5210211003 Jump Magazine Facebook

Jump Magazine…การตลาดกวนใจผ่าน Facebook

News Summary
Jump Magazine นิตยสารที่กำลังมีการโปรโมท และทำการตลาดทาง Social Network ในขณะนี้ ได้วิธีการในการสร้าง Brand Awareness ที่นำมาซึ่งเสียงบ่นกันครึกโครมในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว โดยที่เปิดรับสมัครทีมงานที่ช่วยกันโปรโมท โดยมีคุณสมบัติเพียงแค่อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยใช้เงินตรามาล่อ คือ ถ้าเป็นงาน Part-Time จะได้รับค่าตอบแทนอยู่ระหว่าง 5,000 – 15,000 บาท แต่หากเป็น Full Time ละก็ ค่าตอบแทนจะอยู่ที่ 15,000 บาท ขึ้นไป การสมัครหรือก็ไม่ยาก เพียงแค่กรอกใบสมัครออนไลน์ จากนั้นจะมีเจ้าพนักงานโทรศัพท์กลับไป ปรากฏว่าคงมีคนเข้าสมัครเป็นจำนวนมาก จนทำให้ได้พบกับผลงานการทำงานของเขาและเธอเหล่านั้นในการโปรโมทนิตยสารกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กระหน่ำโพสต์ข้อความชวนเชิญเข้าสมัครทางหน้า Wall ที่เจอกันไม่เว้นแต่ละวัน นอกจากนี้ไม่พอ อุตส่าห์ Tag รูปหน้าปกนิตยสารเข้าไปในส่วนของ Photo เรา ซึ่งคนใช้ Facebook ก็เกิดความประหลาดใจว่า วันดีคืนดี ดันมีรูปอะไรไม่รู้สอดแทรกเข้ามาอย่างไม่ได้รับอนุญาต เท่านั้นไม่พอ บรรดาพวกเขายังระดมเชื้อเชิญผ่านฟังก์ชัน Event ในหัวข้อร่วมโปรโมท ซึ่งส่งผลให้เข้าไปในส่วนของ Calendar ของคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ Black Berry อีกด้วย

จนทำให้คนใน Facebook บางส่วนอดรนทนไม่ได้ ทำการต่อต้านผ่านการตั้ง Facebook Page ซึ่งเท่าที่สำรวจมี 4 Page นั้นคือ “พวกเราเบื่อเกลียดรำคาญอีผีแมกกาซีนผีลดน้ำหนักหรือผีเฮอร์บาไลฟ์อย่างแร๊ง!!!” “คนเบื่อ Jump Magazine” “รำคาญ Jump Magazine Online” และ “มั่นใจว่าคนไทยในเฟสบุ๊ครำคาญจั้ม แมกกาซีน” และคงมีอีกหลาย ๆ Page ที่ผู้เขียนยังไม่สำรวจพบ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้นอกจากเข้ามาต่อว่าต่อขานการโปรโมทดังกล่าวแล้ว ยังเอา Profile ของคนที่ทำหน้าที่โปรโมทมาบอกเล่าสู่กันฟัง เป็นการช่วยๆกันต่อต้านสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เรียกว่าเป็น Social Sanction ก็ว่าได้ รวมไปถึงการรวมตัวกันฟ้องไปยัง “สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม”

ตัวแทนจากสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า ถ้าผู้บริโภคมั่นใจว่าสแปมที่เข้ามาในเฟสบุ๊กมาจากบริษัทเดียวกัน สามารถรวมตัวกันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว เพื่อเป็นการปลุกแสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นถึงความเดือดร้อนที่ได้รับ และเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทันท่วงที โดยสามารถโหลดแบบฟอร์มได้ที่ http://www.tci.or.th/uploads/printfile/complain_form-2010.pdf

News Analysis
สแปม (Spam) คือ การส่งอีเมลที่มีข้อความโฆษณาไปให้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับ การสแปมส่วนใหญ่ทำเพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์ มักจะเป็นสินค้าที่น่าสงสัย หรือการเสนองานที่ทำให้รายได้อย่างรวดเร็ว หรือบริการที่ก้ำกึ่งผิดกฏหมาย ผู้ส่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการส่งไม่มากนัก แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้รับอีเมลนั้น เมื่อคุณได้รับ อีเมลที่มีหัวข้อเช่น "Make Money from Home" หรือ ?XXX Hot SEXXXY Girls" ถ้าอีเมลเหล่านี้ส่งมาจากคนที่คุณไม่รู้จัก แน่นอนว่าคุณไม่ต้องการรับอีเมลเหล่านี้แน่ ๆ เพราะมันจะทำให้คุณเสียเวลา ค่าใช้จ่าย แบนด์วิดธ์ และพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ในการดาวน์โหลดอีเมลเหล่านี้มาอ่าน ถึงแม้จะไม่มีวิธีที่จะกำจัดอีเมลเหล่านี้ได้ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คุณก็สามารถทำบางอย่างเพื่อปัองกันจดหมายขยะที่น่ารำคาญเหล่านี้ได้

zhyj3.jpg

แต่ในปัจจุบันเริ่มมีคนหัวดีเริ่มนำวิธีการสแปมเข้ามาอยู่ใน เฟสบุ๊ค(facebook) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองไทย เพราะเป็นสังคมเครือข่ายออนไลน์ที่ผู้เล่นมีตัวตนจริง ๆ และมักนิยมแสดงตัวตนพร้อมข้อมูลจริง โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้วิธีการสแปมจะเป็นพวกทำธุรกิจเครือข่าย โดยเราจะเห็นพวกจำหน่ายอาหารเสริม หรือยาลดความอ้วนต่าง ๆ และพวกขายตรงทางอินเตอร์เน็ตรายอื่นๆ ใช้วิธนี้กัน ทั้งโดยวิธีส่งอีเมล์ และการให้เข้าร่วมกลุ่ม หรือให้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างที่เจอบ่อยตอนนี้ เช่น "รับโปรโมต web site Magazine Online" หรือ "เปิดตัวแรง!! Magazine online!! ด้วยหน้าปก 5 สาว Wonder Girls! ภายใต้ชื่อ นิตยสาร Jump Online ครั้งแรก ที่แรกและทีเดียวของเมืองไทย!!! ตามหาผู้ร่วมก๊วนเรา!!! มีสิทธ์เข้าร่วมหลาย ๆกิจกรรมดี ๆมากมายยยยยสนใจร่วมงานโปรโมทสื่อแมกกาซีนออนไลน์ คลิกลิงค์ด้านล่าง" และอีกหลาย ๆ รูปแบบคำเชิญชวน ที่มีการติด tag ชื่อบุคคลที่เป็นสมาชิกในเฟสบุ๊ก เพื่อให้สนใจ และเพื่อน ๆ ของคนที่ถูกติด tag เห็นข้อความและภาพปรากฎในหน้าแรกของเฟสบุ๊ก คลิกเข้าไปดูจากนั้นก็เรียกร้องให้เข้าไปสมัคร โดยการให้กรอกรายละเอียดส่วนตัว ทั้งชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ติดต่อ เบอร์โทร

สิ่งที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนกับว่าสแปมดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะบางครั้งข้อมูลบางอย่างที่มีการติด tag ชื่อเพื่อโปรโมตสินค้าหรือบริการอย่างนี้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เจ้าของชื่อต้องการมากนัก แต่หลายคนบอกว่ารำคาญ

ประเภทของจดหมายอิเลคทรอนิกส์ก่อกวน
• Spam mail คือ จดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่ผู้ส่งส่วนใหญ่มีความประสงค์ที่จะโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ตัวเองมี
• Chain mail คือ เป็นจดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่มีข้อความเหมือนจดหมายลูกโซ่ที่เราเคยได้รับโดยทั่วไป เนื้อหาก็จะเป็นเรื่องคำเตือนเกี่ยวกับไวรัส หรือเรื่องอื่น ๆ แต่ที่สำคัญคือ บอกว่าให้ส่งข้อความนี้ให้กับคนที่รู้จัก
• Bomb mail คือ การก่อกวนผู้รับจดหมายอิเลคทรอ-นิกส์ หรือระบบจดหมายอิเลคทรอนิกส์ของเครือข่าย โดยส่งจดหมายอิเลคทรอนิกส์เป็นจำนวนมาก ๆ ไปยังผู้รับจดหมายอิเลคทรอนิกส์หรือระบบจดหมายอิเลคทรอนิกส์
• Mail Virus เป็นจดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่มี Attached File เป็นไวรัสที่ติดมากับจดหมายอิเลคทรอนิกส์ด้วย ซึ่งไวรัสนี้สามารถ execute ได้เมื่อผู้อ่านคลิกเพื่อเปิดไฟล์นั้น
• Hoax mail เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อกวนที่มีผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยไวรัสหลอกลวงพวกนี้จะมาในรูปของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การส่งข้อความต่อ ๆ กันไปผ่านทางโปรแกรมรับส่งข้อความ หรือห้องสนทนาต่าง ๆ ซึ่งสามารถสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้มากหรือน้อยเพียงใด ก็ขึ้นกับเทคนิค และการใช้จิตวิทยาของผู้สร้างข่าวขึ้นมา

วิธีการป้องกัน
จะเห็นได้ว่า Spam เกิดจากการที่พวกที่สร้าง Spam รู้อีเมล์แอดเดรสของเรา ดังนั้นการป้องกันที่สาเหตุที่ดีที่สุดคือการที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้อง ติดต่อรู้อีเมล์แอดเดรสของเรา แต่ถ้าเราไม่สามารถป้องกันได้ที่สาเหตุตั้งแต่แรก และเราได้เคยได้รับ Spam อีเมล์แล้ว เราก็สามารถการป้องกันได้ที่ปลายเหตุ โดยใช้ความสามารถของอีเมล์ไคลเอ็นท์ เช่น Microsoft Outlook ในการกรอง Spam อีเมล์ หรือ/และร่วมกับความสามารถของอีเมล์เซอร์เวอร์ เช่น Microsoft Exchange หรือ ซอร์ฟแวร์ anti-spam เพิ่มเติม ตามความเหมาะสม โดยทั่วไปการป้องกัน Spam สามารถทำได้ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการตอบอีเมล์ Spam เพราะการตอบอีเมล์ Spam ทำให้พวกผู้สร้าง Spam รู้ว่าคุณยังใช้อีเมล์แอดเดรสและเมล์บ๊อกซ์นี้อยู่ ทำให้พวกผู้สร้าง Spam จะส่งอีเมล์ Spam มาอีก ทางที่ดีที่สุดคือลบอีเมล์ Spam ทิ้งเมื่อคุณได้รับมัน
2. ไม่ควรใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กร ในการลงทะเบียนใด ๆ บนอินเตอร์เนต ในบางครั้งคุณอาจต้องการลงทะเบียน mailing list, news group , การดาวน์โหลด freeware หรือ shareware, การสมัครสมาชิกใด ๆบนอินเตอร์เนต หรือการซื่อของทางอินเตอร์เนต คุณไม่ควรจะใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กรในการลงทะเบียนเหล่านี้ เพราะจะทำให้อีเมล์แอดเดรสของคุณหลุดรอดไปยังพวกสร้างอีเมล์ SPAM ได้ ข้อแนะนำคือ ให้สร้างอีเมล์แอดเดรสในฟรีเมล์เช่น hotmail ไว้อีกหนึ่งอีเมล์แอดเดรส เพื่อใช้ในการลงทะเบียนหรือซื้อของทางอินเตอร์เนตแทนการใช้อีเมล์แอดเดรสหลักที่ใช้ในองค์กร
3. หากต้องใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียน website ใด ๆให้อ่าน privacy policy ให้ละเอียด สำหรับ website ที่ต้องการให้คุณใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียน มักมี privacy policy ให้คุณอ่านและเลือกตอบเช่นคุณต้องการเปิดเผยข้อมูลและอีเมล์แอดเดรสของคุณแก่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้ใช้ของ websiteหรือไม่?, อีเมล์ของคุณต้องการให้เก็บเป็นความลับหรือไม่?เป็นต้นดังนั้นคุณจะต้องอ่านให้ละเอียด และเลือกตอบให้เหมาะสม
4. ไม่ควรส่งต่ออีเมล์ประเภท chain e-mail หรือ forward mail ซึ่งปัจจุบันมี chain e-mail หลายรูปแบบ เช่นการบริจาคเงิน , บริจาคเลือด , การได้รับรางวัล ต่าง ๆ หรือ forward e-mail เช่นรูปภาพ, ข้อความ, ข่าว เป็นต้น หากต้องการส่งต่ออีเมล์ประเภทนี้ก็ควรจะลบรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ที่จะปรากฎอยู่เมื่อคุณกดปุ่ม Forward ทั้งนี้เป็นช่วยการป้องกันผู้ที่อยู่ในรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ แต่อย่าลืมว่าผู้ที่ได้รับอีเมล์ต่อจากคุณอาจจะส่งต่อไปให้เพื่อน ๆ ของเขาซึ่งคุณก็มีโอกาสเสี่ยง ในการที่พวกสร้างอีเมล์ Spam จะรู้อีเมล์แอดเดรสของคุณอยู่ดี

ข้อดีของทำการตลาดแบบออนไลน์ผ่านทาง Social Network
• ค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับการทำการตลาดผ่านสื่ออื่น ๆ โดยในปัจจุบันบ้างเว็บไซต์อาจจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยด้วยซ้ำ เช่น Google, Facebook, Twitter หรือแม้แต่ Email ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นผลทำให้สามารถนำค่าใช้จ่ายทางการทำการตลาดดังกล่าวไปทำโปรแกรมการตลาดอื่น ๆ ได้อีกด้วย
• เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง กล่าวคือ กลุ่มคนที่อยู่ใน Social Network ในปัจจุบันมีจำนวนมาก และโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นจนถึงกลุ่มวัยทำงาน ดังนั้นการทำการตลาด หรือการโฆษณาสินค้าที่จำเป็นจะต้องเจาะกลุ่มดังกล่าวก็สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยาก
• การทำตลาดลักษณะนี้ง่ายต่อการสร้างกระแส หรือที่เรียกกันว่า Work of Mouth (Buzz Marketing) หรืออีกศัพท์หนึ่งที่กำลังพูดถึงกันอย่างมากในกลุ่ม Social Network คือ Viral Marketing ซึ่งทั้งหมดหมายถึงการสร้างกระแสจากการทำการตลาดออนไลน์ทั้งสิ้น
• สามารถใช้ Social Network ในการสร้างโปรแกรม CRM (Customer Relationship Management) กับลูกค้าได้โดยตรงโดยอาจจะทำการส่งจดหมาย หรือ Post ข้อความข้อมูลต่าง ๆ ที่ลูกค้าต้องการ เช่น โปรโมชั่นประจำเดือน ส่วนลด หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ทำให้สามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ตลอดเวลา

ข้อเสียของการทำการตลาดแบบออนไลน์ผ่านทาง Social Network
• ข้อมูลบางอย่างอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า กล่าวคือ การทำการตลาดผ่าน Social Network คือการที่เรา Post ข้อมูลต่าง ๆ ลงบนเว็บไซต์ Social Network ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า จนอาจจะทำให้ดูเหมือนเป็นข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์สำหรับลูกค้าก็เป็นได้ ดังนั้นควรจะ Post ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าด้วย
• ประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อย่างกรณีของ Jump Magazine เป็นต้น เพราะ Social Network ส่วนมากผู้ใช้บริการจะสมัครเป็น Account ส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการจะทำการตลาดลักษณะนี้ควรจะต้องคำนึงถึงประเด็นนี้ให้ดีด้วย

40699_137984456243180_137543939620565_179351_4439804_n.jpg

ผลกระทบที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน Spam ได้พัฒนารูปแบบให้มีความแปลกใหม่พิสดารมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกรณีของ Jump Magazine ที่ได้มีการ tag Event ลงใน เว็บ facebook ซึ่งเป็นเว็บ Social Network ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้ใช้ facebook จำนวนมากได้รับข้อความและการเตือนจากฟีเจอร์ของ Event จนทำให้เกิดความรำคาญ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ BlackBerry ข้อความต่าง ๆ เหล่านั้นก็ยังตามไปเตือนถึงบนโทรศัพท์มือถือ จนทำให้เกิดประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจากการทำการตลาดของ Jump Magazine นื้หรือไม่

แต่จากเนื้อหาข่าว ทำให้เราทราบได้ว่าการทำการตลาดของ Jump Magazine ดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการทำการตลาดแบบบังหน้าเท่านั้น แท้จริงแล้ว Jump Magazine คือ ลูกเล่นทางการขายของบริษัท Global Advertising จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขายสินค้าประเภทอาหารเสริม เฮอร์เบอไลฟ์ (Herbalife) ที่ต้องการลวงให้คนเข้าไปกรอกข้อมูล และนำข้อมูลเหล่านั้นโทรศัพท์กลับมาเพื่อหวังผลในการขายสินค้า หรือหวังให้ผู้คนเหล่านั้นสมัครร่วมงาน ซึ่งเป็นการขายแบบลูกโซ่ หรือ MLM (Multi-Level Marketing) โดยในอดีตบริษัทดังกล่าวก็ได้มีการลวงให้คนไปสมัครร่วมงานด้วยวิธีคล้ายกันมาแล้ว นั้นคือโฆษณาทางเว็บไซต์ เว็บบอร์ดต่าง ๆ ว่า “ทำงานผ่านเว็บไซต์ รายได้ดี นักศีกษาก็ทำได้” และให้ผู้ที่สนใจกรอกข้อมูลไว้ หลังจากนั้นก็ทำการในลักษณะเดียวกันคือโทรศัพท์กลับไปตามบุคคลที่ให้ข้อมูลไว้นั้นเอง ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้เข้าขั้นหลอกลวงประชาชน และถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง และมีการลงโทษบริษัทเหล่านี้ เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่คิดจะทำการในลักษณะเดียวกันเพื่อเป็นการหลอกลวงประชาชนต่อไป

ซึ่งปัจจุบันได้มี พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 11 กล่าวว่า “ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท” ก็อาจจะเป็นช่องทางให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับกระบวนการเหล่านี้ได้ ในทางกลับกันกระบวนการดังกล่าวก็อาจจะมีจำนวนที่ลดน้อยลง โดยทางสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) แจ้งว่าให้ผู้บริโภคที่เดือดร้อนจากสแปมที่มาจาก บริษัทGlobal Advertising (Jump Magazine) รวมตัวแจ้งความดำเนินคดีโดย โหลดแบบฟอร์มร้องเรียนที่ »> http://www.tci.or.th/uploads/printfile/complain_form-2010.pdf- พร้อมสำเนาบัตร ปชช. มายัง “สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม 404 พหลโยธินเซ็นเตอร์ ชั้น 2 ถ.พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม 10400"อีเมล์ ht.ro.ict|ecivres#ht.ro.ict|ecivresสอบถาม 02-634-6000” เพื่อจะได้ดำเนินการทางกฏหมายต่อไป
แต่สำหรับกลุ่มผู้เดือดร้อนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และรอการดำเนินการจากทางภาครัฐอย่างเดียว แต่กลุ่มผู้เดือดร้อนดังกล่าวได้ร่วมตัวกันสร้าง Page ใน facebook ที่มีชื่อว่า “พวกเราเบื่อเกลียดรำคาญอีผีแมกกาซีนผีลดน้ำหนักหรือผีเฮอร์บาไลฟ์อย่างแร๊ง!!!” “คนเบื่อ Jump Magazine” “รำคาญ Jump Magazine Online” และ “มั่นใจว่าคนไทยในเฟสบุ๊ครำคาญจั้มแมกกาซีน” และ page อื่น ๆ อีกมากมายเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจของกลุ่มบุคคลที่กระทำการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจากการทำการตลาดเถื่อนดังกล่าว

สรุป
Spam คือลักษณะของการส่งข้อความหรืออีเมลมาโฆษณาสินค้าหรือบริการโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เป็นจำนวนมาก เดือดร้อนถึง สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) โดยให้ผู้เดือดร้อนรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดี จากกรณีนี้ทำให้เห็นได้ว่าการทำการตลาดผ่าน Social Network นั้นมีทั้งข้อดี และข้อเสีย อยู่ที่ผู้ใช้จะสามารถนำเอาเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ได้ในทางที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งหากนักการตลาดที่ไม่มีจรรยาบรรณ นำเครื่องมือเหล่านี้มาก่อความเดือดร้อน ก็จะต้องต้องถูกสังคมออนไลน์ลงโทษ ซึ่งถือว่าเป็นโทษที่รุนแรงกว่าโทษทางกฎหมายเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการแสดงออกโดยตรงไปยังผู้กระทำการหลอกลวงโดยตรง และเชื่อว่าอนาคตอันใกล้ผู้กระทำผิดก็จะได้รับบทลงโทษที่สมควรจะได้รับอย่างสาสม และเป็นบทเรียนให้กับนักการตลาดรุ่นหลังได้ศึกษาและทราบถึงผลของการกระทำอันไม่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

The Original

Jump Magazine…การตลาดกวนใจผ่าน Facebook

โดย ดร. ภิเษก ชัยนิรันดร์ จากเว็บ Marketingoops.com ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2553
เจ้าของผลงาน หนังสือ “การตลาดแนวใหม่ผ่าน Social Media”
Link : http://www.marketingoops.com/digital/social-media-marketing-digital/jump-magazine/

คราวก่อนบ่นเรื่องกิจกรรมทางการตลาดที่หลายๆ กิจการเน้นการให้กด Like โดยการเอารางวัลมาล่อไปแล้ว มาคราวนี้เป็นกรณีศึกษาที่แสบกว่าเก่า นำความรำคาญให้ชาวประชาคม Facebook เอือมระอา พร้อมไปถึงขั้นเกลียดวิธีการทางการตลาดที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ไปตามๆ กัน มันนั้นหรือก็คือ “Jump Magazine Online” นิตยสารลดโลกร้อน ที่หน้าปกของเล่มแรกเป็นเหล่านักร้องสาวเกาหลีวง Wonder Girl (ที่คงไม่ได้รับอนุญาตอย่างแน่นอน) โดยที่ทาง web site Jumponlinemag.com เป็นนิตยสารที่เกี่ยวกับสุขภาพกายและใจ ที่ไม่เน้นขายแต่แจกฟรีเพียงแค่สมัครออนไลน์เข้าไปเท่านี้เอง

ก่อนอื่น ไอ้เจ้านิตยสารนี้มันมีเงื่อนงำอย่างไร เดี่ยวผมจะเล่าให้ฟังในช่วงท้ายบทความ แต่วิธีการในการสร้าง Brand Awareness สิครับ ที่นำพาเสียงบ่นกันครึกโครมในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว โดยที่เปิดรับสมัครทีมงานที่ช่วยกันโปรโมท โดยมีคุณสมบัติเพียงแค่อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยใช้เงินตรามาล่อ คือ ถ้าเป็นงาน Part-Time จะได้รับค่าตอบแทนอยู่ระหว่าง 5,000 – 15,000 บาท แต่หากเป็น Full Time ละก็ ค่าตอบแทนจะอยู่ที่ 15,000 บาท ขึ้นไป การสมัครหรือก็ไม่ยาก เพียงแค่กรอกใบสมัครออนไลน์ จากนั้นจะมีเจ้าพนักงานโทรศัพท์กลับไป ปรากฏว่าคงมีคนเข้าสมัครเป็นจำนวนมากละครับ เราจึงได้พบกับผลงานการทำงานของเขาและเธอเหล่านั้นในการโปรโมทนิตยสารกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กระหน่ำโพสต์ข้อความชวนเชิญเข้าสมัครทางหน้า Wall ที่เจอกันไม่เว้นแต่ละวัน นอกจากนี้ไม่พอ อุตส่าห์ Tag รูปหน้าปกนิตยสารเข้าไปในส่วนของ Photo เรา ซึ่งคนใช้ Facebook ก็เกิดความประหลาดใจว่า วันดีคืนดี ดันมีรูปอะไรไม่รู้สอดแทรกเข้ามาอย่างไม่ได้รับอนุญาต เท่านั้นไม่พอ บรรดาพวกเขายังระดมเชื้อเชิญผ่านฟังก์ชัน Event ในหัวข้อร่วมโปรโมท ซึ่งส่งผลให้เข้าไปในส่วนของ Calendar ของคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ Black Berry อีกด้วย

ยังไม่พอครับ ยังมีกลยุทธ์สร้าง Profile ปลอมๆ ที่เอารูปผู้หญิง Sexy จากไหนไม่รู้ มาเป็นตัวตนแทน เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างจำนวนเพื่อนๆ ซึ่งแน่ละ บรรดาหนุ่มๆ รีบแห่เข้าไปสมัครตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นชาย แต่ก็พบว่าที่แท้จริงตนติดกับในการที่จะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับนิตยสารมหาภัยนี้ไปเสียแล้ว ทุกๆวันจะมีโฆษณาผ่านทาง News Feed ให้รำคาญสายตา
ไม่เพียงแต่ใน Facebook การตลาดแบบบอกต่อแบบยังแพร่ไปราวเชื้อไวรัสตามบอร์ดต่างๆ เรียกว่าไปทุกเว็บจะต้องเจอมัน เป็นเรื่องราวของคนอยากแบ่งปัน ที่คนไม่อยากจะรับความหวังดีนี้ เพราะเหมือนถูกบังคับไม่ให้ขัดขืน โยนข้อมูลให้แบบที่คุณจะต้องรับฟัง ทั้งๆที่หลายๆคนพร่ำวอนให้เลิกส่งมา แต่นักโปรโมทได้โล่ทั้งหลาย ก็ตั้งหน้าตั้งตาส่ง ไม่สนใจหัวจิตหัวใจของคนอื่น ราวกับไม่ใช่มนุษย์

จนทำให้คนใน Facebook บางส่วนอดรนทนไม่ได้ ทำการต่อต้านผ่านการตั้ง Facebook Page ซึ่งเท่าที่สำรวจมี 4 Page นั้นคือ “พวกเราเบื่อเกลียดรำคาญอีผีแมกกาซีนผีลดน้ำหนักหรือผีเฮอร์บาไลฟ์อย่างแร๊ง!!!” “คนเบื่อ Jump Magazine” “รำคาญ Jump Magazine Online” และ “มั่นใจว่าคนไทยในเฟสบุ๊ครำคาญจั้มแมกกาซีน” และคงมีอีกหลายๆ Page ที่ผู้เขียนยังไม่สำรวจพบ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้นอกจากเข้ามาต่อว่าต่อขานการโปรโมทดังกล่าวแล้ว ยังเอา Profile ของคนที่ทำหน้าที่โปรโมทมาบอกเล่าสู่กันฟัง เป็นการช่วยๆกันต่อต้านสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เรียกว่าเป็น Social Sanction ก็ว่าได้ รวมไปถึงการรวมตัวกันฟ้องไปยัง “สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม”

นอกจากนี้ยังมีคนใจดีช่วยกันบอกถึงวิธีการ Block โปรโมทขยะเหล่านี้http://blog.pakorn.net/2010/08/spam-event-facebook.html เอาละมาแลยตรงนี้นะครับว่า นิตยสารดังกล่าวมันไก่กา เอามาบังหน้า แต่กิจการที่อยู่เบื้องหลังก็คือ “เฮอร์บาไลฟ์” เจ้าเก่านั้นเอง เหตุที่ว่าเจ้าเก่าก็เพราะ กิจการแห่งนี้ใช้วิธีการนี้ก่อนที่ Social Network อย่าง Facebook จะมาบูม เพราะบอร์ดต่างๆล้วนเคยเจอประสบการณ์ที่ถูกถล่มด้วยข้อความโฆษณาสินค้านี้ จนหลายครั้งไม่อยากจะทำบอร์ดอีกต่อไป (รวมถึงผมเองด้วย)
ผมเคยคุยกับคนที่ทำการโปรโมทแบบนี้ พวกเขาเรียกมันว่า “Paradise Post” หรือการโพสต์ข้อความจากสวรรค์ ขณะที่ผมขอเรียกมันว่า “Hell Post” หรือข้อความนรกมากกว่า มันนรกที่ทำให้คนทำเว็บไซต์อย่างผมหัวเสียและเครียด

สมมติว่าผมหลวมตัวสมัครเข้าร่วมทีมโปรโมท เขาจะเรียกผมไปที่ตึก เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ย่านสาธร ที่มีแทบทุกอาทิตย์ แต่แทนที่จะเรียนรู้เรื่องนิตยสาร กลับถูกเชิญชวนเข้าเป็นทีมขายเฮอร์เบอร์ไลฟ์ แถมถูกเรียกค่าสมัครคนละ 500 บาท มองในแง่การตลาด ทำไมคนเหล่านี้ถึงใช้วิธีการล่อลวง ทั้งๆที่มันทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เลวร้ายต่อกิจการ ความโลภคือสิ่งสำคัญ หลายๆคนแม้รู้ว่าธุรกิจอย่างนี้ไม่ถูกต้อง แต่เหมือนถูกล้างสมองให้มองแต่ตัวเงิน จึงพยายามดันทุรังโพสต์ข้อความโปรโมทเหล่านั้นอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน เพียงเพื่อหาเหยื่อที่พร้อมจะกระโจนเข้ามา ด้วยหวังว่าความเป็นเศรษฐีจะอยู่ไม่ไกล