เน็ตแอพโชว์ผลประกอบการโตกว่า 25%
สรุปข่าว
เน็ตแอพ ประเทศไทย ประกาศผลประกอบการปีงบประมาณ 2553 เติบโตกว่า 25% ด้วยฐานลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน เซอร์วิสโพรวายเดอร์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์
เนื่องจากแนวโน้มของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชั่นและคลาวด์คอมพิวติงผลักดันธุรกิจของเน็ตแอพให้เติบโตอย่างไม่หยุดจากความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีดังกล่าวส่งผลให้ลูกค้าเลือกใช้โซลูชันสตอเรจจากเน็ตแอพกันมากขึ้นเพื่อรองรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เน็ตแอพยังเปิดตัวโซลูชันใหม่ เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งเน้นบริการของเน็ตแอพ การปกป้องข้อมูลในรูปแบบของบริการ การแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูลในรูปแบบของบริการ และ NetApp Open Management จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างให้แก่บริการคลาวด์ เพิ่มความรวดเร็วในการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่ายและปรับปรุงระดับการให้บริการ
ด้านความร่วมมือ เน็ตแอพจับมือกับซีเอร่วมพัฒนาโซลูชั่นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ สำหรับสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบสาธารณะและส่วนตัว โดยบริษัททั้งสองจะผนวกรวม CA Spectrum Automation Manager, CA Spectrum Service Assurance, CA Spectrum Infrastructure Manager และ CA eHealth Performance Manager เข้ากับโซลูชั่นการจัดการสตอเรจของเน็ตแอพ รวมถึง NetApp Provisioning Manager และ NetApp SANscreen
เน็ตแอพยังได้ยกระดับผลิตภัณฑ์ FCoE จากโบรเคด และเปิดตัว Brocade 8000 รุ่นที่ใช้สำหรับ Data Center Bridging (DCB) เท่านั้น ตอนนี้ลูกค้าจะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน FCoE แบบครบวงจร และผนวกรวมสถาปัตยกรรมอีเธอร์เน็ตและไฟเบอร์แชนแเนล
วิเคราะห์ข่าว
จากข่าวนั้นจะเห็นได้ว่าบริษัท เน็ตแอพ ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ เน็ตแอพ (netapp) ซึ่งถูกนิตยสาร fortune จัดให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในปี ค.ศ. 2009 นั้นได้ประกาศผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน เซอร์วิสโพรวายเดอร์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยผู้จัดการประจำประเทศไทยนั้นได้กล่าวเกี่ยวกับรายได้ไว้ว่าเป็นเพราะมีการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ากิจการทางด้าน IT ในประเทศไทยนั้นยังสามารถเข้ามาแข่งขันได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการใช้ IT ภายในองค์กรในหลายวัตถุประสงค์ รวมทั้งในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี cloud computing ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ open source มาใช้เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางด้านซอฟต์แวร์ ถึงแม้จะยังอยู่ในช่วงการพัฒนาระบบอยู่ ผู้ใช้งานในปัจจุบันนั้นเป็นผู้ต้องการพื้นที่ในการเก็บข้อมูล ความเร็วในการประมวลผล เป็นต้น
ข้อดีของ cloud computing
- ลดความซับซ้อน ยุ่งยาก อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่าย
- สามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายกว่า เนื่องจาก cloud computing ทำงานผ่านเทคโนโลยีเสมือน (Virtualization) ระบบจึงไม่ได้ถูกจำกัดในเรื่องของสมรรถนะและขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์จาก ระบบต่าง ๆ จึงถือได้ว่า cloud computing เป็นนวัตกรรมทางด้าน data center รูปแบบใหม่แห่งอนาคตนั่นเอง
ข้อจำกัดของ cloud computing
- เรื่องความปลอดภัย ความมั่นคงของระบบ
- ระดับของการให้บริการ
- ข้อจำกัดด้านข้อกำหนดกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย
ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยนั้นเน็ตแอพได้เปิดตัวโซลูชันใหม่ อาทิ สำหรับผู้ให้บริการ เน็ตแอพเปิดตัวแนวทางการออกแบบและความสามารถใหม่ๆ ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ให้บริการ เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการคลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งเน้นบริการของเน็ตแอพ การปกป้องข้อมูลในรูปแบบของบริการ การแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูลในรูปแบบของบริการ และ NetApp Open Management จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างให้แก่บริการคลาวด์ เพิ่มความรวดเร็วในการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่ายและปรับปรุงระดับการให้บริการ ซึ่งทำให้เน็ตแอพเป็นที่ตอบรับจนมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 25% เลยทีเดียว
จากผลการวิจัยล่าสุด ไอบีเอ็ม คาดว่า cloud computing จะถูกใช้งานเพิ่มมากขึ้นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า สืบเนื่องจากแนวโน้มต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจและผู้บริโภคในวงกว้าง 5 ประการคือ
1.แนวโน้มการใช้งานเว็บ 2.0 ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Wikipedia และ YouTube หรือ เว็บพวก social network เช่น Facebook หรือ Hi5 เป็นต้น แนวโน้มการใช้งานเว็บ 2.0 ปัจจุบันเป็นที่นิยมทั้งระดับผู้ใช้ทั่วไปและพนักงานองค์กรระบบ cloud computing จึงเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นเทคโนโลยีที่มีสมรรถนะและประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังตอบสนองความต้องการของทำงานของเว็บไซท์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาหรือ ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ด้วยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอทีของ cloud computing ในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลภายในเวลาเพียงเศษเสี้ยววินาที
2. ความต้องการประสิทธิภาพทางด้านการประหยัดพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องจากวิกฤติการณ์ด้านพลังงานและกระแสความตระหนักเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน องค์กรหลายแห่งจึงหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องไอทีประหยัดพลังงาน เนื่องจาก ความสามารถในการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะการจัดการพลังงานในระบบ data center เทคโนโลยี cloud computing จึงเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในระดับต้น ๆ เพื่อช่วยองค์กรประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเทคโนโลยีจะช่วยองค์กรเพิ่มหรือลดขนาดของระบบได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้เพื่อให้สิ้นเปลืองพลังงานแต่อย่าง ใด
3. แนวโน้มความต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ในภาคธุรกิจ ปัจจุบัน นอกจากการแข่งขันในเชิงธุรกิจแล้ว บริษัทต่างๆ ยังจำเป็นที่จะต้องนำเสนอสินค้า บริการ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอยู่ตลอดเวลา โดยบริษัทเหล่านี้มองว่าเทคโนโลยีจะมีส่วนช่วยให้ได้การคิดค้นต่าง ๆ ทำได้เร็วยิ่งขึ้น และด้วยความต้องการในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องนี้เอง มีส่วนทำให้องค์กรหลายแห่งจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี cloud computing ซึ่งให้พลังการประมวลผลสมรรถนะสูงกว่า แต่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
4. ความต้องการใช้งานเทคโนโลยีให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ในปัจจุบัน ยิ่งเทคโนโลยีมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเท่าใด ผู้ใช้งานก็ต้องการใช้งานเทคโนโลยีให้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น ด้วยแนวโน้มการใช้ซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ตนับเป็น ตัวอย่างหนึ่งของแนวโน้มที่ช่วยตอบสนองความต้องการใช้งานง่ายของผู้ใช้ อีกทั้งยังเป็นการบุกเบิกการใช้งานเทคโนโลยี cloud computing ไปในตัวด้วย ด้วยแนวโน้มดังกล่าวนี้เอง ทำให้องค์กรหลายแห่งเลือกที่จะซื้อบริการ แทนการซื้อซอฟต์แวร์มาใช้โดยตรง (Software as a service) ซึ่งข้อดีคือ องค์กรจะได้มีโอกาสใช้ซอฟต์แวร์ที่
5. ปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน การจัดการข้อมูลในเว็บถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง แต่ด้วยความสำเร็จของเทคโนโลยีการค้นหาข้อมูล ทำให้โลกได้เห็นถึงความสำคัญในการจัดระเบียบและการกำหนดโครงสร้างเว็บที่มี ประสิทธิภาพ เนื่องจากปริมาณข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกทุกวินาที แต่ด้วยประโยชน์จากเทคโนโลยี cloud computing นี้เอง ทำให้มาตรฐานและการจัดการข้อมูลอันมากมายและหลากหลายในเว็บทำได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะระบบใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือกว่าของ cloud computing เพื่อบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมาก รวมทั้งใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นเพื่อจัดการความซับซ้อนของข้อ มูลในเว็บให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น
จากบทผลการวิจัยข้างต้นเห็นได้ว่าในอนาคตข้างหน้า เทคโนโลยี cloud computing จะมีพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มและความต้องการในหลากหลายรูปแบบมากขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเทคโนโลยีอื่นที่จะตามมาในอนาคต
เนื้อข่าว
เน็ตแอพ ประเทศไทย ประกาศผลประกอบการปีงบประมาณ 2553 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2553 เติบโตกว่า 25% ด้วยฐานลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน เซอร์วิสโพรวายเดอร์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์
นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย) กล่าวว่าการเติบโตของเน็ตแอพที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น 50% ในช่วงไตรมาสนี้ ส่งผลให้เน็ตแอพมีผลประกอบการล้ำหน้าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด และด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในทุกๆ ไตรมาส ทำให้บริษัททำลายสถิติในช่วงปีงบประมาณนี้ ทั้งในส่วนของรายได้ กำไร และกระแสเงินสด เนื่องจากแนวโน้มของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชั่นและคลาวด์คอมพิวติงผลักดันธุรกิจของเน็ตแอพให้เติบโตอย่างไม่หยุดจากความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีดังกล่าวส่งผลให้ลูกค้าเลือกใช้โซลูชันสตอเรจจากเน็ตแอพกันมากขึ้นเพื่อรองรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่
เน็ตแอพยังเปิดตัวโซลูชันใหม่ อาทิ สำหรับผู้ให้บริการ เน็ตแอพเปิดตัวแนวทางการออกแบบและความสามารถใหม่ๆ ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ให้บริการ เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการคลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งเน้นบริการของเน็ตแอพ การปกป้องข้อมูลในรูปแบบของบริการ การแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูลในรูปแบบของบริการ และ NetApp Open Management จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างให้แก่บริการคลาวด์ เพิ่มความรวดเร็วในการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่ายและปรับปรุงระดับการให้บริการ
ในด้านความร่วมมือ เน็ตแอพจับมือกับซีเอร่วมพัฒนาโซลูชั่นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ สำหรับสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบสาธารณะและส่วนตัว โดยบริษัททั้งสองจะผนวกรวม CA Spectrum Automation Manager, CA Spectrum Service Assurance, CA Spectrum Infrastructure Manager และ CA eHealth Performance Manager เข้ากับโซลูชั่นการจัดการสตอเรจของเน็ตแอพ รวมถึง NetApp Provisioning Manager และ NetApp SANscreen
นอกจากนี้เน็ตแอพ, โบรเคด, อีมูเล็กซ์ และวีเอ็มแวร์ จะเพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้า FCoE และ DCB โดยเน็ตแอพจะจัดจำหน่าย Converged Network Adapter จากอีมูเล็กซ์ และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสตอเรจรายแรกๆ ที่สนับสนุน VMware vSphere 4 ในสภาพแวดล้อมโฮสต์ Fibre Channel over Ethernet (FCoE)
เน็ตแอพยังได้ยกระดับผลิตภัณฑ์ FCoE จากโบรเคด และเปิดตัว Brocade 8000 รุ่นที่ใช้สำหรับ Data Center Bridging (DCB) เท่านั้น ตอนนี้ลูกค้าจะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน FCoE แบบครบวงจร และผนวกรวมสถาปัตยกรรมอีเธอร์เน็ตและไฟเบอร์แชนแเนล
ที่มา: http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000089153





