เน็ตแอพ ระบุวิกฤติการเมืองดันคลาวคอมพิวติ้งเติบโต หลังองค์กรธุรกิจหลีกเลี่ยงใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ พร้อมเตรียมรุกตลาดเพิ่ม
เน็ตแอพ ระบุวิกฤติการเมืองดันระบบคลาวคอมพิวติ้งเติบโตพุ่ง หลังองค์กรธุรกิจหลีกเลี่ยงใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ในประเทศ เตรียมรุกตลาดเพิ่ม ล่าสุดคว้าโปรเจคใหญ่ บริษัทธุรกิจบันเทิงเบอร์ 1 ใช้ระบบคลาวด์ เซอร์วิสบริหารจัดการดิจิ ทัล คอนเทนท์
นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เน็ตแอพ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดคลาวด์ เซอร์วิส ในไทยเติบโตเพิ่มขึ้น โดยหลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในกรุงเทพฯ เมื่อเดือน พ.ค. องค์กรขนาดใหญ่ต่างหาวิธีบริหารจัดการระบบดาต้า เซ็นเตอร์ของตัวเอง ส่วนใหญ่หันพึ่งพาระบบคลาวด์ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ดาต้า เซ็นเตอร์ในประเทศ
"คลาวด์ เซอร์วิส เติบโตอย่างเห็นได้ชัด ช่วงเกิดการจลาจลใน กทม. การสำรองข้อมูล การจัดการด้านสตอเรจ ความสามารถในการเรียกใช้ข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเมื่อองค์กรมีบทเรียน ช่วงนี้จะเห็นการลงทุนเรื่องคลาวด์ คอมพิวติ้งในองค์กรต่างๆ เพิ่มมากขึ้น"
ขณะเดียวกัน แนวโน้มทั่วโลกระบบคลาวด์ เซอร์วิส ซึ่งเน้นการแชร์ใช้ทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานของไอทีให้ได้ประสิทธิภาพ สูงสุดเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากช่วยลดการลงทุนใหม่ได้มาก จากการคาดการณ์ของบริษัทการ์ทเนอร์ ระบุว่า ตลาดคลาวด์ เซอร์วิส ทั่วโลกจะขยายใหญ่ขึ้น และมีมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2556
ทั้งนี้ ไทยก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการทำระบบคลาวด์ เซอร์วิส แบบไพรเวท คลาวด์ หรือพัฒนาระบบใช้เฉพาะภายในองค์กร ที่คาดว่าได้รับความนิยมสูงกว่า การทำระบบแบบพับลิค คลาวด์ หรือพัฒนาระบบแบ่งปันใช้ทรัพยากรเพื่อให้บริการกับองค์กรภายนอก เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ยินดีฝากแอพพลิเคชั่น หรือข้อมูลสำคัญให้องค์กรภายนอกเป็นผู้ดูแล
บริษัทเล็งเห็นความต้องการดังกล่าวจากกลุ่มลูกค้าขนาดกลาง และขนาดใหญ่มีเพิ่ม จึงเตรียมรุกตลาดคลาวด์ เซอร์วิสอย่างต่อเนื่องใน ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยจะผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์ให้บริการโซลูชั่นที่เหมาะสม และเป็นแบบออนดีมานด์ตามความต้องการลูกค้า ทั้งยังจะอัพเกรดระบบปฏิบัติการให้ลูกค้าเก่าฟรี ส่วนลูกค้าใหม่จะให้บริการด้วยระบบระดับมืออาชีพมากขึ้น
ผลประกอบการที่เติบโตของบริษัทกว่า 25% ครึ่งหนึ่งมาจากการมีลูกค้าใหม่ๆ หันมาใช้โซลูชั่นด้านคลาวด์ เซอร์วิส เพื่อบริหารจัดการสตอเรจในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"ล่าสุดเราได้โปรเจคใหญ่จากกลุ่มบริษัทด้านธุรกิจบันเทิงเบอร์ 1 ของไทย ในการช่วยติดตั้งโซลูชั่นคลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อบริหารจัดการดิจิทัล คอนเทนท์ โดยเฉพาะการดาวน์โหลดเพลงต่างๆ ซึ่งกลุ่มธุรกิจบันเทิง ถือเป็นกลุ่มใหม่ที่มาแรง และกำลังหันมาลงทุนบริหารจัดการด้านสตอเรจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบนโซลูชั่นคลาวด์ คอมพิวติ้ง"
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20100629/340190/เน็ตแอพชี้วิกฤติดันคลาวด์เซอร์วิสพุ่ง.html
สรุปข่าว
ปัจจุบันตลาดคลาวด์ เซอร์วิส ในไทยเติบโตเพิ่มขึ้น โดยหลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองเนื่องจากการสำรองข้อมูล การจัดการด้านสตอเรจ ความสามารถในการเรียกใช้ข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาเป็นเรื่องสำคัญ จึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่ใช้ Data center ที่อาจมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงวิกฤต และ แนวโน้มทั่วโลกระบบคลาวด์ เซอร์วิส ซึ่งเน้นการแชร์ใช้ทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานของไอทีให้ได้ประสิทธิภาพ ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากช่วยลดต้นทุนได้
ในประเทศไทย การทำระบบคลาวด์ เซอร์วิส แบบไพรเวท คลาวด์ หรือพัฒนาระบบใช้เฉพาะภายในองค์กร ได้รับความนิยมสูงกว่า การทำระบบแบบพับลิค คลาวด์ หรือพัฒนาระบบแบ่งปันใช้ทรัพยากรเพื่อให้บริการกับองค์กรภายนอก เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ข้อมูลสำคัญของบริษัท ไปอยู่นอกองกรณ์
ข้อมูลเพิ่มเติมและการวิเคราะห์
ระบบ Cloud Computing คือ กลุ่มของโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกบริหารจัดการและขยายตัวได้อย่างมาก ซึ่งมีขีดความสามารถในการรองรับโปรแกรมประยุกต์ต่างๆของผู้ใช้และเก็บค่า บริการตามการใช้งาน โดยโครงสร้างของระบบ Cloud Computing ประกอบด้วย
- กลุ่มเมฆของเซอร์ฟเวอร์ (cloud server) ซึ่งเป็นเซอร์ฟเวอร์จำนวนมากที่ตั้งอยู่ในที่เดียว กัน กลุ่มเมฆนี้ต่อเชื่อมเข้าหากันด้วยเครือข่ายเป็นระบบGrid ในระบบนี้จะใช้ซอฟต์แวร์Virtualizationในการทำงานเพื่อให้โปรแกรม ประยุกต์ขึ้นกับระบบน้อยที่สุด
- ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ ( User interaction interface) ทำหน้าที่รับคำขอบริการจากผู้ใช้ในรูปแบบเวบโปรโตคอล
- ส่วนจัดเก็บรายการบริการ (Services Catalog) เก็บและบริหารรายการของบริการ ผู้ใช้สามารถค้นดูบริการที่มีจากที่นี่
- ส่วนบริหารงาน (system management) ทำหน้าที่กำหนดทรัพยากรที่เหมาะสมเมื่อผู้ใช้เรียกใช้บริการ เมื่อมีการขอใช้บริการ ข้อมูลการขอ request จะถูกส่งผ่านให้ส่วนนี้
- ส่วนจัดหาทรัพยากร (provisioning services) จากนั้นส่วนบริหารงานจะติดต่อกับส่วนนี้ เพื่อจองทรัพยากรจากกลุ่มเมฆและเรียกใช้โปรแกรมประยุกต์แบบเวบที่เหมาะสมให้ เมื่อโปรแกรมประยุกต์ทำงานแล้วก็จะส่งผลที่ได้ให้ผู้ใช้ที่เรียกใช้บริการ ต่อไป
- ส่วนตรวจสอบข้อมูลการใช้งาน (Monitoring and Metering) เพื่อใช้ในการเก็บค่าบริการหรือเก็บข้อมูลสถิติเพื่อปรับปรุงระบบต่อไป
การทำงานของ Cloud Computing
แบ่งออกได้ 2 ฝั่ง คือ Client กับ Server ซึ่งทางฝั่ง Client ไม่มีโปรแกรมใดๆแต่ฝั่ง Server จะมีโปรแกรมและข้อมูลที่เก็บไว้เพื่อใช้ในการทำงาน ทางฝั่งClient ใช้เพียง Internet Browser ในการทำงานทำให้ไม่ต้องมีโปรแกรมใดๆบนเครื่อง Client ตัวอย่างเช่นงานเอกสารโดยไม่ต้องใช้ Microsoft Word เพราะไม่มี Serial Number แต่สามารถเปิด Internet Browser แล้วเข้าไปที่ Google Doc ก็สามารถทำงานได้ทันที ในมุมมองของผู้ใช้ระบบประมวลผลแบบกลุ่มเมฆจะหายไปเหลือเพียงบริการ หรือ เซอร์วิสเท่านั้น ซึ่งโมเดลหลักจะมีสองแนวทางด้วย คือ
- SAAS (Software As A Services) ซึ่งบริการทุกอย่างรวมถึง User Interface ทำจากระบบประมวลผลแบบกลุ่มเมฆหมด ตัวอย่างเช่น Google search, Google app เป็นต้น ข้อดีคือ ผู้ใช้สามารถใช้ระบบโดยไม่ต้องลงซอฟต์แวร์ใดๆ นอกจาก Web Browser และยังง่ายต่อการพัฒนาใน Mobile Device แต่อาจต้องการเครือข่ายที่เร็วและเสถียร
- Software & Services ของไมโครซอฟต์ซึ่งต้องลงซอฟต์แวร์บนเครื่องของผู้ใช้ แต่การประมวลผลขนาดใหญ่หรือขีดความสามารถเพิ่มเติมจะทำจาก กลุ่มเมฆแทน ข้อดีคือ การทำงานจะตอบสนองได้ดีกว่าและสามารถประมวลผลเองได้บางส่วนโดยไม่ต้องมี เครือข่าย อย่างไรก็ตามผู้ใช้ต้องบำรุงรักษา Software ที่ลงไว้ทำให้เกิดความซับซ้อน มากกว่าในส่วนนี้
ในการใช้งาน Cloud computing นั้นยังเป็นเรื่องใหม่มากในประเทศไทย ยังต้องมีการพัฒนาและสร้างการยอมรับอีกมาก โดยสามารถสรุปข้อดีของผู้ที่เป็นผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไปหรือ องค์กร ได้ดังนี้
- ส่งผลถึงการทำงานในองค์กรและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้นมีเพียงคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวก็สามารถทำงานได้
- สามารถลดต้นทุนได้ จากเดิมที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถใช้งานจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปโดยมีเพียงแค่เว็บบราวเซอร์ เพื่อใช้ทำงานเท่านั้นและจ่ายค่าบริการเท่าที่ใช้งานจริงเท่านั้น
- สามารถลดต้นทุนในส่วนของค่าลิขสิทธิ์ และการ Update Software ต่างๆซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
- ไม่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ
- ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสนใจเลยว่าระบบทำงานอย่างไร ประกอบไปด้วยทรัพยากร(resource) อะไรบ้าง ผู้ใช้แค่ระบุความต้องการ(requirement) จากนั้นบริการ(service)ก็เพียงให้ผลลัพธ์แก่ผู้ใช้
- ผู้ใช้สามารถกำหนด requirement ที่ต้องการได้หากไม่ต้องการความซับซ้อนของโปรแกรมมาก แทนที่จะเสียเงินลงทุนไปกับการพัฒนา Software เป็นจำนวนมาก
- ไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนในการวางระบบ Computer-Network ขององค์กรแต่นำเงินส่วนนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแทนซึ่งส่วนนี้เป็นประโยชน์ทางบัญชี (Capital ExpendituresOperating Expense)
- ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น
- สามารถทำงานร่วมกับผู้ร่วมงาน โดยใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน ในเวลาเดียวกันได้
- เนื่องจากการเก็บข้อมูลอยู่บน Online Server ซึ่งมีการเชื่อมโยงเป็นระบบ Network หากระบบภายในมีปัญหาก็จะไม่ส่งผลกระทบต่องาน
หากระบบ Cloud Computing มีการใช้งานในประเทศไทยมากขึ้น บริษัทที่ให้บริการระบบ Cloud computing จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการให้บริการใหม่ แทนที่การรับออกแบบพัฒนาโปรแกรมเฉพาะทางที่มีการใช้งานอยู่ เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการขายสินค้า มาเป็นการให้บริการแทน ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับภาวะแข่งขันที่สูงขึ้น โดยผู้ให้บริการที่มีอยู่ในขณะนี้เช่น Google Apps ที่รวมapplicationต่างๆผ่านจุดเดียว เช่น search engine, Gmail, Google , Google doc, Google calendar, Google maps, Google reader และ blogger โดยกลุ่มเป้าหมายที่เห็นได้ชัด คือกลุ่มธุรกิจขนาดย่อมที่มีทุนไม่มากนักในการติดตั้งระบบปฏิบัติการ ตัวอย่างการจำลองระบบปฏิบัติการ เช่น EyeOs ซึ่งเป็นระบบ Web Base Operating System ซึ่งมีหน้าจอการทำงานที่ใกล้เคียงระบบปฏิบัติการหลักๆ อย่าง Microsoft Windows หรือ Linux
มองในอีกแง่หนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการใช้งานระบบ Cloud Computing คือการที่บริษัทจะเข้าไปใช้งาน Cloud Computing นั้นยังมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งบางข้อมูลอาจเป็นข้อมูลสำคัญของบริษัท และอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในประเทศไทยคือ การให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งในการใช้ระบบ Cloud Computing นั้นต้องใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งในประเทศไทยนั้นยังมีไม่ทั่วถึง
ref. http://lib.blognone.com/Cloud_Computing
http://www.amwalker.com/blog/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-cloud-computing-%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7





