เรื่อง Virtual Meeting Room ธุรกิจมาแรงด้วยบริการคลาวด์
สรุปข่าว
จากเหตุการณ์ความไม่สงบอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองในเดือนพฤษภาคม 2553 ทำให้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ ให้สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก ผ่านบริการรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ อีกทั้งยังทำให้เกิดความตื่นตัวต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และ Public Safety
สุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค เปิดเผยว่า สถานการณ์ ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบ ต่อภาคธุรกิจและภาคการศึกษา โดยเฉพาะ โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในจุดชุมนุม ทำให้นักเรียนและครูไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ และในที่สุดก็ต้องประกาศหยุดเรียน ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ทำให้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหามากขึ้น ดังนี้
ใช้ Virtual Classroom แก้ปัญหา
ทางซอฟต์แวร์พาร์คได้ร่วมมือกับบริษัท ทรีวิว กรุ๊ป (3View Group) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอิสราเอล ที่ให้บริการ Virtual Classroom ซึ่งเป็นการเรียนการสอนเสมือนจริงที่ผู้เรียนสามารถเรียนได้จากที่บ้าน ซึ่งมีกิจกรรมที่จะเป็นตัวช่วยให้การเรียนเข้าสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น เช่น การใช้ E-Mail, Chat, Webboard, Search, Conference สำหรับติดต่ออาจารย์หรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนเพื่อถามข้อสงสัย เป็นการเรียนการสอนภายใต้ระบบ Multi-User ผ่านเว็บฯ สามารถใช้พร้อมกันได้หลายคน
พลิกวิกฤติให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้
โดยเทรนด์ที่เกิดกับองค์กรต่างๆ คือ ให้ความสำคัญแก่ระบบ Back-up Recovery Site เพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น ซอฟต์แวร์พาร์คมีการ Back-up ข้อมูลทั้งหมดลงในฮาร์ดดิสก์ รวมทั้งมีการเช่า ตู้นิรภัยของธนาคารเพื่อเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่จะให้บริการระบบ Back-up ข้อมูล โดยต่อไประบบเหล่านี้สามารถอยู่บน Cloud ได้ โดยที่หน่วยงานไม่ต้องลงทุนซื้อระบบสตอเรจหรือฮาร์ดดิสก์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นโอกาสของธุรกิจทางด้าน Public Safety ที่ขายฮาร์ดแวร์เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของคน เช่น กล้องวงจรปิด หรืออื่นๆ ที่เฝ้าระวังความปลอดภัยโดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ ในช่วงเกิดเหตุการณ์ชุมนุมพบว่ามีการซื้อประกันภัยจากการก่อ การร้ายและจลาจลมาก
บริษัทขนาดใหญ่ใช้ Virtual Meeting Room
ในช่วงปิดสนามบินที่ยุโรปพบว่ามี การใช้บริการ Virtual Meeting Room มากขึ้น ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็น Multi-National มีการนำไปใช้เพื่อลดความ สูญเสียและประหยัดค่าใช้จ่าย จากนโยบายลดการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อประชุมบ่อยครั้ง
เตรียมเปิดหลักสูตร e-Trianing
ได้ร่วมมือกับบริษัท 3Viเตรียมเปิดตัวเป็นการฝึกอบรมรูปแบบใหม่ ที่ผสมผสานระหว่าง 3 หลัก คือ1. e-Learning 2. Virtual Classroom และ 3. Traditional Training มีผู้สอนเข้าร่วมสอนแต่ลดจำนวนวันลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าสมัครเรียนจะถูกลง
“ปัจจุบัน ผู้ที่เข้ารับการอบรมจะต้องเดินทางมายังซอฟต์แวร์พาร์คส่วนกลาง แต่เมื่อเปิดคอร์สนี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายหลักสูตรจาก 15,000 บาท ลดลงมาได้ 10 เท่า และมีคอนเทนต์จากต่างประเทศมาเสริมด้วยการใช้ e-Trianing
ในส่วนของแพลตฟอร์มบริการ Cloud นั้น จะมีแต่ผู้ให้บริการรายใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการ Cloud รายเล็กสามารถให้บริการได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการขายซอฟต์แวร์มาเป็น Software as a Service (SaaS) หรือขายเป็นบริการแทน และจ่ายค่าบริการตามความเป็นจริง ลดต้นทุนเพราะเป็นการแชร์ระบบเน็ตเวิร์ก หรือระบบสตอเรจในการเก็บข้อมูลทั้งหมด และมีแอพพลิเคชั่นมาพร้อม ทำให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นไม่ต้องลงทุนทั้งระบบ
คุณลักษณะของ Cloud มี 5 ประการด้วยกัน คือ 1. On Demand Self- Service ใช้งานได้ตามความต้องการ Scale-up หรือ Scale-down ได้ 2. Ubiquitous Network สามารถเข้าถึง ได้ทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือมือถือ 3. Location Independence ไม่จำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ 4. Flexibility มีความยืดหยุ่นสูง 5. Pay-per-use ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น
ส่วนการวิเคราะห์
ข้อดีจากการนำระบบดังกล่าวมาใช้
1. ระบบ virtual classroom หรือ virtual meeting room ทำให้สามารถเรียน หรือ ประชุม ผ่านทางระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และทำให้ไม่สามารถเดินทางมายังที่หมายได้
2. เนื่องจากไม่ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และเวลาในการเดินทาง
3. ระบบการ back up ข้อมูล และการ recovery data เป็นการให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูล เมื่อเกิดความเสียหายต่อข้อมูลก็สามารถที่จะทำการกู้ข้อมูล หรือดึงข้อมูลที่ทำการสำรองไว้แล้วออกมาใช้งานได้
4. ระบบ cloud ที่เป็นระบบขายการบริการ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างเจ้าหน้าที่เทคนิค ลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนด้านสตรอเรจ
ข้อเสียจากการนำระบบดังกล่าวมาใช้
1. ระบบ virtual classroom หรือ virtual meeting room เนื่องจากเป็นการพบกันผ่านระบบออนไลน์ ทำให้อรรถรสในการเรียน หรือประชุม รวมไปถึงความรู้สึกในการมีส่วนร่วมนั้น ไม่เทียบเท่ากับการพบกันจริงๆ
2. ระบบ virtual classroom หรือ virtual meeting room อาจจะมีปัญหาด้านเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นด้านการเชื่อมต่อ ดีเลย์ ระบบเสียง ระบบภาพ เป็นต้น
3. ระบบ virtual classroom หรือ virtual meeting room จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความพร้อมในระดับหนึ่ง เช่น ต้องมีกล้อง และระบบที่รองรับ รวมไปถึง ความเร็วอินเตอร์เน็ทที่เหมาะสม
4. ระบบ cloud อาจจะมีปัญหาด้านความปลอดภัยของข้อมูล
รูปแบบการเปลี่ยนแปลงหรือผลกระทบที่ส่งผลต่อธุรกิจ
ถือว่าส่งผลกระทบต่อธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากรูปแบบการแข่งขันด้านธุรกิจในปัจจุบันนั้นเน้นที่ความรวดเร็วของการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร กล่าวได้ว่าบริษัทใดที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้เร็วกว่า ก็จะได้เปรียบกว่า ดังนั้นแล้ว ในระบบแบบ virtual classroom หรือ virtual meeting room นั้น ถือว่าเป็นระบบที่ส่งผลดีต่อด้านธุรกิจโดยตรง เพราะเป็นการอำนวยความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจ ในด้านการนัดหมายและการประชุม อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมไปถึงการก่อความไม่สงบแล้ว เมื่อนำระบบดังกล่าวนี้มาใช้ ก็จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งถือเป็นผลดีอย่างมาก เนื่องจากในด้านธุรกิจแล้ว การที่ธุรกิจหยุดชะงักไปแม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อรายได้ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล และคาดการณ์ว่าในอนาคต ระบบในรูปแบบดังกล่าวนี้จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับการ back up , recovery และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลนั้น ถือเป็นความจำเป็นอย่างมากในแง่ของธุรกิจ เนื่องจากข้อมูลด้านธุรกิจนั้น มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลภายในของบริษัท ของคู่ค้า หรือข้อมูลด้านบัญชี และอื่นๆนั้น หากเกิดความเสียหายเชิงข้อมูล ซึ่งรวมไปถึงความล้มเหลวด้านความปลอดภัยของข้อมูลนั้น ถือเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับบริษัทได้ ซึ่งอาจทำให้บริษัทถึงขั้นล้มละลายได้เลยทีเดียว
ในระบบ cloud นั้น ทำให้บริษัทลดค่าใช้จ่าย และลดความยุ่งยากลำบากในการจัดการกับข้อมูลได้อย่างมากมาย และเป็นระบบที่ง่ายต่อการใช้งาน เพียงแค่จ่ายเงินค่าบริการเท่านั้น แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาข้อมูล รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วย
แหล่งที่มาของข้อมูล http://www.ecommercemagazine.com/index.php?option=com_content&task=view&id=3392&Itemid=48
ข่าววันที่ 8 กรกฏาคม 2553
เนื้อหาข่าวต้นฉบับ
Virtual Meeting Room ธุรกิจมาแรงด้วยบริการคลาวด์
จากเหตุการณ์ทางการเมืองในเดือนพฤษภาคม 2553 เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ ให้สามารถดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก ผ่านบริการรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็น Virtual Classroom หรือ Virtual Meeting Room นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดความตื่นตัวของเทรนด์ทางด้านธุรกิจระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และPublic Safety
สุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค เปิดเผยว่า สถานการณ์ ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบ ต่อภาคธุรกิจและภาคการศึกษา โดยเฉพาะ โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในจุดชุมนุม เช่น โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนและครู ไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ต้องประกาศหยุดเรียน ซอฟต์แวร์พาร์ค ได้รับโจทย์ว่าหากโรงเรียนไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามกำหนด คือ วันที่ 19 พ.ค. 2553 เทคโนโลยีจะช่วยตอบโจทย์ได้อย่างไร
ใช้ Virtual Classroom แก้ปัญหา
จากปัญหาดังกล่าว ซอฟต์แวร์พาร์คจึงได้โซลูชั่นของบริษัท ทรีวิว กรุ๊ป (3View Group) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอิสราเอล ที่ให้บริการ Virtual Classroom มีการเรียนการสอนเสมือนจริงที่ผู้เรียนสามารถเรียนได้จากที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางมาโรงเรียน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างทดลองให้บริการฟรีกับโรงเรียน
โดยรูปแบบจะมีทั้งการสื่อสารและกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่แตกต่างไปจากห้องเรียนปกติ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นตัวช่วยให้การเรียนเข้าสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น เช่น ใช้ E-Mail, Chat, Webboard, Search, Conference สำหรับติดต่ออาจารย์หรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนเพื่อถามข้อสงสัย เป็นการเรียนการสอนภายใต้ระบบ Multi-User ผ่านเว็บฯ สามารถใช้พร้อมกันได้หลายคน
“การเรียนผ่าน Virtual Classroom ทำให้ครูสามารถส่งอีเมลถึงนักเรียนเพื่อนัดเวลาเข้าเรียนได้พร้อมกัน สามารถ เห็นหน้านักเรียนได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันนักเรียนก็สามารถเห็นหน้าคุณครูและเพื่อนๆ ได้เช่นเดียวกัน สามารถซักถาม ตอบคำถามได้เหมือนเรียนในห้องเรียนจริง ซึ่งจะแตกต่างกับการเรียนแบบ e-Learning ที่เป็นการเรียนผ่านบทเรียนแห้งๆ โดยโซลูชั่นที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถเห็นหน้ามากที่สุดแค่ 6 คน แต่โซลูชั่นของ 3View สามารถพัฒนาให้รองรับตามจำนวน ผู้เรียนในชั้นได้” สุวิภาชี้แจ้ง
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนมาร์แตเดอีวิทยาลัยพบว่า ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีการเก็บ E-mail Address ของนักเรียนทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ไม่มั่นใจว่านักเรียนจะสามารถ Access ได้หรือไม่ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ต้องมีกล้อง มีอินเทอร์เน็ต ที่เร็วพอใช้งาน มีการเลือกคอนเทนต์ที่เหมาะสม จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้บริหารของโรงเรียนเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น จากเดิมที่ไม่ได้คำนึงถึงมากนัก
พลิกวิกฤติให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้
สุวิภาอธิบายว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤติ Business Continuity Plan เป็นโอกาสในการนำไอทีไปใช้ประโยชน์ในภาคธุรกิจให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้เมื่อ เกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยเทรนด์ที่เกิดกับองค์กรต่างๆ คือ ให้ความสำคัญแก่ระบบ Back-up Recovery Site เพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญขององค์กร อย่างเช่น ซอฟต์แวร์พาร์คมีการ Back-up ข้อมูลทั้งหมดลงในฮาร์ดดิสก์ รวมทั้งมีการเช่า ตู้นิรภัยของธนาคารเพื่อเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ หรือธนาคารที่ใช้อาคารซอฟต์แวร์พาร์คเป็นสถานที่สำรองในการ Back-up ข้อมูล ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่จะให้บริการระบบ Back-up ข้อมูล โดยต่อไประบบเหล่านี้สามารถอยู่บน Cloud ได้ โดยที่หน่วยงานไม่ต้องลงทุนซื้อระบบสตอเรจหรือฮาร์ดดิสก์
นอกจากนี้ยังพบว่า องค์กรหรือหน่วยงานมีความต้องการสถานที่ทำงานเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตนี้ เช่น ธนาคารยูโอบี ซึ่งไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ได้เนื่องจากมีการชุมนุม โดยได้ใช้อาคารซอฟต์แวร์พาร์คเป็นสถานที่ทำงานสำรองและขอเช่าห้องประชุมเพิ่มเติม เป็นต้น
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นโอกาสของธุรกิจทางด้าน Public Safety ที่ขายฮาร์ดแวร์เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของคน เช่น กล้องวงจรปิด หรืออื่นๆ ที่เฝ้าระวังความปลอดภัยโดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ ในช่วงเกิดเหตุการณ์ชุมนุมพบว่ามีการซื้อประกันภัยจากการก่อ การร้ายและจลาจลมาก
อย่างไรก็ตาม บริษัทไมโครซอฟท์ สำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีระบบรักษาความปลอดภัยมาก โดย Security Operation Center ของไมโครซอฟท์ มี การติดตั้งกล้อง สามารถดูผู้ที่ผ่านเข้าออกได้ตั้งแต่แตะบัตรเข้ามาในศูนย์ มีระบบแจ้งเตือนตามที่จอดรถเมื่อพบสิ่งผิดปกติ สามารถเฝ้าดูศูนย์ที่อินเดียและจีนได้ โดยมีการเชื่อมต่อเป็นโซน และมีการ Back-up ข้อมูลซึ่งกันและกัน ระบบรักษาความปลอดภัยของไมโครซอฟท์ ยังเชื่อมต่อไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจหรือสถานีดับเพลิง อีกด้วย
บริษัทขนาดใหญ่ใช้ Virtual Meeting Room
ในช่วงปิดสนามบินที่ยุโรปพบว่ามี การใช้บริการ Virtual Meeting Room มากขึ้น ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็น Multi-National มีการนำไปใช้เพื่อลดความ สูญเสียและประหยัดค่าใช้จ่าย จากนโยบายลดการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อประชุมบ่อยครั้ง ปัจจุบัน มีการใช้ระบบนี้ในรูปแบบของการประชุมผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น
โดยมีการให้บริการเชิงธุรกิจอย่างจริงจัง เห็นได้ชัดในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินในยุโรป พบว่ารายได้จากการขายบริการ Virtual Meeting Room เพิ่มขึ้น บริษัทหนึ่งสามารถ Log-in เข้ามาจองห้องประชุม กำหนดเวลา ดำเนินการทุกอย่างอยู่บนเว็บฯ ทั้งหมด โดยมีการส่งคำเชิญสำหรับผู้ร่วมประชุม ซึ่งการคิดค่าบริการจะคิดเป็นรายชั่วโมง โดยชั่วโมงแรกคิดค่าบริการประมาณ 8 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อคน หากมีผู้เข้าประชุมเป็นจำนวนมากจะทำให้มีรายได้มากขึ้น ขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจก็ไม่หยุดชะงัก ส่วน T-Mobile ซึ่งเป็นเซอร์วิสโพรไวเดอร์ของเยอรมัน ได้ขายบริการนี้ให้กับลูกค้าแล้ว
e-Trianing การฝึกอบรมรูปแบบใหม่
นอกจากบริการที่กล่าวมาแล้ว ยังมีบริการในรูปแบบของ e-Trianing ซึ่งบริษัท โบอิ้ง คอร์ปอเรชั่น ผลิตเครื่องบิน
โดยสาร มีการฝึกอบรมลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ นอกเหนือจากการขายซีดีหรือคอร์สอบรม เพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อเครื่องบินได้
เข้าใจถึงระบบต่างๆ ของเครื่องอย่างละเอียด รวมถึงบริษัท โลจิสติกส์ต่างชาติ เช่น FedEx ที่ต้องการฝึกอบรมวิธีการดูแลกล่องพัสดุภัณฑ์ให้แก่พนักงานที่มีอยู่ทั่ว
โลก ซึ่งต้องทำด้วยมาตรฐานเดียวกันก็สามารถใช้บริการผ่านระบบ e-Trianing ได้ โดยเชื่อมต่อกับระบบ HR จะแสดงให้เห็นว่าพนักงานได้ผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว จึงเห็นได้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยตอบสนองความต้องการทางธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี
เตรียมเปิดหลักสูตร e-Trianing
สุวิภากล่าวว่า ซอฟต์แวร์พาร์คเห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับบริษัท 3Viเตรียมเปิดตัวเป็นการฝึกอบรมรูปแบบใหม่ ที่ผสมผสานระหว่าง 3 หลัก คือ1. e-Learning 2. Virtual Classroom และ 3. Traditional Training มีผู้สอนเข้าร่วมสอนแต่ลดจำนวนวันลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าสมัครเรียนจะถูกลง
“ปัจจุบัน ผู้ที่เข้ารับการอบรมจะต้องเดินทางมายังซอฟต์แวร์พาร์คส่วนกลาง แต่เมื่อเปิดคอร์สนี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายหลักสูตรจาก 15,000 บาท ลดลงมาได้ 10 เท่า และมีคอนเทนต์จากต่างประเทศมาเสริมด้วยการใช้ e-Trianing โดยการฝึกอบมแบบนี้สามารถขยายได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ว่างมาเรียนในห้อง” สุวิภาอธิบาย
บริการต่างๆ จะพัฒนาไปสู่ Cloud Services
บริการที่กล่าวมาในข้างต้น ต่อไปจะถูกพัฒนาให้อยู่บน Cloud โดยที่หน่วยงานจะไม่ต้องลงทุน เพราะการให้บริการทุกอย่างเป็น Cloud Services ซึ่งคอนเซ็ปต์ของ Cloud คือ การใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการดีขึ้น
ในส่วนของแพลตฟอร์มบริการ Cloud นั้น จะมีแต่ผู้ให้บริการรายใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการ Cloud รายเล็กสามารถให้บริการได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการขายซอฟต์แวร์มาเป็น Software as a Service (SaaS) หรือขายเป็นบริการแทน และจ่ายค่าบริการตามความเป็นจริง ลดต้นทุนเพราะเป็นการแชร์ระบบเน็ตเวิร์ก หรือระบบสตอเรจในการเก็บข้อมูลทั้งหมด และมีแอพพลิเคชั่นมาพร้อม ทำให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นไม่ต้องลงทุนทั้งระบบ
ดังนั้นคุณลักษณะของ Cloud มี 5 ประการด้วยกัน คือ 1. On Demand Self- Service ใช้งานได้ตามความต้องการ Scale-up หรือ Scale-down ได้ 2. Ubiquitous Network สามารถเข้าถึง ได้ทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือมือถือ 3. Location Independence ไม่จำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ 4. Flexibility มีความยืดหยุ่นสูง 5. Pay-per-use ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น
ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Cloud มากขึ้น เช่น ทรู ซันไมโครซิสเต็มส์ ออราเคิล และไอบีเอ็ม ล่าสุด บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ของญี่ปุ่น มีการเข้ามาตั้ง Data Center ในเมืองไทย เพื่อให้แพลตฟอร์มบริการ Cloud รองรับลูกค้าญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยกว่า





