลน์ เพื่อรวมกลุ่มพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ หรือใช้เพื่อรวมกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นคล้ายๆกันมาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน รวมถึงนัดเจอเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มรักในหลวง Thai e-Commerce Association ชุมชนต่อต้านการยุบสภา หรือกลุ่มปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งกลุ่มต่างๆเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพบปะ พูดคุยสำหรับคนที่มีความสนใจคล้ายคลึงกันจนถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับพัฒนาสังคมในที่สุด ซึ่งผมขอวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของ Social Media ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไว้ดังต่อไปนี้

ข้อดี
• เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวบรวมข้อมูล ติดต่อประสานงานสำหรับคนจากหลากหลายอาชีพ ต่างวัย ต่างประสบการณ์ให้ได้รู้จักกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต
• การเปิดโอกาสให้คนทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงในด้านที่ดี เพราะสังคมที่เข้มแข็งเกิดจากคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
• เป็นการเชื่อมโยงคนในสังคมเข้าด้วยกันทั้งแบบออนไลน์และแบบดั้งเดิม เพราะสมาชิกที่อยู่ในชุมชนออนไลน์อาจจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อพบปะ นัดเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในสถานที่กลาง ซึ่งสถานที่นัดพบเจอในปัจจุบันก็เป็นร้านกาแฟอีกเช่นกัน จนเป็นที่มาของ The World Cafe’ (www.theworldcafe.org)
• เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกันไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะสมาชิกในเครือข่ายสามารถมาจากทั่วโลกและสามารถขยายเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วมาก และมีฐานสมาชิกจากเว็บไซต์ที่เป็น Social media จำนวนมากอยู่แล้ว เช่น facebook , twitter เป็นต้น
• เป็นโอกาสในการสร้างจิตสำนึกในการรวมพลังเพื่อทำความดีให้แก่คนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนมากจะไม่ค่อยมีโอกาสได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างสรรค์สังคม แต่เครือข่ายสังคมออนไลน์ทำให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสมากขึ้นที่จะเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
• ทำให้กลุ่มพลังเงียบ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ผ่านช่องทางนี้ เพราะบางคนไม่รู้ว่าควรจะไปแสดงออกที่ไหน ก็สามารถแสดงออกผ่านช่องทางนี้ได้

ข้อเสีย
• เปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้าน เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่ไวต่อการนำเสนอข้อมูลและใครก็สามารถนำข้อมูลใดๆลงไปแลกเปลี่ยนกันได้ ดังนั้นหากมีการนำ Social Media ไปใช้ในการสร้างชุมชนในทางที่ผิด ก็เปรียบเสมือนการส่งเสริมให้คนกระทำผิด เช่น นำไปใช้ในการสร้างชุมชนในทางการเมือง โดยอาจจะมีการบิดเบือนข้อมูล ยุยง ส่งเสริมและระดมพลออกมาแสดงออกทางการเมืองอย่างไม่เหมาะสม
• ภัยคุกคามบนโลกอินเตอร์เน็ตอย่างหนึ่งคือ สแปม ซึ่งสแปมเหล่านี้ยังเริ่มคืบคลานเข้าสู่กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟสบุ๊ก ซึ่งจะมาในรูปแบบของการเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม ยกตัวอย่างเช่น “รับทีมโปรโมต web site Magazine Online” “อยากมีตังเยอะๆ อยากไปช็อปปิ้ง” หรือ “รู้ไหมว่าสุขภาพที่ดี ส่งผลกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น!!” เพื่อให้สมาชิกกดตอบตกลงเข้าร่วมกิจกรรมสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สแปมดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นบนเฟสบุ๊ก แม้ว่าเว็บไซด์เครือข่ายสังคมจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมใช้ในการแสดงตัวตนให้บุคคลอื่นรับรู้ รวมถึงยังมีการหลอกลวงให้ไปทำ MLM ของอาหารเสริมจากยี่ห้อขายตรงชื่อดัง ดังนั้นนักเล่นอินเตอร์เน็ตจะต้องระมัดระวังปัญหาดังกล่าวด้วย

ข่าวต้นฉบับ
พลังคลิก…พลิกโลก
วันที่ 26 สิงหาคม 2553
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/global/20100826/349862/พลังคลิก...พลิกโลก.html
คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงคนทั้งโลกเข้าด้วยกันได้อย่างทันทีทันควัน ทุกที่ทุกเวลาและมีบทบาทอย่างมากต่อวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน

โซเชียลมีเดียยังเป็นสื่อที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสังคมในมิติต่างๆ และสามารถช่วยสร้างสรรค์สังคมได้ เพราะสังคมที่เข้มแข็ง ก็คือ สังคมที่ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วมนั่นเองครับ

การพัฒนาสังคมให้เข้มแข็งคนในสังคม จะต้องมีความภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง มีความหวังและความเชื่อว่าสังคมจะดีขึ้นได้ และมีความฝันร่วมกัน เราจึงต้องช่วยกันวาดฝันออกแบบสังคมแบบที่เราอยากให้เป็น แล้ววางแผนลงมือทำร่วมกัน จึงจะเกิดผลสำเร็จครับ

ที่เมืองชิคาโก ในสหรัฐอเมริกาที่มีชนชาติต่างๆ มาอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลายที่สุด และเคยประสบปัญหามากมายทั้งสังคม เศรษฐกิจ และอาชญากรรมอย่างหนัก ก็ได้ใช้กระบวนการที่เรียกว่า Appreciative Inquiry หรือการสอบถามข้อมูลอย่างเข้าอกเข้าใจ เข้ามาช่วยจนกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้นในปัจจุบัน โดยอาศัยวิธีการ 4 ขั้นตอนดังนี้ คือ

1. Discovery (ค้นหา) โดยมีเทคนิค คือ ให้เยาวชนในชุมชนสอบถามจากผู้สูงอายุให้ทราบว่าในชุมชนของตนเองเคยมีอะไรดีๆ ที่น่าภูมิใจอยู่บ้างที่น่าจะนำมาพัฒนาต่อไปหรืออนุรักษ์ไว้ ข้อดีที่ให้เด็กเป็นคนค้นหา ก็คือ เด็กจะมีพลัง และเมื่อค้นพบก็จะมีความตื่นเต้น และแรงผลักดันสำหรับขั้นตอนต่อไป

2. Dream (ฝัน) เมื่อค้นพบแล้วก็จะเปิดโอกาสให้คนในชุมชนฝันร่วมกันว่าจากนี้ไปอีก 5 ปี หรือ 10 ปี เราอยากเห็นชุมชนของเราเป็นอย่างไร คนในชุมชนมีความเป็นอยู่อย่างไร

3. Design (ออกแบบ) หลังจากนั้น ก็จะมีการวางแผนเพื่อหาวิธีการสู่เป้าหมาย เช่น หากจะพัฒนาชุมชนให้เป็น

แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

4. Destiny (สู่จุดหมาย) เป็นขั้นตอนในการทำแผนปฏิบัติการและปฏิบัติจริง

ภายหลังกระบวนการเสร็จสิ้นพบว่าคนในชุมชนมีความสามัคคีกันมากขึ้น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ จึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้กับชุมชน และลดปัญหาสังคมไปในตัวอีกด้วยครับ

ส่วนเวทีที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หากเป็นสมัยก่อนคนตามชุมชนจะจับกลุ่มคุยกันตามร้านกาแฟ อันเป็นที่มาของคำว่าสภากาแฟ แต่ในยุคนี้ร้านกาแฟมีความเปลี่ยนแปลงไป มีความทันสมัยมากขึ้น บริการลูกค้าได้จำนวนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นต่างคนต่างนั่งทำงานของตนเองไม่สนใจใคร

ตรงจุดนี้นี่เองที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่จะช่วยนำพาคนจากหลากหลายอาชีพ ต่างวัย ต่างประสบการณ์ให้ได้รู้จักกันจนมีโอกาสได้มาเจอกันจริงๆ

อาจเป็นเรื่องบังเอิญว่า ปัจจุบัน สถานที่ส่วนใหญ่ที่คนมักนัดพบกัน ก็คือ ร้านกาแฟอีกนั่นแหละ แต่เป็นร้านกาแฟยุคใหม่ที่บริการตนเอง มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ ต่างจากสภากาแฟร้านอาโกสมัยก่อน นี่คือ ที่มาของเครือข่ายที่เรียกว่า The World Cafe’ (www.theworldcafe.org) เครือข่ายที่ช่วยให้เกิดการรวมตัวเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5-6 คน โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน ได้มาพูดคุยกันในบรรยากาศที่สบายๆ เพื่อพูดคุยเรื่องอะไรก็ได้ เพื่อให้เกิดบทสนทนา (conversation) ซึ่งจะนำไปสู่การร่วมมือกันต่อไป

ในการพบปะพูดคุยกัน หากมีการตั้งโจทย์ (topic) ของการสนทนาที่ชัดเจน เช่น "คุณอยากเห็นสังคมของเราเป็นอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า" ก็จะทำให้เกิดความคิดที่หลากหลาย และแนวทางที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องครับ

ทั้งหมดเป็นการเชื่อมโยงคนในสังคมเข้าด้วยกันทั้งแบบออนไลน์และแบบดั้งเดิม โดยอาศัยโซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวบรวมข้อมูล ติดต่อประสานงาน เพื่อรวมพลังอันมหาศาลของคนในสังคมมาช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงในแบบที่อยากเห็น…

…หากเราสามารถเชื่อมโยงคนที่มีวิสัยทัศน์และปณิธานอันแรงกล้าในการสร้างสรรค์สังคมเข้าหากันได้ ไม่ต้องมีจำนวนมาก
ขอแค่เพียง 1% เราก็อาจจะได้เห็นว่าพลัง ‘คลิก’ ของเราสามารถ พลิกโลก ได้ในที่สุดครับ