5210211048 ดิจิทัล ทีวี

"ดิจิทัล ทีวี" Gen ใหม่โลกบรอดแคสต์

แม้ว่า "พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จะยังอยู่ในวุฒิสภาเพื่อรอการตราเป็นกฎหมาย หากทั่วโลกโดยเฉพาะธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม และธุรกิจด้านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ (บรอดแคสต์) กลับมองข้ามชอต พร้อมตั้งเป้าไว้แล้วว่า ปีไหนที่ทุกบ้านจะครอบคลุมด้วยทีวีดิจิทัลทั้งหมด
ไม่กี่วันก่อน หลายบริษัทไอทีได้ออกมาพูดถึงแนวโน้มของโทรทัศน์ดิจิทัลที่เป็นส่วนผสมระหว่างโทรทัศน์ความละเอียดสูง โทรทัศน์แบบเคลื่อนที่ (โมบาย ทีวี) และโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต (ไอพีทีวี) ซึ่ง "ซิสโก้ ซิสเต็มส์" เป็นหนึ่งในนั้น

"อนุพนธ์ ต๊ะจะวันโน" ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดิจิทัล วีดิโอ และ บรอดแคสติ้ง บริษัท ซิสโก้ ซิสเต็ม ประเทศไทย จำกัด เล่าโดยอ้างอิงจากรายงานผลการศึกษาและจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศึกษาและจัดทำมาตรฐานทางเทคนิค สำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัลว่า วิวัฒนาการของเทคโนโลยีระบบโทรทัศน์ จากโทรทัศน์ระบบอนาล็อก กำลังหรือก้าวเข้าสู่ระบบโทรทัศน์ที่มีความละเอียดสูง (HDTV), โทรทัศน์แบบเคลื่อนที่ (Mobile TV) และโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต (IPTV) ขณะที่ บริษัทผู้ผลิตทั่วโลก ได้ยกเลิกการผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ของโทรทัศน์ระบบอนาล็อกทั้งสำหรับสถานีแพร่ภาพและผู้ชมทางบ้านแล้ว
ทั่วโลกมุ่งหน้าสู่ถนนแห่งดิจิทัล

สำหรับ ประเทศไทย สถานีส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนอุปกรณ์เป็นระบบดิจิทัลบ้างแล้ว ผู้ชมบางส่วนอาจลงทุนระบบรับสัญญาณแบบความละเอียดสูงไปบ้าง
ความท้าทายคือเมื่อโทรทัศน์รุ่นเก่าเสีย ค่าบำรุงรักษา ค่าซ่อมแพงมากหรืออาจไม่คุ้มหรือไม่มีผู้รับซ่อม ในขณะที่การส่งสัญญาณเป็นระบบดิจิทัล แต่ผู้รับปลายทางไม่ได้รับความคมชัดเต็มที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ปลายทางของแต่ละบ้าน

รายงานฉบับนี้ ยังระบุด้วยว่า สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union : ITU) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการกำหนดมาตรฐานการสื่อสารโทรคมนาคมและจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประสานประโยชน์ในการใช้คลื่นความถี่ของประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ไอทียูได้แนะนำให้ยุติโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบอนาล็อกภายในปี 2558 เพื่อเป็นกรอบเวลาสำหรับเตรียมความพร้อม โดยมีช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่าน 4-8 ปี

ส่วนสหภาพยุโรป (European Union หรือ อียู) องค์กรระหว่างประเทศที่มีรัฐสมาชิก 27 ประเทศ สหภาพยุโรปมีอิทธิพลสูงต่อเวทีโลก เนื่องด้วยมีประชากรมากกว่า 500 ล้านคนและมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ คิดเป็นกว่า 30% ของโลก ทั้งนี้ อียู ก็ยังได้แนะนำให้ประเทศสมาชิกยุโรปให้ยุติโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบอนาล็อกภายในปี 2555
รายงานฉบับนี้ ระบุว่า การเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลจะมีประโยชน์ ทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้คลื่นความถี่ เพื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ เพิ่มจำนวนช่องให้หลากหลายตรงความต้องการของผู้บริโภค ขณะที่ภาพและเสียงของระบบดิจิทัลมีความคมชัดมากกว่าระบบอนาล็อก

ทั้งยังเพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรายการ โปรแกรม สาระบันเทิงต่างๆ (content) รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซต-ท็อป-บ็อกซ์ หรือซอฟต์แวร์ รวมไปถึงเพื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น เพย์ เพอร์ วิว, โมบาย ทีวี, เอชดี ทีวี, ไอพีทีวี 6 เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการนำเสนอเนื้อหาต่างๆ ได้รวดเร็ว และสะดวกมากยิ่งขึ้น
เปิดมาตรฐานฮิตดิจิทัล ทีวีไทย

ส่วนมาตรฐานของระบบดิจิทัลภาคพื้นดินที่เหมาะสมกับประเทศไทยนั้น ตามข้อมูล ระบุว่า มาตรฐานทางเทคนิคของโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน มีหลายมาตรฐานแต่ที่แพร่หลายมี 3 มาตรฐาน ไม่นับรวมมาตรฐาน DTMB (Digital Terrestrial Multimedia Broadcast) ที่ประเทศจีนพัฒนาขึ้นมาใช้เองภายในประเทศ ซึ่งรวมฮ่องกงและมาเก๊า
1. มาตรฐาน ATSC (Advance Television System Committee) เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้แทนที่ระบบอนาล็อก NTSC การใช้งานในปัจจุบัน (ก.ย. 2551) เป็นที่นิยมในทวีปอเมริกาเหนือ 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ฮอนดูรัส และ บาฮามาส นอกทวีปอเมริกามีประเทศเกาหลีใต้ที่ใช้มาตรฐานนี้
2. มาตรฐาน DVB-T (Digital Video Broadcasting -Terrestrial) พัฒนาขึ้นในทวีปยุโรป เพื่อทดแทนระบบอนาล็อก PAL & SECAM การใช้งานในปัจจุบัน (ก.ย. 2551) เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายถึง 118 ทั่วโลก ในยุโรป 43 ประเทศ ในทวีปเอเชียแปซิฟิก 32 ประเทศ แอฟริกา 41 ประเทศ และ อเมริกาใต้ 2 ประเทศ
3. มาตรฐาน ISDB-T (Integrated Service Digital Broadcasting) พัฒนาในประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้แทนที่ระบบอนาล็อก NTSC การใช้งานในปัจจุบัน (ก.ย. 2551) มีเพียง 2 ประเทศที่เลือกใช้ คือ ญี่ปุ่นและบราซิล
สังคมเกิดไอเดียใหม่

สำหรับประเทศไทย ได้ทดลองส่งโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลระบบ DVB-T จากตึกใบหยก 2 กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2543 - 31 พฤษภาคม 2544 แต่หลังจากนั้น ก็ไม่ได้ดำเนินการต่อ

"อนุพนธ์" ยังเล่าด้วยว่า สำหรับแนวโน้มตลาดโมบายทีวีในไทยปัจจุบันมีคนรับชมในช่องทางนี้ไม่ต่ำกว่า 4 แสนคน ซึ่งต่อไป การดูทีวี ช่องไม่ใช่เป็นตัวกำหนด แต่จะเป็นคนดูกำหนด ว่าจะอยากดูอะไร อยากดูที่ไหน และอยากดูเวลาใด

ขณะที่ เทคโนโลยีทีวีดิจิทัล จะสามารถส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ จะสามารถหนุนให้ภาคท้องถิ่นผลิตคอนเทนท์ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองได้มาก และครอบคลุมได้กว้างขึ้น ในส่วนภาคสังคม เมื่อมีดิจิทัล ทีวี ก็สามารถครีเอทช่องสำหรับคนพิการ หรือคนด้อยโอกาสในสังคมได้ง่าย
รวมถึงการมี ดิจิทัล ทีวี จะทำให้เกิดความหลากหลายของไอเดียเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อทุกประเทศอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมด คอนเทนท์จะแตกหน่อเกิดไอเดียใหม่ๆ และเกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกันบนแพลตฟอร์มเดียวกัน

ส่วนการวิเคราะห์

ปัจจุบันการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมีมากขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงของข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ผู้บริโภคมีความรู้และใช้งานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ iPhone Blackberry ที่มีกระแสตอบรับที่ดี สินค้ามีการเปลี่ยนจาก2Gไปสู่3Gและ4Gมากขึ้น นอกจากเทคโนโลยีการสื่อสารแล้ว การเชื่อมโยงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเอง ก็มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เกิดเป็นกระแสsocial networkขึ้นมา ยอดผู้ใช้งานผ่านเว็บที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น Facebook, twitterมีมากขึ้น จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก และมีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย นอกจากที่กล่าวมายังมีอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากก็คือ เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลดิจิทัลกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้แก่ ข้อมูลภาพจากกล้องดิจิทัล ข้อมูลจากการเติบโตของการใช้โทรศัพท์มือถือ ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวกับโทรทัศน์ดิจิทัล กล้องวิดีโอวงจรปิด การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศที่กำลังเติบโต แอปพลิเคชั่นที่ใช้เซ็นเซอร์ ความหลากหลายของโลกดิจิทัลได้ส่งผลมาถึงอุตสาหกรรมโทรทัศน์ โทรทัศน์ในอดีตจากระบบอนาล็อกได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเข้ามาสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น

โทรทัศน์ดิจิทัลที่เป็นส่วนผสมระหว่างโทรทัศน์ความละเอียดสูง โทรทัศน์แบบเคลื่อนที่ (โมบาย ทีวี) และโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต (ไอพีทีวี) มีวิวัฒนาการจากโทรทัศน์ระบบอนาล็อกมาสู่ระบบโทรทัศน์ที่มีความละเอียดสูง (HDTV), โทรทัศน์แบบเคลื่อนที่ (Mobile TV) และโทรทัศน์บนอินเทอร์เน็ต (IPTV) คุณภาพในการรับชมดีขึ้น ไม่มีเงา การรบกวนน้อย รับได้จากเคเบิ้ลทีวี หรือจากดาวเทียม สามารถรับชมขณะอยู่ในพาหนะเคลื่อนที่ได้ เช่น รับโทรทัศน์บนรถยนต์ได้ชัดเจนในบางความถี่ หลายประเทศผู้ผลิตทั่วโลก ได้มีการยกเลิกการผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ของโทรทัศน์ระบบอนาล็อกทั้งสำหรับสถานีแพร่ภาพและผู้ชมทางบ้านแล้ว สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union : ITU) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการกำหนดมาตรฐานการสื่อสารโทรคมนาคมและจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประสานประโยชน์ในการใช้คลื่นความถี่ของประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ไอทียูได้แนะนำให้ยุติโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบอนาล็อกภายในปี 2558 เพื่อเป็นกรอบเวลาสำหรับเตรียมความพร้อม โดยมีช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่าน 4-8 ปี การใช้ดิจิตัลทีวีของประเทศไทยมีการใช้งานน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ อาจเนื่องมากจากความทันสมัยของเทคโนโลยียังเทียบไม่ได้กับในต่างประเทศ โดยมาตรฐานของระบบก็มีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ประเทศไทยเองถึงแม้จะเคยพัฒนาใช้ระบบนี้ในอดีตแต่ก็ไม่ได้รับความสำเร็จ หากในประเทศมีการนำเทคโนโลยีระบบดิจิทัลมากใช้ จะทำให้content ต่างๆถูกพัฒนามากขึ้น และจะเป็นประโยชน์กับประชาชนในประเทศ ถ้าในประเทศมีการส่งเสริมให้ประชาชนผลิตcontentต่างๆก็จะทำให้มีไอเดียเกิดใหม่ขึ้นมาจำนวนมาก และจะทำให้เกิดการแข่งขัน และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลด้วยจำกัดเฉพาะในเมือง แต่คนท้องถิ่นก็จะได้ประโยชน์ด้วย การพัฒนาของเทคโนโลยีทีวีดิจิทัล จะสามารถส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

แนวโน้มในอนาคตหากรัฐบาลมีการส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรายการ โปรแกรม สาระบันเทิงต่างๆ (content) รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซต-ท็อป-บ็อกซ์ หรือซอฟต์แวร์ รวมไปถึงเพื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น เพย์ เพอร์ วิว, โมบาย ทีวี, เอชดี ทีวี, ไอพีทีวี 6 เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการนำเสนอเนื้อหาต่างๆ ได้รวดเร็ว และสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาและแข่งขันมากยิ่งขึ้น โดยประโยชน์จะส่งผ่านมายังประชาชนทุกคน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นดังนั้นเชื่อว่าบทบาทของดิจิทัลทีวีจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นอีกในอนาคต

แหล่งที่มา http://www.bangkokbiznews.com/2010/08/18/news_31419224.php?news_id=31419224
วันที่ 18 สิงหาคม 2553