5210211010

เรื่อง : เน็ตพ่นพิษดิกฯ Oxford เลิกพิมพ์เล่มใหม่

oxford-english-dictionary-3-edition.jpg

สรุปข่าว

อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในชีวิตประจำวันของเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในทุกๆภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา, สังคม, ธุรกิจ และในด้านอื่นๆอีกมากมาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และเกิดเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ต่างๆขึ้นเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ดีการเข้ามาของอินเทอร์เน็ตก็ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งต่างๆรอบตัวเราอีกมากมาย ตัวอย่างที่สามารถเห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ “หนังสือ” นั่นเอง เพราะในปัจจุบันผู้บริโภคสื่อออนไลน์มีการเติบโตมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภครุ่นใหม่ยังได้เริ่มหันไปอ่านอีบุ๊ค (E-Book) และอิเล็กทรอนิกส์คอนเท็นต์จากอุปกรณ์ต่างๆกันมากขึ้น ซึ่งผู้บริโภคเหล่านี้ต่างก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไป เช่น ความสะดวกในการใช้งาน, ราคา หรือการอัพเดตข้อมูลที่มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นต้น จากที่ได้กล่าวมาในข้างต้นทำให้หลายๆคน มองว่าหนังสือมีพื้นที่ยืนเหลือน้อยลงไปทุกทีในยุคปัจจุบันและอาจจะหมดไปในอนาคต
ล่าสุดซีอีโอของสำนักพิมพ์ผู้พิมพ์ Oxford English Dictionary (OED) หรือ "พจนานุกรมฉบับภาษาอังกฤษของออกซ์ฟอร์ด" ที่หลายคนคุ้นเคย กล่าวว่า OED เอดิชั่นที่ 3 อาจจะไม่มีการพิมพ์ออกมาเป็นเล่มแล้ว ทั้งๆที่ได้ทำพจนานุกรมฉบับดังกล่าวเสร็จไปแล้ว 28% สาเหตุสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้เป็นเพราะยอดขายที่ตกลงเนื่องจากผู้ใช้หันไปใช้บริการจากอินเทอร์เน็ตแทน โดย OED เอดิชั่นใหม่จะให้บริการแบบออนไลน์ โดยจะได้รับการปรับปรุงข้อมูล ตลอดจนเพิ่มคำศัพท์ใหม่ทุกๆ 3 เดือน ซึ่งจะตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้มากกว่าสิ่งพิมพ์


ส่วนของการวิเคราะห์

เมื่อลองวิเคราะห์การใช้พจนานุกรมทั้งสองแบบจะพบว่ามีข้อดีที่แตกต่างกันหลายประเด็น เนื่องจากพจนานุกรมทั้งสองแบบต่างก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ดังนี้

* ข้อดีของการใช้พจนานุกรมบนอินเทอร์เน็ต

1. มีราคาถูกกว่าการซื้อหนังสือเป็นเล่ม ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการพจนานุกรมออนไลน์บนเว็บไซต์ต่างๆที่ให้บริการฟรี หรือซื้อการใช้บริการแบบรายปีจากผู้ผลิตพจนานุกรม หรือการซื้อพจนานุกรมในรูปแบบของ E-Book เนื่องจากผู้ผลิตหนังสือมีต้นทุนที่สูงกว่าในการตีพิมพ์, ขนส่ง และจัดจำหน่าย เป็นต้น
2. มีความสะดวกในการใช้งานมากกว่าหนังสือ เพราะเราสามารถป้อนคำที่ต้องการหาคำแปลลงในพจนานุกรมออนไลน์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการเปิดหาคำศัพท์จากในหนังสือ ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้และประหยัดเวลาในการค้นหาคำศัพท์ต่างๆ
3. ลดการพกพาพจนานุกรมที่มีขนาดใหญ่ หนักและเกะกะลง เนื่องจากในปัจจุบันมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้มากมาย ทำให้ผู้ใช้มีช่องทางในการเข้าถึงพจนานุกรมออนไลน์ให้เลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ค, แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์, เน็ตบุ๊ค, เครื่องอ่านอีบุ๊ค หรือแม้กระทั่งสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้ผู้ใช้หลายๆคน เปลี่ยนจากการใช้งานพจนานุกรมแบบเดิมที่เป็นเล่มหนังสือ มาใช้งานพจนานุกรมออนไลน์จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเองมีอยู่กันมากขึ้น
4. มีเครื่องมือสำหรับพจนานุกรมออนไลน์ที่หลากหลายให้เลือกใช้ เช่น Google แปลภาษาที่สามารถแปลภาษาในรูปแบบข้อความ, แปลภาษาของหน้าเว็บไซต์ และการแปลภาษาเป็นภาษาต่างๆได้หลายภาษา ซึ่งรวมถึงภาษาไทยด้วย
5. สามารถอัพเดตปรับปรุงข้อมูลหรือเพิ่มคำศัพท์ใหม่ลงในพจนานุกรมออนไลน์ได้ตลอดเวลา ทำให้พจนานุกรมมีความทันสมัยและดียิ่งขึ้นกว่าหนังสือพจนานุกรมแบบที่เป็นเล่มหนังสือ
6. ช่วยลดการใช้กระดาษที่ใช้ในการผลิตหนังสือ เพราะพจนานุกรมออนไลน์จะอยู่ในรูปแบบของข้อมูลดิจิตอลแทนการใช้กระดาษอย่างพจนานุกรมที่เป็นเล่มหนังสือ ทำให้สามารถช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากรต้นไม้ลงได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
7. พจนานุกรมออนไลน์ไม่มีความเสียหายของหนังสือ เหมือนกับหนังสือพจนานุกรมซึ่งสามารถเกิดความเสียหายกับตัวหนังสือได้โดยหลายๆสาเหตุ เช่น โดนน้ำ, ฉีกขาด หรือเปื่อยสลายไปตามวันเวลา เป็นต้น

* ข้อดีของการใช้หนังสือพจนานุกรม

1. คุณภาพของหนังสือ (ภายใต้แสงธรรมชาติ) สามารถมองเห็นได้ง่ายที่สุดด้วยตาของผู้อ่าน ทำให้ช่วยในเรื่องของการถนอมสายตาของผู้ใช้ ซึ่งต่างการใช้พจนานุกรมออนไลน์ที่ต้องอ่านจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทำให้ต้องใช้สายตาในการเพ่งมองที่หน้าจอ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดตา
2. การเปิดหนังสือพจนานุกรมจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจดจำคำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้นและทำให้ได้เห็นคำศัพท์อื่นๆเพิ่มเติมนอกเหนือจากคำศัพท์ที่ต้องการค้นหาคำแปล เพราะการใช้พจนานุกรมนั้นจะต้องเปิดเรียงตามพยัญชนะ ทำให้ผู้ใช้สามารถจดจำคำศัพท์ได้ขึ้นใจกว่าและได้เห็นคำศัพท์คำอื่นผ่านตาอีกด้วย ซึ่งต่างจากการพิมพ์ป้อนคำศัพท์ลงในพจนานุกรมออนไลน์
3. หนังสือพจนานุกรมสามารถจดคำอธิบายหรือเขียนข้อมูลที่ต้องการเพิ่มเติมลงในหนังสือได้ ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึกสิ่งที่ตนเองต้องการลงไปในหนังสือ โดยอาจเป็นข้อมูลที่จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นในอนาคต หากผู้ใช้ลืมหรือจำเป็นต้องเรียกใช้คำศัพท์คำนั้นอีก
4. สามารถใช้งานหนังสือพจนานุกรมได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่ใช้สำหรับพจนานุกรมออนไลน์ จำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานเพื่อใช้ในการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้น
5. สามารถใช้งานหนังสือพจนานุกรมได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในเชื่อมต่อ เนื่องจากพจนานุกรมออนไลน์จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ทำให้บางครั้งผู้ใช้อาจไม่สามารถใช้งานพจนานุกรมได้ หากเกิดปัญหาขึ้นกับอินเทอร์เน็ต


รูปแบบการเปลี่ยนแปลงหรือผลกระทบที่ส่งผลต่อสังคม

book-vs-e-book.gif

อย่างที่ทราบกันว่าในอนาคตแนวโน้มของการใช้บริการบนอินเทอร์เน็ตจะมีเพิ่มสูงขึ้น โดยสามารถสังเกตได้จากผลสำรวจของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีเพิ่มสูงขึ้นทุกปี, จำนวนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องต่างๆที่มีเพิ่มมากขึ้น, การพัฒนาเครือข่ายเน็ตเวิร์กที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการทำธุรกิจต่างๆบนอินเทอร์เน็ตที่มีความหลากหลายมากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับการพัฒนาของอินเทอร์เน็ตก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า “อีบุ๊ค (E-Book)” นั่นเอง
ปัจจุบันผู้บริโภคข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตนั้นมีเพิ่มสูงขึ้น อย่างกรณีศึกษานี้ที่ชี้ให้เห็นว่า มีผู้ใช้บริการพจนานุกรมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผู้ผลิตพจนานุกรมมีความคิดที่จะยกเลิกการตีพิมพ์หนังสือ แล้วหันไปให้บริการในรูปแบบออนไลน์แทน ซึ่งทำให้เห็นชัดว่า อินเทอร์เน็ตนั้นมีผลกระทบต่อสื่อสิ่งพิมพ์เป็นอย่างมาก และไม่ใช่เพียงแต่หนังสือพจนานุกรมเท่านั้น เพราะปัจจุบันสื่อสิ่งพิมพ์ทุกแขนงต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์, นิตยสาร หรือแม้กระทั่งหนังสือการ์ตูน นอกจากนี้การเข้ามามีบทบาทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่มีผลกระทบต่อสื่อสิ่งพิมพ์เป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าปัจจุบันจะยังมีผู้ใช้หนังสืออยู่ก็ตาม แต่แนวโน้มของผู้อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นั้นก็มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งอาจจะถึงจุดที่ต้องมีการเลิกใช้หนังสือก็เป็นได้
สรุปคือ การใช้หนังสือและอินเทอร์เน็ตต่างก็มีข้อดีข้อเสียและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งานและสภาพแวดล้อมของการใช้งาน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าควรจะเลือกใช้งานในรูปแบบใด จึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของตน ไม่ใช่เอาแต่พึ่งเทคโนโลยีมากจนเกินความจำเป็น เพราะอาจจะทำให้สิ้นเปลืองจนเกินความจำเป็นหรือส่งผลเสียโดยที่เราไม่รู้ตัวได้


เนื้อหาต้นฉบับ

หัวข้อ : เน็ตพ่นพิษดิกฯ Oxford เลิกพิมพ์เล่มใหม่
ข่าวเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2553 เวลา 10.14 น.
โดย กองบรรณาธิการเว็บไซต์ ARIP.co.th
ซีอีโอของสำนักพิมพ์ผู้พิมพ์ Oxford English Dictionary (OED) หรือ "พจนานุกรมภาษาอังกฤษของออกซ์ฟอร์ด" ที่หลายคนคุ้นเคย กล่าวว่า OED เอดิชั่นที่ 3 อาจจะไม่มีการพิมพ์ออกมาเป็นเล่มแล้ว ทั้งๆ ที่ทีมงานกว่า 80 ชีวิตได้ทำพจนานุกรมฉบับดังกล่าวเสร็จไปแล้ว 28% สาเหตุสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้เป็นมาจากยอดขายเล่มที่ตกลงเนื่องจากผู้ใช้หันไปใช้บริการจาก"อินเทอร์เน็ต"
หนังสือพิมพ์ Sunday Telegraph รายงานว่า Nigel Portwood ซีอีโอของ Oxford University Press สำนักพิมพ์ผู้เป็นเจ้าของดิกชันนารียอดฮิตสำหรับนักเรียนกล่าวว่า "ตลาดพจนานุกรมที่เป็นสิ่งพิมพ์กำลังเลือนหายไป โดยยอดจำหน่ายลดลงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ทุกปี" ต่อข้อถามทีว่า เอดิชั่นที่สามของ OED จะพิมพ์ออกมา หรือไม่? เขากล่าวว่า "ผมคิดว่า ไม่น่าจะพิมพ์ออกมานะ" อย่างไรก็ตาม โฆษกของสำนักพิมพ์อ้างว่า ผู้บริโภคบนออนไลน์มีการเติบโตมากขึ้น แต่ก็ยังมีผู้บริโภคที่ซื้อดิกฯในรูปแบบสิ่งพิมพ์อยู่ ดังนั้นจึงยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะเลิกพิมพ์ในตอนนี้
OED เอดิชั่นใหม่จะให้บริการบนออนไลน์ โดยจะได้รับการปรับปรุงข้อมูล ตลอดจนเพิ่มคำศัพท์ใหม่ทุกๆ 3 เดือน ซึ่งจะตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคมากกว่าสิ่งพิมพ์ กำหนดการเปิดตัวในเดือนธันวาคม ศกนี้ ค่าบริการรายปีอยู่ที่ 372 เหรียญฯ (ประมาณ 12,000 บาท) ต่อปี ปัจจุบันทางสำนักพิมพ์ได้ผลิตพจนานุกรมประมาณ 500 รูปแบบทั้งที่เป็นดิกชันนารี คำศัพท์ที่มีความหมายใกล้เคียง (thesauruses) และไตเติ้ลสำหรับภาษาต่างๆ มากกว่า 40 ภาษาในหลากหลายรูปเล่ม

แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.arip.co.th/news.php?id=412077
ข่าวเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2553 เวลา 10.14 น.
เก็บข่าวมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2553